หลายครั้งที่มีข่าวเกี่ยวการทำร้ายตัวเอง การฆ่าตัวตาย หรือปัญหาทางจิตในเด็ก ส่วนหนึ่งนั้นเกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นเล็กๆจากคำพูดจากผู้ปกครอง มาดูกันว่าคำพูดแบบไหนที่ผู้ปกครองไม่ควรพูดกับเด็ก จากคำแนะนำของจิตแพทย์ อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ซึ่งเป็นคำพูดที่ ณ ตอนนั้นคนพูดพูดด้วยอารมณ์โกรธ พูดด้วยความตั้งใจจะให้สำนึกในสิ่งที่ทำไม่ถูก แต่คนฟังซึ่งเป็นเด็กนั้นไม่ได้มีใครอยากทำผิด และเด็กทุกคนต้องการคำแนะนำที่เหมาะสม พอเป็นคำแนะนำที่ไม่ก่อประโยชน์ อย่างที่ว่า โง่เป็นควาย แล้วเด็กต้องทำอย่างไรต่อ ทำอย่างไรถึงจะไม่ตกอยู่ในสภาวะนี้ ดังนั้นคำพูดที่เป็นการด้อยค่า ทำให้รู้สึกไม่เป็นที่รักนั้นผู้ปกครองไม่ควรใช้กับเด็กโดยสิ้นเชิง หรืออย่างเช่น อื่น โดยการบอกว่าลูกคนอื่นเรียนเก่งกว่าก็ถือว่าเป็นการด้อยค่าเช่นเดียวกัน ซึ่งเด็กบางคนก็สะท้อนอารมณ์ตัวเองกลับว่า “แล้วทำไมแม่ไม่เอาลูกคนนั้นมาเป็นลูกตัวเอง” ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความน้อยใจของเด็ก สำหรับการแก้ปัญหาเหล่านี้ควรเน้นไปที่การสื่อสารที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่สื่อสารเพื่อให้ตนเองสะใจ หรือดุลูกเพื่อให้ตัวเองหายโกรธ ซึ่งทั้งหมดเป็นการพูดเพื่อระบายอารมณ์ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนฟัง คนฟังจะจับใจความได้แค่ว่า คุณไม่พอใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร การสื่อสารที่ดีนั้นต้องตรงประเด็น เข้าใจ แนะนำวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง สอนเด็กอย่างใจเย็น สื่อสารด้วยน้ำเสียงที่ชวนฟังห่วงใย หรือแม้แต่ในวันที่เขาไม่ได้ทำผิดก็ควรมีการให้กำลังใจและเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเด็กด้วย "ผู้ใหญ่หลายคนยังมีความคิดว่าเด็กยังมีความคิดเป็นเด็กต้องสั่งสอน แต่ไม่เคยเปิดใจรับฟังความคิดของเด็ก ซึ่งผู้ปกครองควรรับฟังเด็กบ้าง".
ซึ่งเป็นคำพูดที่ ณ ตอนนั้นคนพูดพูดด้วยอารมณ์โกรธ พูดด้วยความตั้งใจจะให้สำนึกในสิ่งที่ทำไม่ถูก แต่คนฟังซึ่งเป็นเด็กนั้นไม่ได้มีใครอยากทำผิด และเด็กทุกคนต้องการคำแนะนำที่เหมาะสม พอเป็นคำแนะนำที่ไม่ก่อประโยชน์ อย่างที่ว่า โง่เป็นควาย แล้วเด็กต้องทำอย่างไรต่อ ทำอย่างไรถึงจะไม่ตกอยู่ในสภาวะนี้ ดังนั้นคำพูดที่เป็นการด้อยค่า ทำให้รู้สึกไม่เป็นที่รักนั้นผู้ปกครองไม่ควรใช้กับเด็กโดยสิ้นเชิง หรืออย่างเช่น อื่น โดยการบอกว่าลูกคนอื่นเรียนเก่งกว่าก็ถือว่าเป็นการด้อยค่าเช่นเดียวกัน ซึ่งเด็กบางคนก็สะท้อนอารมณ์ตัวเองกลับว่า “แล้วทำไมแม่ไม่เอาลูกคนนั้นมาเป็นลูกตัวเอง” ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความน้อยใจของเด็ก สำหรับการแก้ปัญหาเหล่านี้ควรเน้นไปที่การสื่อสารที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่สื่อสารเพื่อให้ตนเองสะใจ หรือดุลูกเพื่อให้ตัวเองหายโกรธ ซึ่งทั้งหมดเป็นการพูดเพื่อระบายอารมณ์ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนฟัง คนฟังจะจับใจความได้แค่ว่า คุณไม่พอใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร การสื่อสารที่ดีนั้นต้องตรงประเด็น เข้าใจ แนะนำวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง สอนเด็กอย่างใจเย็น สื่อสารด้วยน้ำเสียงที่ชวนฟังห่วงใย หรือแม้แต่ในวันที่เขาไม่ได้ทำผิดก็ควรมีการให้กำลังใจและเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเด็กด้วย "ผู้ใหญ่หลายคนยังมีความคิดว่าเด็กยังมีความคิดเป็นเด็กต้องสั่งสอน แต่ไม่เคยเปิดใจรับฟังความคิดของเด็ก ซึ่งผู้ปกครองควรรับฟังเด็กบ้าง"
