จากอาสาสมัครสู่ธนาคารเวลา ของขวัญแห่งเวลาในสังคมสูงวัยที่ต่างคนต่างอยู่

คนพิการ News

จากอาสาสมัครสู่ธนาคารเวลา ของขวัญแห่งเวลาในสังคมสูงวัยที่ต่างคนต่างอยู่
สังคมสูงวัยเวลามูลนิธิกระจกเงา
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 152 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 81%
  • Publisher: 63%

เวที Sustainability Expo 2025 ภายใต้เรื่อง จากอาสาสมัครสู่ธนาคารเวลา ของขวัญที่เรียกว่า “เวลา” ในสังคมสูงวัยที่ต่างคนต่างอยู่

เวที Sustainability Expo 2025 ภายใต้เรื่อง จากอาสาสมัครสู่ธนาคาร เวลา ของขวัญที่เรียกว่า “ เวลา ” ใน สังคมสูงวัย ที่ต่างคนต่างอยู่เต็มไปหมด ทั้งตามพิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยว หรือบนถนนหนทาง แต่แท้จริงแล้วไม่ได้มี คนพิการ มากกว่าประเทศไทย เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐานและวิธีคิดของสังคมที่นั่นเปิดโอกาสให้พวกเขาออกมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ “ในบ้านเรา แค่จะเดินทางจากอพาร์ตเมนต์ไปทำงานไม่กี่ร้อยเมตร คนพิการ วีลแชร์ยังต้องลงไปบนถนนเสี่ยงอันตราย เพราะฟุตบาทไม่เอื้อ…แม้แต่รถไฟฟ้า ก็ต้องฟ้องร้องกันเป็นสิบปี กว่าจะมีลิฟต์สำหรับ คนพิการ ” สมบัติ บุญงามอนงค์ จาก มูลนิธิกระจกเงา เล่าบนเวทีในไทยยังเผชิญข้อจำกัดตั้งแต่ฟุตบาทที่ไม่มี ไปจนถึงโรงหนังที่ไม่มีทางลาดสำหรับวีลแชร์ แต่สิ่งที่มูลนิธิกำลังทำคือการ “เปิดประตูสู่ประสบการณ์ชีวิต” พา คนพิการ ออกไปสัมผัสสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา - เที่ยวทะเล ดูหนังในโรงภาพยนตร์ หรือแม้แต่เล่นเครื่องเล่นทุกชนิดในสวนสนุก ความสุขเล็กๆ เหล่านี้คือการยืนยันว่า คนพิการ ไม่ได้อยากถูกกักขังอยู่กับบ้าน แต่ต้องการมี “ผู้ช่วย” หรือ Personal Assistant คอยพาออกมาใช้ชีวิต การพา คนพิการ ออกไปสัมผัสโลกภายนอกจึงไม่ใช่แค่ทริปท่องเที่ยว แต่เป็นการยืนยันว่า พวกเขามีสิทธิจะใช้ชีวิตเช่นเดียวกับใครๆ ไม่ว่าจะเป็นการพาไปทะเลหลังจากที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับสิบปี การพาไปชมท้องฟ้าจำลองสำหรับผู้พิการทางสายตา หรือการเหมาโรงภาพยนตร์เพื่อให้คนตาบอดได้ “ฟังหนัง” อย่างสนุกสนานผ่านการบรรยายสดจากเพื่อนข้างๆดำเนินไปได้เพราะแรงของอาสาสมัครนับหมื่นคนต่อปี ตั้งแต่การคัดแยกสิ่งของบริจาค ไปจนถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม งานเหล่านี้อาจไม่สวยหรู บางครั้งถึงขั้น “อ้วกแตก” เพราะหนักหน่วง แต่ก็เต็มไปด้วยหัวใจที่อยากแบ่งปัน สมบัติ กล่าวว่า ยอมรับตรงๆ หากขาดอาสาสมัคร มูลนิธิก็แทบจะเดินต่อไม่ได้ แต่สิ่งที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่คือ การทำอย่างไรให้อาสาสมัครเหล่านี้ไม่เพียงแค่ “มาช่วยเป็นครั้งคราว” แต่กลายเป็นพลังที่ยั่งยืนในการเปลี่ยนแปลงสังคมอีกฟากหนึ่ง ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ กำลังพัฒนาโครงการที่เรียกว่า ระบบที่ให้คนในชุมชนช่วยเหลือกันผ่านการแลก “ชั่วโมงของชีวิต” แทนที่จะใช้เงินเป็นตัวกลาง เช่น ถ้าคุณใช้ เวลา 1 ชั่วโมงสอนโยคะ คุณก็จะได้เครดิต เวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งสามารถนำไปแลกบริการอื่นๆ ได้ เช่น ขอให้เพื่อนบ้านช่วยพาไปหาหมอ กวาดถนน หรือแม้แต่ช่วยสอนดนตรี แนวคิดนี้ทำให้ทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน เพราะ เวลา ของทุกคนมีค่าเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร “มันไม่ใช่การทำบุญ แต่คือการแลกเปลี่ยนบนฐานของความเสมอภาค”แต่การทำงานของธนาคาร เวลา ไม่ง่ายเสมอไป หลายครั้งคนในชุมชนไม่เข้าร่วมประชุม หรือไม่อยากขอใช้สิทธิ์ เพราะกลัวถูกมองว่ามาใช้ทรัพยากรส่วนกลางมากเกินไป บางคนสะสมเครดิต เวลา แต่เลือกที่จะไม่แลก เพราะสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือเพียงแค่การใช้ เวลา กับเพื่อนๆ เท่านั้น ความท้าทายที่แท้จริงของธนาคาร เวลา จึงไม่ใช่แค่การออกแบบระบบ แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกชั่วโมงที่ฝากไว้จะมีคนตอบแทนกลับมาแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ชัยฤทธิ์ ค้นพบว่า โมเดลของธนาคาร เวลา ทำงานได้ผลดีในชุมชนต่างจังหวัด ตัวอย่างเช่นในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ แต่ในสังคมเมืองก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกลุ่มผู้อยู่อาศัยในคอนโดมีเนียมซึ่งหากมีระบบธนาคาร เวลา จะช่วยให้การอยู่อาศัยมีคุณภาพดีมากขึ้น ตัวอย่างที่พบเห็นคือการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในเมือง “ชุมชนที่เหมาะกับธนาคาร เวลา คือชุมชนขนาดเล็กและจำกัดพื้นที่ มีผู้นำที่เข้มแข็ง และคนมีส่วนร่วมสูง” ชัยฤทธิ์ กล่าว.

เวที Sustainability Expo 2025 ภายใต้เรื่อง จากอาสาสมัครสู่ธนาคารเวลา ของขวัญที่เรียกว่า “เวลา” ในสังคมสูงวัยที่ต่างคนต่างอยู่เต็มไปหมด ทั้งตามพิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยว หรือบนถนนหนทาง แต่แท้จริงแล้วไม่ได้มีคนพิการมากกว่าประเทศไทย เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐานและวิธีคิดของสังคมที่นั่นเปิดโอกาสให้พวกเขาออกมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ “ในบ้านเรา แค่จะเดินทางจากอพาร์ตเมนต์ไปทำงานไม่กี่ร้อยเมตร คนพิการวีลแชร์ยังต้องลงไปบนถนนเสี่ยงอันตราย เพราะฟุตบาทไม่เอื้อ…แม้แต่รถไฟฟ้า ก็ต้องฟ้องร้องกันเป็นสิบปี กว่าจะมีลิฟต์สำหรับคนพิการ” สมบัติ บุญงามอนงค์ จากมูลนิธิกระจกเงา เล่าบนเวทีในไทยยังเผชิญข้อจำกัดตั้งแต่ฟุตบาทที่ไม่มี ไปจนถึงโรงหนังที่ไม่มีทางลาดสำหรับวีลแชร์ แต่สิ่งที่มูลนิธิกำลังทำคือการ “เปิดประตูสู่ประสบการณ์ชีวิต” พาคนพิการออกไปสัมผัสสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา - เที่ยวทะเล ดูหนังในโรงภาพยนตร์ หรือแม้แต่เล่นเครื่องเล่นทุกชนิดในสวนสนุก ความสุขเล็กๆ เหล่านี้คือการยืนยันว่า คนพิการไม่ได้อยากถูกกักขังอยู่กับบ้าน แต่ต้องการมี “ผู้ช่วย” หรือ Personal Assistant คอยพาออกมาใช้ชีวิต การพาคนพิการออกไปสัมผัสโลกภายนอกจึงไม่ใช่แค่ทริปท่องเที่ยว แต่เป็นการยืนยันว่า พวกเขามีสิทธิจะใช้ชีวิตเช่นเดียวกับใครๆ ไม่ว่าจะเป็นการพาไปทะเลหลังจากที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับสิบปี การพาไปชมท้องฟ้าจำลองสำหรับผู้พิการทางสายตา หรือการเหมาโรงภาพยนตร์เพื่อให้คนตาบอดได้ “ฟังหนัง” อย่างสนุกสนานผ่านการบรรยายสดจากเพื่อนข้างๆดำเนินไปได้เพราะแรงของอาสาสมัครนับหมื่นคนต่อปี ตั้งแต่การคัดแยกสิ่งของบริจาค ไปจนถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม งานเหล่านี้อาจไม่สวยหรู บางครั้งถึงขั้น “อ้วกแตก” เพราะหนักหน่วง แต่ก็เต็มไปด้วยหัวใจที่อยากแบ่งปัน สมบัติ กล่าวว่า ยอมรับตรงๆ หากขาดอาสาสมัคร มูลนิธิก็แทบจะเดินต่อไม่ได้ แต่สิ่งที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่คือ การทำอย่างไรให้อาสาสมัครเหล่านี้ไม่เพียงแค่ “มาช่วยเป็นครั้งคราว” แต่กลายเป็นพลังที่ยั่งยืนในการเปลี่ยนแปลงสังคมอีกฟากหนึ่ง ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ กำลังพัฒนาโครงการที่เรียกว่า ระบบที่ให้คนในชุมชนช่วยเหลือกันผ่านการแลก “ชั่วโมงของชีวิต” แทนที่จะใช้เงินเป็นตัวกลาง เช่น ถ้าคุณใช้เวลา 1 ชั่วโมงสอนโยคะ คุณก็จะได้เครดิตเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งสามารถนำไปแลกบริการอื่นๆ ได้ เช่น ขอให้เพื่อนบ้านช่วยพาไปหาหมอ กวาดถนน หรือแม้แต่ช่วยสอนดนตรี แนวคิดนี้ทำให้ทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน เพราะเวลาของทุกคนมีค่าเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร “มันไม่ใช่การทำบุญ แต่คือการแลกเปลี่ยนบนฐานของความเสมอภาค”แต่การทำงานของธนาคารเวลาไม่ง่ายเสมอไป หลายครั้งคนในชุมชนไม่เข้าร่วมประชุม หรือไม่อยากขอใช้สิทธิ์ เพราะกลัวถูกมองว่ามาใช้ทรัพยากรส่วนกลางมากเกินไป บางคนสะสมเครดิตเวลา แต่เลือกที่จะไม่แลก เพราะสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือเพียงแค่การใช้เวลากับเพื่อนๆ เท่านั้น ความท้าทายที่แท้จริงของธนาคารเวลา จึงไม่ใช่แค่การออกแบบระบบ แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกชั่วโมงที่ฝากไว้จะมีคนตอบแทนกลับมาแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ชัยฤทธิ์ ค้นพบว่า โมเดลของธนาคารเวลาทำงานได้ผลดีในชุมชนต่างจังหวัด ตัวอย่างเช่นในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ แต่ในสังคมเมืองก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกลุ่มผู้อยู่อาศัยในคอนโดมีเนียมซึ่งหากมีระบบธนาคารเวลา จะช่วยให้การอยู่อาศัยมีคุณภาพดีมากขึ้น ตัวอย่างที่พบเห็นคือการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในเมือง “ชุมชนที่เหมาะกับธนาคารเวลาคือชุมชนขนาดเล็กและจำกัดพื้นที่ มีผู้นำที่เข้มแข็ง และคนมีส่วนร่วมสูง” ชัยฤทธิ์ กล่าว

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

สังคมสูงวัย เวลา มูลนิธิกระจกเงา ธนาคารเวลา Sustainability Expo 2025

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ นำร่อง 'อสังหาฯ ยั่งยืนยุคดิจิทัล' ชู AR และ Eco Art Pieceเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ นำร่อง 'อสังหาฯ ยั่งยืนยุคดิจิทัล' ชู AR และ Eco Art Pieceเขย่าวงการอสังหาริมทรัพย์ ชวนสัมผัสประสบการณ์ความยั่งยืนที่ผสานนวัตกรรมล้ำยุค ในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ตอกย้ำวิสัยทัศน์ 'Social Value Creation' ผ่านเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Interactive Eco Art Piece
Read more »

เปิดเวทีเสวนา ตระหนักรู้เรื่องหัวใจ-คุณภาพการนอน ต้นเหตุเสียชีวิตเฉียบพลันเปิดเวทีเสวนา ตระหนักรู้เรื่องหัวใจ-คุณภาพการนอน ต้นเหตุเสียชีวิตเฉียบพลันเปิดเวทีเสวนา หัวข้อ 'พลิกวิกฤต Sudden Death สร้างชีวิตยืนยาวด้วยการดูแลหัวใจและการนอน'ิในงาน Sustainability Expo 2025 (SX 2025) ชี้สาเหตุเสียชีวิตเฉียบพลัน ป้องกันได้ด้วยการหมั่นเช็คอาการหัวใจและคุณภาพการนอน
Read more »

รักษ์โลก...ราคาที่ต้องจ่ายรักษ์โลก...ราคาที่ต้องจ่ายปีนี้กลุ่มบริษัทไทยเบฟยังคงเป็นแม่งานใหญ่ จัดมหกรรมความยั่งยืน Sustainability Expo 2025 (SX2025) งานที่ได้ชื่อว่าเป็นเวทีรักษ์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
Read more »

SX2025: เวิร์กชอป KCLIMATE 1.5 ชี้ทาง SMEs คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เตรียมพร้อมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำSX2025: เวิร์กชอป KCLIMATE 1.5 ชี้ทาง SMEs คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เตรียมพร้อมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) จัดเวิร์กชอป KCLIMATE 1.5 ช่วย SMEs คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เตรียมความพร้อมรับมือเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
Read more »

เอกนิติ ชู 5 เสาหลักนำเศรษฐกิจไทย รับมือ 4 บริบทโลกใหม่สู่ความยั่งยืนเอกนิติ ชู 5 เสาหลักนำเศรษฐกิจไทย รับมือ 4 บริบทโลกใหม่สู่ความยั่งยืนเอกนิติ ชู 5 เสาหลักนำเศรษฐกิจไทย รับมือ 4 บริบทโลกใหม่สู่ความยั่งยืน ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX2025)
Read more »

Adaptation ธรรมชาติเกินเยียวยา แต่เรายังมีโอกาสเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างเข้าใจAdaptation ธรรมชาติเกินเยียวยา แต่เรายังมีโอกาสเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างเข้าใจเปิดพื้นที่พูดคุยเรื่อง Global Adaptation “การปรับตัว” ของมนุษย์ท่ามกลางวิกฤตภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงบนเวที SX Talk Stage ภายในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025)
Read more »



Render Time: 2026-04-02 04:54:53