ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศชี้ วิกฤตภูมิอากาศคือภัยคุกคามเร่งด่วนต่อมนุษยชาติ และรัฐทั่วโลกมีหน้าที่ตามกฎหมายในการป้องกันและเยียวยาความเสียหาย ซึ่งอาจพลิกทิศทางการเจรจาในเวที COP30
ผู้เชี่ยวชาญจากสหประชาชาติ 25 คน รวมถึงผู้รายงานพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ชนพื้นเมือง และการศึกษา พร้อมผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชนอีกกว่า 20 คน เตรียมออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลโลกอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมผลักดันให้ห้ามล็อบบี้ยิสต์ของอุตสาหกรรมฟอสซิลเข้าร่วมการประชุม และเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดการดำเนินการด้านภูมิอากาศที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความน่าเชื่อถือของการประชุม COP30 ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบรรลุผลลัพธ์ที่มีความหมายในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างความร่วมมือทางการเงินและเทคโนโลยีระหว่างประเทศ โดยต้องมุ่งเน้นไปที่เชื้อเพลิงฟอสซิลและเงินอุดหนุนที่เป็นปัจจัยหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน เช่น สุขภาพ ความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ มาตรฐานการครองชีพ การศึกษา และวัฒนธรรมยืนยันว่ารัฐทุกประเทศมีหน้าที่ทางกฎหมายในการป้องกัน บรรเทา และเยียวยาความเสียหายต่อระบบภูมิอากาศ โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมที่ร่ำรวยซึ่งเป็นผู้ก่อมลพิษหลักต้องเริ่มดำเนินการก่อน พร้อมร่วมมือกันโดยสุจริตตามหลักความรับผิดชอบร่วมแต่แตกต่าง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเจรจาและข้อถกเถียงในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ศาลยังปฏิเสธข้อโต้แย้งจากประเทศผู้ปล่อยมลพิษสูง เช่น สหรัฐ สหราชอาณาจักร จีน สหภาพยุโรป รัสเซีย และซาอุดีอาระเบีย ที่อ้างว่าภาระผูกพันของตนจำกัดอยู่เพียงภายใต้กรอบความตกลงอย่างเป็นทางการ เช่น อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ พิธีสารเกียวโต และข้อตกลงปารีส ศาลยืนยันว่า สิทธิของมนุษย์ทุกคนในการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืน” เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของสิทธิในการมีชีวิต สุขภาพ อาหาร น้ำ และที่อยู่อาศัย ดังนั้น หน้าที่ในการป้องกันหายนะทางภูมิอากาศจึงเป็นพันธกรณีที่เกิดจากกฎหมายระหว่างประเทศโดยรวม รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ที่กำหนดให้ทุกประเทศต้องป้องกันอันตรายข้ามพรมแดนที่ร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ประเด็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คำวินิจฉัยของศาลได้ยกระดับเป้าหมายการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.
5 องศาเซลเซียส จากเป้าหมายไปสู่เกณฑ์ทางกฎหมายที่แต่ละประเทศต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และต้องสะท้อนความพยายามในแผนลดการปล่อยคาร์บอน ของตน อย่างไรก็ตาม การประชุม COP ยังคงเป็นกระบวนการพหุภาคีที่ต้องอาศัยมติเอกฉันท์ ซึ่งเปิดช่องให้ประเทศมหาอำนาจสามารถใช้สิทธิยับยั้งหรือกดดันประเทศเล็กที่พึ่งพาความช่วยเหลือเพื่อขัดขวางข้อตกลงที่ไม่เป็นประโยชน์ เอลิซา มอร์เกรา ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศกล่าวว่าหลังจากคำวินิจฉัยที่ชัดเจนของศาลโลก หากยังไม่เห็นการตัดสินใจที่มีความหมายเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล การประชุม COP จะไม่สามารถถือว่ามีความชอบธรรมได้อีกต่อไป อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมพลังงานยังคงมีอิทธิพลสูง และคาดว่าจะเข้าร่วม COP30 โดยเฉพาะเมื่อเจ้าภาพคือ บราซิล ซึ่งเพิ่งผ่อนคลายกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมเพื่อเปิดทางให้มีการขุดน้ำมันเพิ่มในลุ่มน้ำแอมะซอนเพื่อป้องกันความสูญเสียเพิ่มเติม และต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินและเทคนิคแก่ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อการปรับตัว แต่แม้ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกาจะระบุเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายอย่างชัดเจน ศาลโลกไม่ระบุไว้โดยตรง ทำให้ภาระในการเรียกร้องยังอยู่ที่ชุมชนหรือประเทศผู้เสียหายที่จะต้องดำเนินคดีเอง นักเคลื่อนไหวด้านภูมิอากาศชาวอินเดีย ฮาร์จีต ซิงห์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญของขบวนการเคลื่อนไหวในเมืองเบเลง โดยเป็นคานงัดทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและการชดใช้ในรูปแบบใหม่ และเน้นว่าต้องทำให้สังคมรับรู้และกดดันให้รัฐบาลปฏิบัติตาม
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รัฐบาลทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ ขัดขวางการประชุม COP30รัฐบาลหลายประเทศเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์จะขัดขวางการเจรจาในการประชุม COP30 ที่บราซิล แม้จะไม่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมก็ตาม เนื่องจากทรัมป์เคยแสดงจุดยืนคัดค้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน
Read more »
53 ประเทศหนุนกองทุน TFFF ใน COP30 ระดมทุนได้กว่า 5.5 พันล้านดอลลาร์เวที COP30 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล เปิดตัว “Tropical Forest Forever Facility” กองทุนป่าฝนถาวรแห่งแรกของโลก ระดมความร่วมมือจาก 53 ประเทศ ได้รับการประกาศเงินสนับสนุนรวมกว่า 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว และตั้งเป้าระดมทุนรวม 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
Read more »
ยุทธศาสตร์ลดโลกร้อนฉบับใหม่ (NDC 3.0) ของไทย โอกาสและความท้าทายบนเวที COP30ไทยเตรียมประกาศยุทธศาสตร์ NDC 3.0 ในเวที COP30 ที่บราซิล เร่งสู่ Net Zero ปี 2050 ลดก๊าซเรือนกระจก 47% พร้อมดึงลงทุนสีเขียว 2.3 แสนล้านบาท
Read more »
COP30: การประชุมสภาพภูมิอากาศโลกที่บราซิล กับความท้าทายในการลดก๊าซเรือนกระจกการประชุม COP30 ที่บราซิลเผชิญความท้าทายสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจก, กำหนดเป้าหมายการปรับตัว และระดมทุนด้านสภาพภูมิอากาศ ท่ามกลางการไม่ส่งคณะผู้แทนอย่างเป็นทางการจากสหรัฐฯ, การประเมินความก้าวหน้าจากข้อตกลงปารีส และการกำหนดตัวชี้วัดด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ
Read more »
