จาก ม.144 ถึง ม.157: บทพิสูจน์พลังภาคประชาชนในวันที่ศรัทธาต่อระบบลดลง

United States News News

จาก ม.144 ถึง ม.157: บทพิสูจน์พลังภาคประชาชนในวันที่ศรัทธาต่อระบบลดลง
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 thaipost
  • ⏱ Reading Time:
  • 192 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 80%
  • Publisher: 51%

ประเด็นร้อนที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด ต้องตกตะลึงแก่ฝ่ายผู้ร้อง และภาคประชาชน เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

ประเด็นร้อนที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด ต้องตกตะลึงแก่ฝ่ายผู้ร้อง และภาคประชาชน เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้ขาดข้อกล่าวหา กรณีการโยกงบประมาณ 35,000 ล้านบาท จากงบชำระหนี้รัฐวิสาหกิจ ไปใช้ในโครงการ “แจกเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต”นักการเมืองหลายร้อยชีวิต ทั้ง ส.

ส. และ ส.ว. ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการอนุมัติงบประมาณ ได้ รอดพ้นจากโทษประหี่ทางการเมืองที่รุนแรงที่สุด คือการ พ้นจากตำแหน่ง และถูก ตัดสิทธิทางการเมือง ทันที ในคดีนี้ย้อนไป เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2568 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์, นายสมชาย แสวงการ, อาจารย์เจษฎ์ โทณะวณิก, นายนิติธร ล้ำเหลือ และภาคประชาชน ได้ยื่นคำร้องขอให้ ป.ป.ช. สอบสวนและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ คำร้องยังอ้างว่าการกระทำเช่นนี้อาจเข้าข่าย ผลประโยชน์ทับซ้อน และอาจทำลายวินัยการเงินการคลังของประเทศ. โดยกล่าวหา รัฐบาล สส. สว. และคณะกรรมมาธิการที่เกี่ยวข้อง ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 โดยการ ตัดงบชำระหนี้เงินกู้ธนาคารรัฐ จำนวน 35,000 ล้านบาท แล้วนำงบก้อนดังกล่าวไปใส่ใน งบกลางโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลวอลเล็ตจากผลการพิจารณา ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ไม่ชี้มูลความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 แต่ให้ตั้งคณะไต่สวนต่อกรณีอาจมีความผิดฐานนำ “เงินกู้ไปใช้ผิดประเภท” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงรับเรื่องสอบสวนต่อ นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังแจ้งว่า จากการสอบสวนไม่พบว่า น.ส.แพทองธาร ซึ่งอยู่ในข่ายคำร้อง ร่วมดำเนินการกับนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ดังนั้นจึงยุติการสอบสวน ผู้อยู่ในข่ายถูกสอบสวนจึงเหลือเพียงนายเศรษฐา ทวีสิน กับ ครม.ทั้งคณะ รวมถึงชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” สมัยรองนายกฯ และเจ้าหน้าที่ราชการผู้เกี่ยวข้อง ประเด็นต่อมาก็คือ มาตรา 144 ยัง “มีประสิทธิภาพ” พอหรือไม่ ในการป้องกันการใช้เงินหลวงในทางการเมือง หลายคนตั้งคำถามว่าการนำไปสอบสวนใน ม.157 แทน ทำให้ผู้เกี่ยวข้องรอดพ้นการลงโทษประหารทางการเมือง และอาจเป็นการ ชะลอหรือยื้อเวลาให้คดีนี้คลี่คลายไปความคาดหวัง/ผลกระทบต่อการเมืองไทย และคำถามค้างคา จากภาคประชาชน กรณีนี้กำลังเป็นบททดสอบประสิทธิภาพขององค์กรอิสระ และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในการควบคุมงบประมาณ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าว “สิ้นผล” ตาม ม.144 ทันที ก็จะส่งผลให้นายกรัฐมนตรีและ ครม.ต้องพ้นตำแหน่งทันที รวมถึงถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง แต่หาก ป.ป.ช. ไม่พบผิด ม.144 ก็หมายความว่า “บทลงโทษตามรัฐธรรมนูญ” จะไม่ถูกใช้ และกรณีนี้จะกลายเป็นคดีอาญาตาม ม.157 แทน มีโทษหนักเบาต่างไป นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ แกนนำผู้ร้อง และคณะรวมพลังแผ่นดินฯ ออกมาแสดงความไม่พอใจทันที โดยชี้ว่า มติของ ป.ป.ช. คือการ“การกระทำที่ชัดเจนว่าเป็นการ ตัดงบชำระหนี้ตามกฎหมาย เพื่อนำไปใช้ในโครงการประชานิยม ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ การที่ ป.ป.ช. ไม่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา จึงเท่ากับเป็นการ ปกป้อง ไม่ให้นักการเมืองต้องรับผิดชอบในบทลงโทษที่แท้จริง!” ประเด็นที่น่าจับตา: แม้คณะรัฐมนตรีจะถูกตั้งไต่สวน ม.157 ซึ่งมีโทษจำคุก/ปรับ แต่การตัดสินใจครั้งนี้ได้ ปิดประตู ไม่ให้นักการเมืองจำนวนมากต้องพ้นจากตำแหน่งในสภาฯ ส่งผลให้ เสถียรภาพทางการเมืองยังคงอยู่ ในขณะที่ความเชื่อมั่นต่อกลไกตรวจสอบของรัฐถูกตั้งคำถามอย่างหนักนี่คือห้วงเวลาแห่งการเผชิญหน้าอันดุเดือดระหว่าง อำนาจรัฐ องค์กรตรวจสอบ และ อำนาจสาธารณะ ซึ่งไม่ใช่เพียงความขัดแย้งทางเทคนิคทางกฎหมาย แต่คือการปะทุของ"วิกฤตศรัทธาเชิงโครงสร้าง" ที่กัดกร่อนรากฐานของระบอบประชาธิปไตยไทยความเชื่อมั่นต่อ องค์กรอิสระ ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็น"ผู้เฝ้าระวัง" และ"กลไกถ่วงดุล" ได้เข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงที่สุด การตัดสินใจของ ป.ป.ช. ในการ ไม่ชี้มูลความผิดทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 แต่เปลี่ยนไปใช้เพียง มาตรา 157 ทางอาญา ได้ถูกตีความโดยสาธารณะว่าเป็นการ"ลดทอน" และ"ผ่อนปรน" บทลงโทษ โจทย์ใหญ่: การตัดสินใจที่ส่งผลให้ ฝ่ายนิติบัญญัติจำนวนมากรอดพ้นจากการถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้เกิดคำถามหนักหน่วงว่า องค์กรอิสระยังคงยืนหยัดอย่างเป็นกลางเพื่อปกป้อง เจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญและวินัยการคลังของชาติ หรือกำลังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ เกมอำนาจวิกฤตนี้ตอกย้ำถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ใน โครงสร้างทางการเมือง โดยเฉพาะการใช้"อำนาจรัฐ" ในการจัดการทรัพยากรของชาติ เพื่อเป้าหมายทางการเมือง การโยกงบประมาณ ที่มีข้อผูกพันตามกฎหมายไปสู่โครงการประชานิยม ถูกมองว่าเป็นพฤติการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อ ผลประโยชน์ทับซ้อน และ การทำลายวินัยการเงินการคลัง พลังของภาคประชาชน ที่ต้องรวมตัวกันเรียกร้องและติดตามการทำงานขององค์กรอิสระทุกฝีก้าว สะท้อนว่า กลไกการตรวจสอบโดยปกติไม่อาจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนต้องทำหน้าที่เป็น"ผู้เฝ้าระวังหลัก" ของชาติ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thaipost /  🏆 62. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

พยากรณ์อากาศประเทศไทย: เตือนภัยฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักทั่วประเทศ (23-29 ก.ย. 68)พยากรณ์อากาศประเทศไทย: เตือนภัยฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักทั่วประเทศ (23-29 ก.ย. 68)กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวนทั่วประเทศไทยในช่วงวันที่ 23-29 กันยายน 2568 โดยมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ พร้อมแนะนำให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
Read more »

นายกรัฐมนตรีเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา: เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องประชาชนนายกรัฐมนตรีเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา: เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องประชาชนนายกรัฐมนตรีเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29-30 กันยายน 2568 โดยเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องประชาชนเป็นหลัก พร้อมมาตรการลดค่าครองชีพและกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว
Read more »

'อนุทิน'คิกออฟ'ครม.ชั่วคราว' ลุยเปลี่ยน4เดือนเป็น4ปี'อนุทิน'คิกออฟ'ครม.ชั่วคราว' ลุยเปลี่ยน4เดือนเป็น4ปีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2568 เสร็จแล้ว เริ่มนับหนึ่ง 4 เดือนของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย
Read more »

ชาวบ้านชายแดนสุรินทร์อพยพหนีตึงเครียดรอบใหม่ วอนรัฐเร่งเยียวยา-ยุติขัดแย้งเขตแดนชาวบ้านชายแดนสุรินทร์อพยพหนีตึงเครียดรอบใหม่ วอนรัฐเร่งเยียวยา-ยุติขัดแย้งเขตแดนวันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 15.00 น.
Read more »

รัฐบาลเปิดโครงการคนละครึ่งพลัส: ลงทะเบียน 20-26 ต.ค. 68, เงินหมุนเวียน 88,000 ล้านบาทรัฐบาลเปิดโครงการคนละครึ่งพลัส: ลงทะเบียน 20-26 ต.ค. 68, เงินหมุนเวียน 88,000 ล้านบาทรัฐบาลเตรียมเปิดโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 โดยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 และผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและมีเงินหมุนเวียนในระบบ 88,000 ล้านบาท
Read more »

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ‘ป่อเต็กตึ๊ง’ จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้ - 29 ตุลาคม 2568 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:47:55