ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สกัดจับผู้ต้องหาชาวจีนและแฟนสาวชาวไทย ก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่น ด้วยรูปแบบหลอกให้รัก หรือ โรแมนซ์สแกม ขยายผลพบก่อคดีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 132 คดี มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 91 ล้านบาท วันนี้ (20 ก.พ.2568) ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร.
ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สกัดจับผู้ต้องหาชาวจีนและแฟนสาวชาวไทย ก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่น ด้วยรูปแบบ หลอกให้รัก หรือ โรแมนซ์สแกม ขยายผลพบก่อคดีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 132 คดี มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 91 ล้านบาท วันนี้ ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.
ตร. ซุ่มสกัดจับผู้ต้องหาในขบวนการโรแมนซ์สแกม โดยสกัดจับที่ย่านราชวินิตบางแก้ว ริมถนนบางนา-ตราด อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นอกจากนี้ยังขยายผลสกัดจับผู้ร่วมขบวนการได้อีก 3 คน และคุมตัวทั้งหมดเข้าตรวจภายในบ้านพัก และอายัดของกลางได้หลายรายการ มีบัญชีธนาคารพร้อมใช้ 102 บัญชี บัตรเดบิต 70 ใบ ซิมโทรศัพท์พร้อมใช้ประมาณ 1,000 หมายเลข โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และมีข้อมูลสำคัญจำนวนมาก มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 1 เครื่อง และรถยนต์ 1 คัน ตำรวจ ให้ข้อมูลว่า ขบวนการนี้ หลอกลวงผู้อื่นด้วยรูปแบบโรแมนซ์สแกม หรือ หลอกให้รัก โดยปลอมโปรไฟล์แล้วสนทนาให้หลงรัก ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนเปิดร้านค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ ของสิงคโปร์ จากนั้นจะลวงให้ทำภารกิจกดออเดอร์ และให้ออกเงินไปก่อน ครั้งแรกอาจจะได้เงินแต่ครั้งต่อไปจะต้องเพิ่มเงินและไม่สามารถถอนเงินออกมาได้อีก โดยขบวนการนี้พบว่าผู้ต้องหาชาวจีนคือหัวหน้าขบวนการ และมีแฟนสาวชาวไทย สนับสนุน ส่วนอีก 3 คน เป็นผู้ที่จัดหาบัญชีม้า จัดหาเบอร์โทรศัพท์ และ เป็นบัญชีม้า ซึ่งในขณะที่วางกำลังเฝ้าติดตาม ผู้ต้องหา อยู่ระหว่างทางไปเปิดบัญชีสแกนหน้าเพื่อถอนเงินออกจากบัญชี ส่วนการจัดการเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง ผู้ต้องหาชาวจีนจะเป็นผู้สั่งการให้แปลงเป็นเงินดิจิทัล ซึ่งตำรวจตรวจบัญชีทั้งหมดที่พบความเชื่อมโยงในระบบการรับแจ้งความออนไลน์ มีทั้งสิ้น 132 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 91 ล้านบาท ทั้งนี้ผลการสอบสวนผู้ต้องหาชาวจีน ให้การภาคเสธ อ้างว่า มีหัวหน้าคอยสั่งการจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนตัวเองทำหน้าที่ดูแลการเงิน บัญชีดิจิทัล และจัดหาบัญชีม้าในไทยเท่านั้น ขณะที่ผู้ต้องหาชาวไทยซึ่งเป็นแฟนสาวชาวจีน ปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา สำหรับความผิดทั้ง 5 คน ถูกดำเนินคดีต่างกันไป อาทิ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันเป็นซ่องโจร และร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรเอทีเอ็ม ตลอดจนเลขหมายโทรศัพท์มือถือ และ เปิดบัญชี หรือยินยอมให้คนอื่นใช้บัญชีเงินฝาก และบัตรเอทีเอ็ม
หลอกให้รัก อาชญากรรมข้ามชาติ บัญชีม้า ข่าววันนี้ ข่าวล่าสุด ข่าวล่าสุดวันนี้
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ครูปรีชา ชี้ 'ความจริงก็คือความจริง' ในดราม่าหวย 12 ล้านครูปรีชา ใคร่ครวญ อดีตคดีหวย 30 ล้าน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหวย 12 ล้าน ที่มีการถกเถียงกันอย่างหนักระหว่างตำรวจกับยายแหล่ เจ้าของร้านลาบก้อย ที่อ้างว่าได้แบ่งหวยกับตำรวจ ครูปรีชาเสริมว่า เรื่องนี้เป็นบทเรียนให้กับทุกคนถึงความสัจจะ
Read more »
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งสำนวนอัยการ 'หมอบุญ' ฉ้อโกง 605 ราย เสียหาย 14,200 ล้านกรมสอบสวนคดีพิเศษส่งสำนวนอัยการคดี 'หมอบุญ' ฉ้อโกงประชาชน 605 ราย เสียหายกว่า 14,200 ล้านบาท พร้อมความเห็นสั่งฟ้อง 16 ราย ผู้ต้องหา 13 ราย ถูกจับกุม และอีก 3 รายหลบหนี
Read more »
ดีเอสไอบุก'เหมืองขุดบิทคอยน์ลับ'ในสมุทรสาคร 3 โรงงาน หยุดขุด 858 เครื่อง เสียหาย 500 ล้านดีเอสไอ ร่วมกับ กฟภ. บุกพื้นที่สมุทรสาคร พบเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อน 3 โรงงาน ยึดเครื่องขุด 858 เครื่อง เสียหายรัฐกว่า 500 ล้านบาท
Read more »
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยับยั้งการละเมิด 1,304 คดี มูลค่าความเสียหาย 686 ล้านกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า มุ่งเน้นพัฒนาส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากสถานการณ์การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทยสูง กรมฯ จึงเร่งปราบปรามการละเมิดทั้งในตลาดและช่องทางออนไลน์ พร้อมดำเนินคดีกับผู้ผลิตและผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์
Read more »
สั่งฟ้อง 'หมอบุญ' และพวกรวม 13 ราย คดีแชร์ลูกโซ่ เสียหาย 16,100 ล้านสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด สั่งฟ้อง 'หมอบุญ' หรือ 'บุญ วนาสิน' และพวกรวม 13 ราย ในคดีแชร์ลูกโซ่
Read more »
“รักชนก” ชำแหละงบประกันสังคม นั่งเฟิสต์คลาส ดูทริปงานสุดหรู“รักชนก” ชำแหละงบประกันสังคมนั่งเฟิสต์คลาส ดูทริปงานสุดหรู งบยุทธศาสตร์ก้าวกระโดด 2,000 ล้าน คอลเซ็นเตอร์ 100 ล้าน แต่โทรไม่เคยมีใครรับสาย
Read more »
