PPTVHD36 World Class TV ละครกลับไปสู่วันฝัน รายการวาไรตี้ The Voice 2019 เกมพันหน้า กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก และการแข่งขัน MotoGP 2019 ทันทุกสถานการณ์ข่าว เกาะติดดาราไทย และต่างประเทศ สุดมันกับซีรีส์ และภาพยนต์ระดับโลก
นาย จตุพร มองว่า ปฏิทินถูกกำหนดไว้แล้ว พรรค ก้าวไกล จะถูกตัดสินให้ยุบพรรค ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 การออกมาพูดของสมาชิกวุฒิสภา ถือเป็นการประเมินสถานการณ์ คนการเมืองบางคนต้องการกระแทกเพื่อให้ผลตรงกันข้าม แม้ว่านายพิธา จะรู้สึกว่าสู้ได้ แต่ตนมองขาดว่า ตั้งแต่ล้มล้างการปกครองไม่มีช่องทางอื่น ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร 3 กรกฎาคมนี้ พรรค ก้าวไกล อาจโดนทุบ หลังจากนั้นก็ต้องป้องกันไม่ให้หูเง่าในพรรคออกไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งตนได้ยินมาว่ามีร่วม 20 คน ก้าวไกล ต้องไปทำการบ้านต่อไป หรือแม้แต่สมาชิกพรรค เพื่อไทย ก็อาจไม่รอด เพราะถ้าวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ที่อัยการนัดนายทักษิณเข้าพบ หากนายทักษิณไม่ได้รับการประกันตัว หุ้นก็จะเปลี่ยน แพก็จะแตก นาย จตุพร มองว่า การที่นายทักษิณไปนวดตัว ไม่ได้หมายความว่านายทักษิณจะสู้อะไร ตนกล้าพูดว่าที่นายทักษิณเคลื่อนไหว เพื่อต้องการตอกย้ำว่า ยังอยู่ในประเทศไทย เป็นการสยบข่าวลือ แล้ววันที่ 18 มิถุนายนนี้ค่อยว่ากัน ขณะที่ นาย ศิโรตม์ กล่าวว่า คิดว่า ก้าวไกล ตั้งใจสู้อย่างเต็มที่ ตนทราบมาว่า นายพิธาจะดูด้านกฎหมายเอง โดยดึงทนายความด้านนอกเข้ามาช่วย พร้อมถอดบทเรียนว่า ทำไมถึงแพ้กรณีพรรคอนาคตใหม่ หรือแพ้ในกรณีของนายธนาธร เชื่อว่าพรรค ก้าวไกล มีโอกาสชนะ หากประเทศไทยปกครองด้วยระบบกฎหมายเป็นใหญ่ แต่กฎหมายในประเทศไทยเป็นกฎหมายที่เชื่อว่าทุกคนทราบดีว่า เป็นกฎหมายที่ดูว่าใช้กับใคร นาย ศิโรตม์ เชื่อว่า กรณีพรรค ก้าวไกล จะไม่ได้สู้ด้วยเรื่องกฎหมาย แต่สู้ด้วยเรื่องของคอนเนกชัน คิดว่าโอกาสรอดคงจะยาก ก้าวไกล ควรมองในขั้นถัดไปว่า พรรคใหม่หลังจากนี้ จะสู้อย่างไรในการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้จะมีคนประเมินว่า ก้าวไกล จะได้อันดับหนึ่งก็จริง แต่การประคองพรรคและสถานการณ์หลังโดนคดียุบพรรค เช่น หากมีงูเห่า พรรคใหม่ของ ก้าวไกล ก็จะไม่ใช่อันดับหนึ่งของประเทศอีกต่อไป นาย ศิโรตม์ ยกตัวอย่างว่า สมมติงูเห่าไปอยู่พรรค เพื่อไทย ก็จะพูดได้ว่าพรรค เพื่อไทย เป็นพรรคอันดับหนึ่ง แม้ไม่ชนะอันดับหนึ่ง ก็จะสามารถพูดได้เต็มปาก แม้ได้งูเห่าจากพรรค ก้าวไกล มาเพียง 15 คนก็ตาม สมการทางการเมืองจะเปลี่ยนอย่างรุนแรงนาย ศิโรตม์ มองว่า ครั้งนี้พรรค ก้าวไกล มีเอกภาพมาก เชื่อว่ากลุ่มงูเห่าที่จะไป จะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีดีเอ็นเอแบบพรรค ก้าวไกล จริง ๆ แต่ไปอยู่ในพรรค ก้าวไกล ถูกที่ถูกเวลา ในช่วงที่กระแสของพรรค ก้าวไกล แรง ทั้งที่ดีเอ็นเอของเขาอาจเหมาะกับการอยู่พรรคฝ่ายรัฐบาลบางพรรคมากกว่า แต่ไม่มีช่องทาง และเชื่อว่ากลุ่มนั้นเป็นกลุ่มคนที่จะไป แต่ด้วยคะแนนความนิยมของพรรค ก้าวไกล ที่รุนแรง เชื่อว่าจะได้กลุ่มคนหน้าใหม่เติมเข้ามาอีก เพราะจุดเด่นหนึ่งของพรรค ก้าวไกล คือ การมีบุคลากรเบื้องหลังที่แข็งแกร่ง และพร้อมทำงานให้พรรคโดยที่ไม่ออกหน้า ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ทำให้พรรค ก้าวไกล เดินหน้าได้ นาย ศิโรตม์ คาดว่า นายพริษฐ์ นางสาวศิริกัญญา หรืออาจารย์ต้น อาจเป็นคนที่มีศักยภาพพอที่จะนำ ก้าวไกล ต่อไปได้ ด้านนาย จตุพร มองว่า ปัญหาไม่ใช่อยู่แค่พรรค ก้าวไกล โดนยุบ เพราะโดนยุบเฉพาะกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น แต่พรรค ก้าวไกล ยังมีนายพิธา นายชัยธวัช นายอภิชาติ หรือคนอื่น ๆ รวมถึงผู้แทน สส.
ประมาณ 5 คน แต่ความน่ากลัวอยู่ที่ 44 สส. ในเรื่องจริยธรรมในการแก้ไขมาตรา 112 ตนเชื่อว่าถ้าเดินไปถึง 44 สส. ซึ่งเหลือใช้งานจริง ประมาณ 26 คน บุคลากรสำคัญจะหายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นนางสาวศิริกัญญา นายวิโรจน์ นายรังสิมันต์ โรม เพราะกรณีของนายพิธา นายชัยธวัช ก็โดนไปตั้งแต่รอบแรกแล้ว แม้พรรคก้าวไกลในอนาคตจะโตมากกว่าเดิม แต่ในแถวสามของเขาก็จะต้องสร้างบุคลากรทางการเมืองใหม่ นายจตุพร เชื่อว่า ไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะมาใหม่ในนามพรรคไหนก็ตาม แน่นอนว่าคนก็จะตามไปเลือก แต่บุคคลากรทางการเมืองในยุคพรรคอนาคตใหม่มาต่อที่ยุคพรรคก้าวไกล ยังสามารถต่อกันได้ ส่วนจากพรรคก้าวไกลมาพรรคใหม่ อาจใช้เวลาในการสร้างความนิยม ไม่ว่าอย่างไร ตนมองว่าพรรคก้าวไกลต้องเร่งสร้างบุคลากรที่มีความสามารถทางการเมืองขึ้นมา นายจตุพร กล่าวว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยจะแพ้ชนิดที่หาทางกลับไม่เจออีกเลย เพราะไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปสู้ในสนามของการเลือกตั้ง ก่อนที่พรรคเพื่อไทยได้รับโอกาสจากประชาชน คนก็ให้โอกาสพรรคการเมืองอื่น พอพรรคนั้นจุดยืนเปลี่ยน คนก็ทิ้ง วันนี้พรรคเพื่อไทยจะเอาอะไรไปขายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นายจตุพร กล่าวต่อว่า วันนี้เราเองก็เห็นว่าพรรคเพื่อไทยปกติจะใช้ AIR WAR ด้านกว้าง GROUND WAR เป็นรอง แต่ครั้งต่อไป AIR WAR ด้านกว้าง กระแสจุดยืนทางประชาธิปไตยใช้ไม่ได้ ขายไม่ได้แล้ว การตระบัตสัตย์ถือเป็นข้อหาที่แรงมาก เรื่องผลงานก็ยังหาอะไรไม่ได้ เชื่อว่าอนาคตของพรรคเพื่อไทยครั้งหน้าจะดิ่งเหว และแพ้อย่างราบคาบ นายจตุพร ระบุว่า แม้พรรคก้าวไกลโดนยุบ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ประโยชน์ เพราะพรรคเพื่อไทยเองก็มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย มีแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และที่สำคัญที่สุดคือ ความเชื่อในสิ่งที่พรรคเพื่อไทยประกาศ ครั้งนี้ คนกว่าสิบล้านคนถูกพรรคเพื่อไทยหักหลัง ถูกทรยศนายศิโรตม์ มองว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหยุดกิจการ หรือทางเลือกที่สองคือ ต้องเป็นพรรคสายดูด คือต้องไปไล่ดูด สส. จากพรรคอื่นมา เช่นในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็คงไม่มีอีกต่อไป เป็นไปได้ว่า พรรคเพื่อไทยอาจได้ สส. จากทั้งสองพรรคมาบางส่วน รวมกับ สส. ที่คนของบางพรรคซึ่งเตรียมเข้าพรรคเพื่อไทย ไปกะลิ้มกะเหลี่ย สส. พรรคก้าวไกลบางคน ก็อาจทำให้ได้ สส. เติมเข้ามาอีก นายศิโรตม์ มองว่า ธรรมชาติของนักการเมืองแบบพรรคเพื่อไทยคิดเรื่องระยะสั้น ไม่ได้คิดเรื่องระยะยาว เพราะถ้าคิดเรื่องระยะยาว หลายเรื่องที่พรรคเพื่อไทยทำจะไม่เป็นแบบทุกวันนี้ ด้านนายจตุพร กล่าวว่า หลักการเรื่องการเอาผู้แทนประเภทที่ใช้เงินตราดูดนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองรูปแบบใด ก็จะถือว่านักการเมืองคนนั้นหาอุดมการณ์ไม่ได้ ในบางสถานการณ์อาจได้นักการเมืองเช่นนั้น แต่ตนเชื่อว่าประเทศเดินทางไปไกล ความเป็นจริงการเลิกกิจการของพรรคเพื่อไทยอาจจะจบได้งดงามกว่า แต่หากดั้นหน้าก็จะยิ่งทรุดลง และยิ่งฉายตัวตนตามลำดับ การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนก็ส่งสัญญาณแล้วว่า จากจุดสตาร์ตที่ต้องการ 310 เสียง ไปจุดประกายเรื่องแลนด์สไลด์ ไป ๆ มา ๆ จุดยืนไม่ชัดเจน ประชาชนก็เริ่มส่งสัญญาณแล้ว พอได้รับการเลือกตั้งเป็นลำดับที่สอง ไปทำสิ่งที่ผิดคำพูดไว้กับประชาชน ครั้งหน้าในสนามเลือกตั้ง ใครจะไปสบตากับประชาชน แค่ประชาชนได้ยินคลิปเก่า ๆ ก็ไปยาก แต่ละคนพูดใหญ่พูดโต จุดยืนชัดเจน แต่ถึงเวลาแล้วละทิ้งกันทั้งหมดนายจตุพร มองว่า กรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องคดี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้ดูว่าวันที่ 18 มิถุนายนนี้ นายทักษิณจะไปศาลหรือเปล่า แม้ว่านายทักษิณจะสู้อย่างไร ก็เหมือนอดีตนักการเมืองที่เคยได้รับความนิยมจากประชาชน พอถึงเวลามันไม่ได้อยู่ที่ตัวนายทักษิณแล้ว มันอยู่ที่ประชาชน พอเห็นว่าไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนที่คนเคยเห็น มันจบแล้วตั้งแต่ 22 สิงหาคม ปี 2566 หลังจากนั้นก็ติดลบอย่างรวดเร็ว นายจตุพร กล่าวว่า ความพยายามของนายทักษิณจะไม่มีความหมาย เชื่อว่าอำนาจการต่อรองที่ผ่านมาใช้ไปอย่างครบถ้วนแล้ว กระทั่งคู่ต่อรองเสียหาย นำพาให้ประเทศเสียหาย กระบวนการยุติธรรม พระบรมราชโองการ ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า เพราะฉะนั้นวันนี้กลับมาที่จุดเดิม ว่าตัวนายทักษิณกลายเป็นปัญหาของประเทศ พอเรื่องประชาธิปไตยล้มหาย ความนิยมก็กลายเป็นอดีตไป ปรากฏขณะนี้ก็พากันทรุดยิ่งกว่าเดิม เหมือนเตี้ยไปอุ้มค่อม นายทักษิณไม่สามารถลากพรรคเพื่อไทยขึ้นมาได้ มิหนำซ้ำอาจพาพรรคเพื่อไทยให้ทรุดหนักลงยิ่งกว่าเดิม นายศิโรตม์ มองว่า พรรคเพื่อไทยคงจะไม่ไปถึงจุดเลิกกิจการโดยง่าย แต่สังคมจะให้บทเรียนกับนายทักษิณว่า บางอย่างเมื่อถึงเวลาพอก็ต้องพอ ตนคิดว่าเต็มที่คือ นายทักษิณอาจสู้อีกหนึ่งสมัยแล้วคงจะไม่สู้แล้ว พื้นที่ภาคอีสานถือเป็นทางแยกของเพื่อไทย รักประชาธิปไตยมากด้วย ดังนั้นเมื่อจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยของพรรคเพื่อไทยไม่ชัดเจน เรื่องอื่นก็จะถูกลดความสำคัญลงไปโดยปริยาย นายศิโรตม์ กล่าวต่อว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะสูญเสียอำนาจในการต่อรองอย่างหนัก ทั้งในแง่ของการเมือง มวลชนจะหดหาย จำนวน สส. จะหดหาย นายทักษิณก็จะตระหนักได้เองว่าสิ่งที่เหน็ดเหนื่อยไปตนจะไม่ได้อะไรเลย ตนเชื่อว่านายทักษิณทำงานเพราะต้องการเป็นรัฐบาลหรือมีอำนาจ ดังนั้น ถีงจุดนั้นนายทักษิณก็จะเห็นเอง ด้วยจำนวนมวลชนที่หดหาย จาก 14 ล้านเสียง เหลือ 10 ล้านเสียง ถือว่าหายไปเกินคาด และคราวหน้าจาก 10 ล้านเสียง อาจเหลือ 5 ล้านเสียงก็ได้ ตนหวังว่า นายทักษิณจะเห็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เผชิญ นำมาเป็นบทเรียนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกาลเวลาได้ ถ้าไม่มีจุดยืน แต่กรณีเกิดข่าวการจับมือกันของทั้งสองพรรค คิดว่ามีที่มาที่ไปคือ พรรคที่ไม่ค่อยมีอนาคตแล้ว ต้องการสื่อให้เห็นว่าตนยังมีอำนาจต่อรองทั้งสองกลุ่ม คือ กลุ่มอำนาจเก่า ซึ่งอาจจะสื่อว่าเขามีโอกาสจับมือกับพรรคก้าวไกลเพื่อขู่อำนาจเก่าว่า ถ้าเล่นงานหนัก จะจับมือกับพรรคก้าวไกล สองคือ ต้องการสื่อกับพรรคร่วมรัฐบาลว่า ถ้าแทงข้างหลังนายกเศรษฐา ก็จะถูกทิ้ง โดยการไปจับมือกับพรรคก้าวไกล นายศิโรตม์ กล่าวต่อว่า แม้เชิงตรรกะแล้ว พรรคก้าวไกลไม่มีเหตุผลต้องจับมือกับพรรคเพื่อไทย ณ วันนี้ทุกคนก็รู้ว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบ แต่ทุกคนก็เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้เสียงอย่างถล่มทลาย เพราะฉะนั้น พรรคก้าวไกลจจึงมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องจับมือกับพรรคเพื่อไทย
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ จตุพร จตุพร พรหมพันธุ์ ก้าวไกล เพื่อไทย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ยุบพรรคก้าวไกล เข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'ธนกร' เตือน 'ชัยธวัช' หยุดด้อยค่าภาคใต้“ธนกร” เตือน “ชัยธวัช” หยุดด้อยค่าภาคใต้ ชี้ แต่ละภูมิภาคมีจุดเด่นเทียบกันไม่ได้ ยก ธปท.แถลงตัวเลขศก.ใต้ไตรมาสแรก67 ระบุ ท่องเที่ยว-แรงงาน-เกษตรขยายตัวต่อเนื่อง มอง มีเจตนาอื่นแอบแฝงเล่นแต่การเมือง
Read more »
SCB EIC ชี้ ธุรกิจไทยเร่งปรับตัว ทำแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมแนะ 3 แนวทางรับมือโลกเดือดSCB EIC มอง ภัยปัญหาโลกเดือดมีผลกระทบต่อธุรกิจไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับโอกาสการเติบโต โดยมี 3 แนวทางที่ต้องรับมือวิกฤตโลกร้อนหรือโลกเดือดจากผลการประชุม
Read more »
ประเมิน 2 ทางเลือก “ทักษิณ” แลกได้ประกันตัวคดี 112ประเมิน 2 ทางเลือก ”ทักษิณ” แลกได้ประกันตัวคดี 112 “หนีไปต่างประเทศ-เชือดเศรษฐา พ้นนายกฯ“ มอง “วิษณุ” ช่วยงานกฎหมาย เชื่อเป็นเกมรวมร่างกลไกอำนาจประยุทธ์ตั้งรัฐบาลกับหุ่นเชิดทักษิณ
Read more »
“สามารถ” มอง 12 มิ.ย.ปิดตำนานก้าวไกล ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม ชี้”พิธา-ชัยธวัช“ปากกล้า ขาสั่น“สามารถ” มอง 12 มิ.ย.
Read more »
'สามารถ' มอง 12 มิ.ย.ก้าวไกลไม่รอด'คดียุบพรรค' เชื่อไม่มีทางยุบแล้วจะโต”สามารถ“ มอง 12 มิ.ย.ปิดตำนานก้าวไกล 'คดียุบพรรค' ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม ชี้”พิธา-ชัยธวัช“ รู้อยู่แก่ใจไม่มีทางยุบแล้วจะโต
Read more »
“เศรษฐา” เมินเพื่อไทยค้านตั้ง “วิษณุ” เชื่อสส.เข้าใจนายกฯ เมิน คนเพื่อไทย ค้านตั้ง 'วิษณุ' ด้าน 'วิษณุ' เข้าทำเนียบวันแรก ส่วน 'สมศักดิ์' มอง ตั้งเป็นที่ปรึกษาของนายกฯเป็นความอัจฉริยะ ด้าน 'สุริยะ' ยินดีการแต่งตั้ง
Read more »
