จับตาโอมิครอน 'BA.2.2' เช็ก 'ยูเซ็ปพลัส' คืออะไร เริ่มใช้ 16 มี.ค.นี้

United States News News

จับตาโอมิครอน 'BA.2.2' เช็ก 'ยูเซ็ปพลัส' คืออะไร เริ่มใช้ 16 มี.ค.นี้
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 556 sec. here
  • 11 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 226%
  • Publisher: 63%

โควิดไทยยังไม่นิ่ง 'ยอดป่วย-ตาย' ยังสูง จับตา 'โอมิครอน' สายพันธุ์ย่อย 'BA.2.2'-'ยูเซ็ปพลัส' เริ่มใช้วันนี้ สธ.ยืนยันไม่ลดรอนสิทธิรักษาผู้ป่วย โควิด-19 โอมิครอน ยูเซ็ปพลัส ไทยรัฐออนไลน์

โควิดไทยยังไม่นิ่ง 'ยอดป่วย-ตาย' ยังสูง จับตาโอมิครอนสายพันธุ์แยกย่อย 'BA.2.2'คาดเชื้อ 'BA.2.2' อาจเป็นปัจจัยทำยอดตายพุ่ง รอผลการระบาด-ผลดื้อยา-ดื้อวัคซีน ไทยไม่ประมาท เริ่มพัฒนาชุดตรวจหาเชื้อรักษาโควิดฯ เบิกจ่ายแบบ 'ยูเซ็ปพลัส' เริ่มใช้ 16 มี.

ค.นี้ สธ.ยืนยันไม่ได้ลดสิทธิการรักษาผู้ป่วย ย้ำรักษาฟรีตามสิทธิที่มีสถานการณ์โควิดในไทยยังไม่นิ่ง แม้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันจะลดเล็กน้อย แต่ยังทะลุเกิน 2 หมื่นต่อวัน ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตนั้นยังพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่มีโรคเรื้อรัง-และยังไม่ฉีดวัคซีน ส่วนการรักษาผู้ติดเชื้อโควิดฯ ในระบบ ยูเซ็ปพลัส ที่จะมีผลบังคับใช้กลางเดือนนี้ โดย ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์เบิกจ่ายไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันแล้วว่าไม่ได้ลดสิทธิการรักษาผู้ติดเชื้อ หากมีอาการรุนแรงกลุ่มสีเหลือง-สีแดง แต่ไม่เกี่ยวกับการเข้าฮอสพิเทล ส่วนกลุ่มสีเขียวให้ใช้ตามสิทธิที่มี-รักษาฟรีเหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีการค้นพบ 'โอมิครอน' สายพันธุ์แยกย่อยเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งปัจจุบันพบมีการระบาดหนักในต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศไทย หลังข่าวอุบัติใหม่ของเชื้อดังกล่าว หลายฝ่ายต่างกังวลและมีคำถามเกิดขึ้นว่า เจ้าเชื้อกลายพันธุ์ใหม่ตัวนี้จะเป็นภัยร้ายแรงในอนาคตหรือไม่ หลังจาก สธ.ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า พบ 4 รายในไทย 'เข้าข่าย' ติดโควิดฯ สายพันธุ์ดังกล่าว!!! \t\t \t\tพบโอมิครอนสายพันธุ์ 'BA.2.2' ระบาดหนักใน 'ฮ่องกง-อังกฤษ'โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล โพสต์ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'Center for Medical Genomics' ระบุว่า การระบาดใหญ่ระลอกล่าสุดของโอมิครอนบนเกาะฮ่องกง อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ BA.2.2 หรือ B.1.1.529.2.2 ที่มีการกลายพันธุ์เด่นตรงหนามแหลม ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงกรดอะมิโนตำแหน่งที่ 1221 จาก I เป็น T หรือ S:I1221T และการกลายพันธุ์ตรงยีน 'ORf1a: T4087I' โดยมีการซับมิตรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของ BA.2.2 ที่สุ่มตรวจได้ที่ฮ่องกงขึ้นบนฐานข้อมูลโควิดโลก GISAID ประมาณ 386 ตัวอย่าง และสุ่มพบการแพร่ระบาดในอังกฤษประมาณ 236 ตัวอย่างเช่นกัน การระบาดระลอกใหม่นี้ทำให้มีอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดฯ ในฮ่องกงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในโลก มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยในรอบ 7 วัน อยู่ที่ 30 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ 0.85 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ดังนั้นท่านที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนควรรีบไปฉีดเชื้ออาจเป็นปัจจัยหนึ่งทำยอด 'ตาย' พุ่งศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ ระบุต่อว่า ที่น่ากังวลคือจากการที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนในฮ่องกงเพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉลี่ยในรอบ 7 วัน อยู่ที่ 5,425 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน เมื่อเทียบกับอันดับ 2 ประเทศลัตเวีย จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ใกล้เคียงกันคือ 5,278 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน ประเทศไทยอยู่ที่ 315 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน แต่อัตราผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดฯ บนเกาะฮ่องกงสูงมาก คือ มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยในรอบ 7 วัน อยู่ที่ 30 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน ขณะที่ทั้งลัตเวียและไทยอยู่ที่ 10.7 และ 0.7 ตามลำดับ กล่าวคือฮ่องกงมีอัตราผู้เสียชีวิตสูงกว่าลัตเวียถึง 2 เท่า โดยทั้งลัตเวียและไทยมีการระบาดของสายพันธุ์ BA.1 และ BA.2 ทำให้มีแนวโนมว่าโควิดกลายพันธุ์ BA.2.2 อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อัตราผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดฯ ในฮ่องกงพุ่งขึ้นจนทำสถิติสูงที่สุดในโลก\t\t \t\tรอผลศึกษา 'การระบาด-ดื้อวัคซีนและยารักษา'ล่าสุดจากการคำนวณ พบว่า BA.2.2 มีการระบาดเพิ่มขึ้นกว่าทุกสายพันธุ์ประมาณ 35% และพบว่าในอังกฤษมีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวใน รพ. เพิ่มขึ้นสอดคล้องไปกับการแพร่ระบาดของ BA.2.2 ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ฮ่องกงและทั่วโลกกำลังประมวลผลรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของ BA.2.2 กับข้อมูลทางคลินิกเพื่อตอบปัญหาสำคัญ 6 ประการ คือ1) BA.2.2 มีการกลายพันธุ์ไปมากกว่า BA.2 หรือไม่ และตำแหน่งใดบ้างโดยเฉพาะในส่วนยีนที่ควบคุมโครงสร้างของหนาม ที่เปลือกของอนุภาคไวรัส เบื้องต้นทราบแล้วว่า BA.2.2 มีการกลายพันธุ์ไป 2 ตำแหน่ง ที่ไม่พบในสายพันธุ์หลักและสายพันธุ์ย่อยอื่นๆ คือ 'S:I1221T' และ 'ORf1a: T4087I'2) BA.2.2 แพร่ระบาดรวดเร็วกว่า BA.2 หรือไม่3) BA.2.2 ก่อให้เกิดอาการของโรคโควิดได้รุนแรงกว่า BA.2 หรือสายพันธุ์ที่น่ากังวลใจอื่นๆ หรือไม่4) BA.2.2 สามารถด้อยประสิทธิภาพของวัคซีนลงมากกว่า BA.2 หรือไม่5) ยารักษาโมโนโคลนอลแอนติบอดีตัวล่าสุด “โซโทรวิแมบ” ที่ใช้ต่อต้านโอมิครอน ยังสามารถจับกับ BA.2.2 ได้อยู่หรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ของระบบทางเดินหายใจ6) ใช่หรือไม่ที่ BA.2.2 เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในฮ่องกงสูงที่สุดในโลก\t\t \t\tพบทั่วโลกติดเชื้อ BA.2.2 เกือบ 70 ล้านคนโดยข้อมูลจาก 'GISAID' ที่เป็นฐานข้อมูลเชื้อก่อโรคโควิดของโลก พบว่า ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 65 โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1 ยังเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดหลักทั่วโลก ส่วน BA.2 ขณะนี้มีรายงานสายพันธุ์ย่อยแล้ว 3 สายพันธุ์ คือ BA.2.1 จำนวน 532 ราย, BA.2.2 จำนวน 68 ราย และ BA.2.3 จำนวน 1,938 รายจะเห็นว่า BA.2.1 และ BA.2.3 มีการรายงานเข้าไปจำนวนมากกว่า BA.2.2 แต่ทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบวิเคราะห์ของ GISAID ว่าจะกำหนดชื่อให้ใช้ตามนี้หรือไม่ คาดว่าอีก 2-3 วัน อาจจะมีความชัดเจนไทยไม่ประมาท เริ่มพัฒนาชุดตรวจ BA.2.2 คาด 2 สัปดาห์ได้ใช้แต่เพื่อความไม่ประมาท ทางศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ของไทย ได้เริ่มพัฒนาชุดตรวจ BA.2.2 แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จนำออกใช้ตรวจคัดกรอง BA.2.2 ได้ภายในอีก 2 สัปดาห์ ด้วยเทคโนโลยี 'MassArray Genotyping' ซึ่งใช้เวลาในการตรวจรู้ผลบรรดาสายพันธุ์ที่น่ากังวล รวมทั้ง BA.2.2 ในการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยใช้เวลาประมาณ 24-48 ชั่วโมงในการออกผล\t\t \t\t'ยูเซ็ปพลัส' คืออะไร? เริ่มใช้ 16 มี.ค.นี้ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้สัมภาษณ์ว่า ระบบยูเซ็ปโควิดพลัส คือ การดำเนินการเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด กรณีผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 16 มี.ค. 2565 สามารถใช้บริการสถานพยาบาลใดก็ได้ที่ใกล้บ้าน เพราะถือเป็นความเร่งด่วน สามารถใช้บริการได้จนรักษาหาย ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิเพียง 72 ชั่วโมง แล้วย้ายกลับไปรักษาใน รพ.ตามสิทธิ ส่วนผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวนั้นเป็นการปรับเปลี่ยนระบบบริการไปสู่การรับบริการตามสิทธิสุขภาพของแต่ละบุคคล เช่น ประกันสังคม สวัสดิการราชการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้นย้ำรักษาฟรี ตามสิทธิที่มี นพ.ธเรศ ให้สัมภาษณ์ต่อว่า ยกตัวอย่างกรณีผู้ที่อยู่คนละพื้นที่กับสิทธิที่ตัวเองมี เช่น ไปทำงานอยู่อีกจังหวัดหนึ่งเป็นการชั่วคราว แล้วติดโควิดฯ อาการเล็กน้อย หากเป็นประกันสังคมสามารถใช้บริการสถานพยาบาลในเครือของประกันสังคมได้ ส่วนบัตรทองตามนโยบายนั้น กำหนดว่าสามารถใช้สิทธิบัตรทองพลัสรักษาที่ไหนก็ได้ เรียกว่าเป็นผู้ป่วยนอก เหมือนโรคทั่วไป ดังนั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องยาและการรักษาพยาบาล รวมถึงกรณีแพทย์ให้รักษาที่บ้านด้วย เป็นการปรับระบบให้รักษาตามสิทธิ ย้ำว่าทุกคนรักษาฟรี ไม่เสียสิทธิอะไร พบว่าที่ผ่านมาประชาชนนิยมไป รพ.ใหญ่ๆ ทำให้ผู้ป่วยโรคอื่นเสียสิทธิในการรักษา เช่น เลื่อนผ่าตัดหัวใจ มะเร็ง โรคไต เพราะไม่เกิดการกระจายไปรักษา รพ.ตามสิทธิของตัวเอง ตอนนี้จึงทำให้ระบบการแพทย์กลับมาสู่แนวทางที่ควรจะเป็นสธ.ยัน 'ยูเซ็ปพลัส' ไม่ลิดรอนสิทธิ ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการรักษาผ่านระบบยูเซ็ปพลัส ว่า ยืนยันทุกอย่างยังเหมือนเดิม เป็นการจัดระเบียบผู้ป่วยสีเขียว เพื่อให้มีเตียงไว้ให้ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ผู้ที่อาการไม่รุนแรงก็รักษาตัวอยู่ที่บ้าน หรือ HI หรือใช้หลัก เจอ จ่าย จบ ซึ่งการจัดระเบียบตรงนี้ไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. ตนลงนามได้ และลงนามไปแล้ว แต่ที่มาเข้า ครม.คือการของบประมาณดูแลยูเซ็ปพลัส ซึ่งเหมือนเดิมสำหรับผู้ป่วยที่อาการรุนแรง ฉุกเฉิน สามารถเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ และไม่ต้องส่งตัว แต่เราจะขอปรับหมวดค่าใช้จ่าย เพื่อให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รีบจ่ายค่ารักษาให้โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยเหล่านี้ ไม่ได้ลิดรอนสิทธิ เพราะได้ข่าวโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งที่ต่างจังหวัด รักษาผู้ป่วยโควิดฯ แต่ยังเบิกเงินไม่ได้\t\t \t\tรอ สพฉ.คลอดเกณฑ์ 'ยูเซ็ปพลัส' โดยเฉพาะกลุ่มสีเหลือง ส่วนการรักษาผู้ติดเชื้อหลังจากกลางเดือนนี้ไปนั้น นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ความหมายของ UCEP Plus คือ ผู้ป่วยที่มีความฉุกเฉิน ในส่วนของโควิดก็จะเป็นกลุ่มสีเหลืองและสีแดง รวมถึงกลุ่มสีเขียวที่อาการมากขึ้น ให้สามารถเข้ารับบริการในหน่วยบริการเอกชนนอกระบบได้ ดังนั้นกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน จะต้องออกกติกาว่าผู้ป่วยโควิดกลุ่มดังกล่าวที่เป็นกลุ่มวิกฤติฉุกเฉินนั้นมีลักษณะอาการอย่างไรบ้าง ซึ่งกลุ่มสีแดงเราเคยมีกติกาเดิมอยู่แล้ว แต่ที่ยังไม่ชัดเจนคือกลุ่มสีเหลือง โดยหน่วยงานรับผิดชอบคือ สพฉ.ต้องออกกติกามา เพื่อไม่ให้หน่วยบริการเอกชนนอกระบบสับสนว่า ลักษณะใดจึงสามารถรับเข้า UCEP Plus ได้ หากวิธีการยังไม่มา วิธีแก้คือหน่วยบริการเอกชนนอกระบบต้องใช้วิจารณญาณและไปตกลงกับกองทุนต่างๆ เช่น ประกันสังคม หรือ สปสช. แต่ทางกองทุนไม่ใช่คนออกกติกาเอง ดังนั้นเราต้องรอทาง สพฉ.ออกหลักเกณฑ์สีเหลืองมา แต่เท่าที่เห็นจากเอกสารเบื้องต้น ภาวะสีเหลืองจะไม่วิกฤติเท่าแดง หลักง่ายๆ เช่น ลงปอด มีอาการปอดอักเสบ หรือเป็นผู้ป่วยกลุ่ม 608 กลุ่มที่มีโรคร่วม ซึ่งต้องรอทาง สพฉ.ออกกติกาสีเหลืองและแดงมา เพราะตรงนี้จะไม่เหมือน UCEP โรคอื่นที่จะรับเฉพาะสีแดงสปสช.หารือเอกชนรับผู้ป่วยสีเขียว นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ส่วนกลุ่มสีเขียวนั้น หลังวันที่ 16 มี.ค.นี้ ที่จะมียูเซ็ปพลัส หากไม่มีอาการ หรืออาการน้อยแล้ว จะเข้าหน่วยบริการเอกชนนอกระบบ ต้องการให้รักษาเหมือนที่ผ่านมานั้น ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน แต่หากผู้ป่วยยืนยันจะเข้า ก็จะต้องจ่ายเงินเอง อย่างไรก็ตาม สปสช.กำลังหารือกับหน่วยบริการเอกชนนอกระบบ เพื่อดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในกลุ่มสีเขียวที่ไม่ได้อยู่ใน UCEP เช่น ไข้สูง 38 องศาฯ ขึ้นไป ไอมากเริ่มเหนื่อยหอบ อาการที่ไม่ถึงสีเหลือง ก็สามารถใช้บริการในหน่วยบริการนอกระบบบัตรทองได้ ซึ่งตอนนี้เรากำลังไปตกลงกันอยู่หากติดเชื้อไม่ทราบสิทธิรักษา โทรสายด่วน 1330 นพ.จเด็จ ยังกล่าวถึงการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดฯ กลุ่มสีเขียวทั่วไปที่อาการน้อย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้น แต่บางคนไม่ทราบตัวเองมีสิทธิหลักประกันสุขภาพ หรือบัตรทอง ว่า เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนของคนกรุงเทพฯ ที่กว่าร้อยละ 50 ไม่ทราบว่าตัวเองมีสิทธิบัตรทองตั้งแต่แรก โดย สปสช.ได้ยกระดับการให้บริการ ผู้ป่วยสามารถรักษาในหน่วยบริการในระบบได้ทุกที่อยู่แล้ว ดังนั้นหากพบว่าติดเชื้อแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิบัตรทอง หรือสิทธิใดหรือไม่ สามารถติดต่อมาที่สายด่วน 1330 หรือเว็บไซต์ของ สปสช.ได้ แต่หากเราไม่ทราบข้อมูลอะไรเลย แนะนำว่าให้เดินทางไปยังสถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน ซึ่งจะอยู่ในระบบ สปสช.อยู่แล้ว เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลในสังกัดต่างๆ ไปจนถึงคลินิกชุมชนอบอุ่น ที่จะมีป้ายติดหน้าร้านเป็นที่สังเกตได้ ส่วนประกันสังคมจะมี รพ.เอกชนบางส่วนอยู่ในระบบด้วยกลุ่มเสี่ยง 608 เด็ก หรือผู้มีโรคร่วม โทร 1330 ต่อ 18 นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มสีเขียวที่ติดต่อสายด่วน 1330 มา เราไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้เข้าระบบ “เจอ-แจก-จบ” หรือระบบรักษาที่บ้าน ยกเว้นกรณีกลุ่มเสี่ยง 608 เด็ก หรือผู้ที่มีโรคร่วม เราจะขอให้เข้ารักษาใน รพ. ดังนั้น 1330 จึงเปิดสายด่วนในกลุ่มนี้ คือ 1330 ต่อ 18 ตรงนี้จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลทันที เพราะที่ผ่านมาโทรมาเบอร์เดียว เราไม่สามารถแยกได้ว่าใครคือกลุ่มเสี่ยงบ้าง เราจึงเปิดระบบนี้ขึ้นมา จึงขอเรียนว่า ผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงให้โทรเข้าเบอร์ 1330 โดยไม่ต้องเข้าต่อสาย 18จัดระบบรับยาทางไปรษณีย์บริการผู้ป่วย ย้ำต้องเร็ว-ไม่ให้คนไข้รอคิว นอกจากนี้ นพ.จะเด็จ ยังกล่าวอีกว่า ระบบ HI ยังต้องมีต่อไปตามข้อกำหนดของกรมการแพทย์ ขณะนี้มีนโยบายเจอแจกจบ ตรงนี้จะมีแพทย์โทรกลับใน 48 ชั่วโมง ดังนั้น 1330 จะแนะนำประชาชนใช้บริการอีกทางหนึ่ง จึงขอความร่วมมือหน่วยบริการต่างๆดูแลผู้ป่วยในส่วนนี้ด้วย ส่วนที่เป็นปัญหาของการทำ HI คือ หน่วยบริการยังไม่กดรับจาก 1330 ที่รับสายมาแล้ว จึงขอความร่วมมือกับหน่วยบริการในเรื่องนี้ แต่ทราบว่า กทม.ก็พยายามกระตุ้นเตือนจัดระบบให้บริการ มีการเปิดเบอร์ของเขตให้ประชาชนโทรไปอย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้ประชาชนรอการติดต่อกลับ หรือรอการกดรับจากหน่วยบริการ ทาง สปสช.จึงจัดระบบให้คอลเซ็นเตอร์ติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อสอบถามความต้องการเพื่อให้ส่งกล่องยาทางไปรษณีย์ก่อน ซึ่งพบว่าร้อยละ 30 ยินยอมแล้ว อีกร้อยละ 50 พบว่าระหว่างรอประชาชนติดต่อหาที่รักษาได้แล้ว ดังนั้นหน่วยบริการต้องเร็วเพื่อไม่ให้คนไข้รอคิว เพราะเราไม่รู้ว่าในส่วนที่ได้รักษาแล้ว ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากหน่วยบริการเอาคนไข้เข้า HI ไม่ทัน สามารถจัดระบบ เจอ-แจก-จบได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการเบื้องต้นได้ทัน ไม่ให้คิวผู้ป่วยสะสมมากเกินไป การระบาดรอบนี้พบผู้ติดเชื้อที่รอการติดต่อกลับจากหน่วยบริการ อาการไม่รุนแรง ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นสีเหลือง.ผู้เขียน : หงเหมินกราฟิก : Jutaphun Sooksamphun

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ไทยพบ 4 ราย เข้าข่ายติดเชื้อโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.2ไทยพบ 4 ราย เข้าข่ายติดเชื้อโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.2ไทยพบ 4 ราย เข้าข่ายติดเชื้อโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.2 วัคซีนโควิด โอมิครอน โอไมครอน Omicron โควิด19 โควิดวันนี้ COVID_19 โควิด COVID19 TNN TNNThailand TNNช่อง16 TNNONLINE
Read more »

'โอไมครอน ' BA.2.2 ไทยเจอติดเชื้อ แล้ว 4 ราย เฝ้าระวังรุนแรงหรือไม่'โอไมครอน ' BA.2.2 ไทยเจอติดเชื้อ แล้ว 4 ราย เฝ้าระวังรุนแรงหรือไม่'โอไมครอน' BA.2.2 สธ.แถลงไทยเจอติดเชื้อกลายพันธุ์แล้ว 4 ราย เฝ้าระวังความรุนแรงของสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่ฮ่องกงมีประชาชนติดเชื้อและเสียชีวิตจากสายพันธุ์ย่อยจำนวนมาก
Read more »

เปิดข้อมูลเบื้องต้น 4 ข้อ “โอมิครอน BA.2.2” อันตรายกว่าพันธุ์ดั้งเดิมหรือไม่?เปิดข้อมูลเบื้องต้น 4 ข้อ “โอมิครอน BA.2.2” อันตรายกว่าพันธุ์ดั้งเดิมหรือไม่?เปิดข้อมูลเบื้องต้น 4 ข้อ โควิดโอมิครอน BA.2.2 มีความอันตรายกว่า-รุนแรงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมหรือไม่ โควิด19 โควิดวันนี้ COVID_19 โควิด COVID19 TNN TNNThailand TNNช่อง16 TNNONLINE
Read more »

ไทยพบโควิด BA.2.2 จำนวน 4 รายหายดีแล้ว ยังเฝ้าระวัง หลังฮ่องกงระบาดหนักไทยพบโควิด BA.2.2 จำนวน 4 รายหายดีแล้ว ยังเฝ้าระวัง หลังฮ่องกงระบาดหนักไทยพบโควิดสายพันธุ์ย่อย BA.2.2 แล้ว 4 รายเป็นชาวต่างชาติ 1 ราย และคนไทย 3 ราย ทั้งหมด อาการไม่รุนแรงและตอนนี้หายป่วยแล้ว ยังเฝ้าระวังหลังฮ่องกงระบาดหนัก แต่ยังไม่มีความจำเป็นต้องตรวจแยกสายพันธุ์ทุกราย
Read more »

ไทยพบผู้ป่วย โอมิครอน 4 ราย เข้าข่ายติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย BA.2.2ไทยพบผู้ป่วย โอมิครอน 4 ราย เข้าข่ายติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย BA.2.2ไทยพบผู้ป่วย โอมิครอน 4 ราย เข้าข่ายติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย BA.2.2 AmarinTV34 อมรินทร์ทีวีเอชดีช่อง34 AmarinNews โควิด โควิด19 โอไมครอน
Read more »

ฮ่องกงผวา โอมิครอน BA.2.2 ติดโควิดรายใหม่พุ่ง 3.2 หมื่น ตาย 248 ศพฮ่องกงผวา โอมิครอน BA.2.2 ติดโควิดรายใหม่พุ่ง 3.2 หมื่น ตาย 248 ศพฮ่องกงยังหนัก พบติดโควิดรายใหม่พุ่ง วันเดียวกว่า 3.2 หมื่น เสียชีวิตอีก 248 ศพ ขณะโอมิครอนสายพันธุ์ BA.2.2 กำลังระบาด ไทยรัฐออนไลน์ ข่าวต่างประเทศ โอมิครอน
Read more »



Render Time: 2026-04-02 22:25:41