จับตาศาลอ่านคำพิพากษาสีส้ม ในวันพรุ่งนี้ (12 มิ.ย.) หาก BEM ชนะจะได้รับประโยชน์ด้านการเติบโตในระยะยาว
บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด ได้ยื่น ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือก ถึงความโปร่งใสในการประมูลงานก่อสร้าง โดยกินเวลาต่อสู้ยาวนานกว่า 4 ปี และเข้าใกล้ข้อยุติ และคาดว่าจะมีคำตัดสินใจเร็วๆ นี้ โดย BEM อาจเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากคำตัดสิน และหากการดำเนินการดังกล่าวไม่มีความผิดจะส่งผลให้ BEM จะได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญต่อการตัดสินนี้ เปิดเผยว่า มหากาพย์โครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ต่อสู้กันยาวนานกว่า 4 ปี ใกล้ได้ข้อยุติ วันพรุ่งนี้ ศาลปกครองสูงสุดมีนัดอ่านคําพิพากษาคดีพิพาทโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ BTSC เป็นโจทย์ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกตาม มาตรา 36 แห่ง พ.
ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ข้อหาการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมีการกําหนดหลักเกณฑ์ กีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ถือเป็นคดีสุดท้ายที่ยังค้างคาอยู่ในศาล หากศาลปกครองสูงสุดมีคําพิพากษาตามความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีสูงสุด ในวันที่ 11 เม.ย. 67 ที่ได้ให้ความเห็นว่าควรยกฟ้องตามคําพิพากษาศาล ปกครองกลาง ก็น่าจะทําให้ รฟม. สามารถเซ็นสัญญากับ BEM ในฐานะที่เป็นผู้เสนอ ผลตอบแทนสูงสุดให้กับภาครัฐได้ภายในปีนี้ ซึ่งการได้เข้าไปดําเนินการรถไฟฟ้าสายสีส้มของ BEM จะส่งผลบวกอย่างมีนัยสําคัญทั้งในเชิงความต่อเนื่องของรายได้ที่มี สัญญายาว 30 ปี และ SYNERGY ที่เกิดขึ้นจากความประหยัดต่อขนาดในการบริหารรถไฟฟ้าหลายเส้นทาง รวมถึงการส่งต่อผู้โดยสารให้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งเป็นรถไฟฟ้าเส้นทางหลักของ BEM ในปัจจุบัน โดยฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเพิ่มจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเกิดขึ้นกับ BEM เท่ากับ 2.00 บาท/หุ้น และได้รวมอยู่ ในราคาเหมาะสมของ BEM ที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ที่ 11.00 บาทแล้ว นอกจากนี้ ผลบวกยังเกิดขึ้นกับ CK ในฐานะที่ CK จะเข้าไปรับงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกพร้อมงานติดตั้งระบบและจัดหาขบวนรถ มูลค่า 1.09 แสนล้านบาท ต่อจาก BEM อีกด้วย โดยฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมของ CK ด้วยวิธี SUM OF THE PART ให้ราคาเหมาะสมที่ 27.00 บาทเปิดเผยว่า BEM ได้จัดการประชุมนักวิเคราะห์ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สรุปประเด็นสําคัญได้ดังนี้ 1) จํานวนผู้ใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเฉลี่ย ไตรมาสที่ 1 ที่ 4.3 แสนเที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 13.0% จากปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากการ เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายใหม่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูที่ช่วย Feed In ผู้โดยสารให้กับ รฟฟ. สายสีน้ำเงิน วันธรรมดาเฉลี่ยสูงถึง 5.6 แสนเที่ยว/วัน ในเดือน ก.พ. 2567 ส่วนจํานวนผู้ใช้ทางด่วนเฉลี่ยไตรมาสที่ 1 ของปี 67 ที่ 1.1 ที่ ล้านเที่ยว/วัน ทรงตัวจากปีก่อน เป็นผลมาจากจํานวนวันหยุดและวันจัดงาน Motorshow ที่น้อยกว่าในปีก่อน 2) ขั้นตอนการประมูลโครงการรถไฟฟ้า สายสีส้มตะวันตกเหลือเพียงการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดในคดีที่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือก โดยบริษัทประเมินเบื้องต้นจะเห็น ความชัดเจนภายในไตรมาสที่ 3 ก่อนนําเข้า ครม. โดยไม่ต้องทําการประมูลใหม่ ทั้งนี้ BEM เป็นผู้ชนะการประมูลล่าสุด 3) โครงการ รฟฟ.สายสีม่วงใต้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและรอการเจรจาระหว่างรัฐและเอกชนในการหาผู้เดินรถ โดยบริษัทยังมั่นใจว่าจะได้เป็นผู้ให้บริการรายเดียวของสาย 4) กทพ.กําลังประเมิน EIA รอบแรกของโครงการทางด่วน Double Deck เบื้องต้นอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐ ซึ่งอาจออกมาเป็นรูปแบบของการลดค่าทางด่วนและลงทุนในโครงการทางด่วน Double Deck เพื่อแลกกับการต่ออายุสัญญาสัมปทานเบื้องต้นคาดผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ทําจุดสูงใหม่ในประวัติการณ์จาก 1) จำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าที่ยังเติบโตขึ้น ต่อเนื่องหลังการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินแบบเต็มวง เดือน เม.ย. 2567 รายงานเฉลี่ยที่ 3.8 แสน ราย/วัน เพิ่มขึ้น 15.6%จากปีก้่อน และ 2) เงินปันผลรับจาก TTW และ CKP อย่างไรก็ตาม บล.หยวนต้า ได้มีการปรับประมาณการของเราไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคาดการณ์กระแสเงินสดในระยะยาว รวม ไปถึง Premium ที่เราให้จาก Yuanta ESG Rating ทําให้คงราคาเหมาะสมที่ 9.80 บาท/หุ้น เรายังชอบและคงคำแนะนำ “ซื้อ” สําหรับ BEM จาก 1) กำไรปกติไตรมาสที่ 2 ที่มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ในประวัติการณ์ หนุนจาก ทั้งการเติบโตของ Traffic ทางด่วนและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และเงินปันผลรับจาก TTW และ CKP และ 2) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกที่คาดจะเห็นผลคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดและบรรจุเข้า ครม.ภายในไตรมาสหน้า ซึ่งเป็น Upside Risk สําคัญของ BEM ที่ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ เบื้องต้นเรา ประเมินจะคิดเป็น Upside Risk ที่ระดับ 1.50-2.00 บาท/หุ้น นอกจากนี้ BEM ยังมีอีกสองโครงการที่เป็น Upside แก่บริษัท ได้แก่ 1) โครงการทางด่วน Double Deck อยู่ ระหว่างการศึกษาโดยรัฐบาลและประเมิน EIA โดย กทพ. และ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้คาดการเจรจา ระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อหาผู้เดินรถ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
4 ฉากทัศน์‘เศรษฐา-พิชิต’ ลุ้นศาล รธน.ฟันคู่ โหวตนายกฯใหม่หาก “ร่วงคู่” จะทำให้ตำแหน่งนายกฯว่างลง และกลับมาเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ในการโหวตเลือกนายกฯคนใหม่ โดยคราวนี้ไม่ต้องอาศัยเสียงจาก สว.อีกต่อไป เพราะหมดบทเฉพาะกาลแล้ว และ สว.ชุดปัจจุบันหมดวาระการดำรงตำแหน่ง อยู่ในสถานะ “รักษาการ” เพียงเท่านั้น
Read more »
จุดอ่อนเลือก 'สว.ระบบปิด' ครหาลากตั้ง สภาตรายางหาก สว.ชุดใหม่ที่ได้มา ประชาชนไม่มีส่วนร่วมหรือรับรู้ว่าใครจะมาเป็น “ปากเสียงแทน” ก็คงไม่แคล้วครหา “สว.ลากตั้ง” ทำงานแบบ “สภาตรายาง” ให้กับผู้มีอำนาจ โดยไม่เห็นหัวประชาชนเหมือนที่ผ่านมาอีก
Read more »
'ก้าวไกล' ประกาศไม่จับมือ พท. รอนิดตกเก้าอี้ เข็น 'พิธา' ชิงนายกฯ'ชัยธวัช' ลั่นก้าวไกลไม่จับมือเพื่อไทย หาก ’เศรษฐา‘ หลุดตำแหน่ง พร้อมชง 'พิธา' ชิงเก้าอี้นายกฯ คนใหม่ ยันมีความชอบธรรม
Read more »
‘พิธา’ลั่นพร้อมชิงนายกฯ หาก‘เศรษฐา’เจออุบัติเหตุการเมือง‘พิธา’ขอบคุณประชาชนหนุนขึ้นอันดับ 1 โพลพระปกเกล้า บอกไม่เหลิง ขอทำงานต่อ ลั่นพร้อมชิงนายกฯ หาก‘เศรษฐา’เจออุบัติเหตุการเมือง
Read more »
พิธา ขอบคุณประชาชน หนุนขึ้นอันดับ 1 พร้อมชิง 'นายกฯ' หากมีอุบัติเหตุการเมือง”พิธา“ ขอบคุณประชาชน หนุนขึ้นอันดับ 1 โพลพระปกเกล้า บอกไม่เหลิงเข้าข้างตัวเอง ขอทํางานต่อ ลั่นพร้อมชิงนายกฯ หาก “เศรษฐา“ เจออุบัติเหตุการเมือง
Read more »
รอรุกฆาต ก้าวไกล !จังหวะการเดินหมากรุก กำลังเข้าใกล้ ฝั่งตรงข้าม ทุกขณะ ที่ยังรอรีคือโอกาสที่จะขยับ รุกฆาต เมื่อใดเท่านั้น ! ขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังรับมือกับสถานการณ์ที่ทำเอาทั้งพรรคอดหวั่นไหวไม่ได้ว่า จะต้องเสียเก้าอี้ นายกฯคนที่ 30 ไปหรือไม่ หาก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เอาตัวไม่รอดจากบ่วงคดี แต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี...
Read more »
