จับตากัญชาเพื่อนบ้านส่งไทยผลิตยา คมชัดลึก
จากระบบการติดตามและตรวจสอบพบว่ามีการควบคุมและดำเนินการตามมาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหา แต่ในทางกลับกันพบว่าในส่วนของประชาชนเมื่อมีการผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ ก็ได้มีการสั่งซื้อกัญชาหรือน้ำมันกัญชาจากตลาดมืดมาใช้เพิ่มขึ้น ด้วยความเข้าใจผิดว่าสามารถใช้ได้อย่างเสรี ทั้งๆที่กัญชายังคงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เหมือนเดิม ส่งผลให้หลังการผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์มาประมาณครึ่งปีเศษ มีการจับกุมคดีเกี่ยวกับกัญชาเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงยังไม่มีการผ่อนปรน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสพและครอบครองกัญชา นายนิยม กล่าวอีกว่า ตัวเลขประมาณการจำนวนผู้เสพยาเสพติด ปี2562 เพิ่มขึ้น 130,000 ราย โดยจำนวนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 100 % ของจำนวนผู้เสพ เป็นกลุ่มเสพกัญชา นอกจากนี้จากการประสานงานกับกลุ่มพิษวิทยา พบตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวจากการใช้กัญชาเกินขนาดเพิ่มมากขึ้นกว่า 100 ราย ขณะที่สถิติการจับกุมกัญชาจากตัวเลขระยะ 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก มีการจับกุมได้ของกลางเฉลี่ยปีละ 20 - 30 ตัน และพบข้อมูลการข่าวว่า เริ่มมีการส่งกัญชาเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผลิตสารสกัดกัญชาในประเทศไทย ก่อนจะส่งออกไปยังประเทศที่สาม“กัญชายังคงเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท การใช้ด้วยวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ก็ต้องปรึกษาแพทย์ไม่สามารถใช้ได้ด้วยตนเองเพราะยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ป่วยอาจมีอันตรายจากอาการข้างเคียง และขอให้ระวังกัญชาในตลาดมืดที่ปนเปื้อนเชื้อราและสารเคมี เพราะขนาดกัญชาของกลางบางล็อตก็พบว่าขึ้นรา จนนำมาสกัดเป็นยาไม่ได้”นายนิยมกล่าวสำหรับแปลงกัญชาของ วทร.
สกลนคร ปลูกกัญชาสายพันธุ์พื้นเมืองสกลนคร-นครพนม คือสายพันธ์ุหางเสือและหางกระรอก ผลผลิตกัญชาสดจะส่งให้กับโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร โดยผลผลิตกัญชาล็อตแรก จำนวน 400 กิโลกรัม ถูกนำไปผลิตเป็นยาเข้ากัญชา 7 ตำรับยา ส่งให้กรมการแพทย์แผนไทยกระจายให้ผู้ป่วยที่ลงทะเบียนทั่วประเทศ ส่วนรากลำต้นและแกนที่เหลืออีกประมาณ 800 กิโลกรัมได้ทำบันทึกไว้ รอกรมการแพทย์เตรียมนำไปใช้ประโยชน์ในการวิจัยกับตำรับยาอื่นๆต่อไป
