จังหวะชีวิต ‘วิรไท สันติประภพ’ หลังพ้นตำแหน่งผู้ว่าฯแบงก์ชาติ

United States News News

จังหวะชีวิต ‘วิรไท สันติประภพ’ หลังพ้นตำแหน่งผู้ว่าฯแบงก์ชาติ
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 354 sec. here
  • 7 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 145%
  • Publisher: 63%

อีกเรื่องราว'ดร.วิรไท สันติประภพ’ อดีตผู้ว่าฯแบงก์ชาติ กับความสนใจเรื่องสังคม และพุทธศาสนา...ทำไมทำเรื่องพวกนี้มีความสุข และเรื่องราวดีๆ ที่อยากทำเพื่อคนอื่น

ผมโชคดีที่ได้พบพุทธศาสนา เรียนรู้การภาวนาและเรื่องใจ คนเรามี 3 ฐานสำคัญในชีวิต ก็คือ ฐานคิด ปัญญาในการทำเรื่องต่างๆ ,ฐานทำ.ทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และฐานใจ ซึ่งการทำงานทั่วไปมักให้ความสำคัญกับฐานคิดและฐานทำ แต่ลืมฐานใจ ทั้งๆ ที่ชีวิตเรามีสองอย่างคือ กายกับใจ คนให้ความสำคัญกับการดูกาย ไม่ได้ดูแลใจ ทุกศาสนาพูดถึงเรื่องใจ พุทธศาสนาเป็นเรื่องที่ผมศึกษามากกว่าศาสนาอื่น และได้ประโยชน์ ทั้งการบริหารความเครียด เมื่อถึงเวลาต้องนอน ผมนอนหลับได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้บริหาร สามารถรักษาใจไม่ให้ว้าวุ่นหรือกังวล ที่สำคัญคือ เวลามีปัญหาผมทำใจให้เป็นกลางได้ เพราะใจจะทำงานแบบอัตโนมัติ ทำแบบ autopilot ไม่ได้มองปัญหาอย่างที่เป็น จะมองปัญหาจากประสบการณ์ในอดีต หรือสิ่งที่เราอยากให้เป็นในอนาคต การตัดสินใจหลายอย่างก็เลยไม่ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น ผมจึงให้ความสำคัญกับการรักษาใจให้เป็นกลาง เพื่อจัดการกับปัญหาได้ตรงประเด็น ไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหา แล้วตามแก้อีกปฎิบัติภาวนาทุกวัน เหมือนการสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างคนอายุ 50 เริ่มวิ่งมาราธอน ไม่มีอะไรช้าไป สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดผลทันทีแต่ละช่วงมีความท้าทายต่างกัน หน้าที่ของเราคือ รักษาเสถียรภาพ ป้องกันไม่ได้เกิดฟองสบู่แตกในตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ถ้ายังไม่เกิดปัญหาฟองสบู่ ก็ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นปัญหา หน้าที่ธนาคารกลางคือมองไปข้างหน้า บางทีทวนกระแส เพื่อทำมาตรการในการลดความร้อนแรงในการจัดการเรื่องการเงิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ท่านหนึ่งเคยบอกว่า เวลาที่คนกำลังสนุกกับงานเลี้ยง หน้าที่เฟดคือเก็บเหล้า เพื่อไม่ให้คนเมาเกินไป จึงต้องมีฐานใจที่เข้มแข็ง ทำงานทวนผลประโยชน์ของคนที่กำลังสนุก การทำงานแบงก์ชาติที่อยู่ท่ามกลางผลประโยชน์ ถ้าดอกเบี้ยขึ้น ค่าเงินบาทอ่อน คนฝากเงินและคนทำธุรกิจส่งออกก็ชอบ ส่วนคนกู้เงิน คนนำสินค้าเข้า ก็ไม่ชอบ คนที่ได้ประโยชน์จะเงียบๆ ส่วนคนที่เสียประโยชน์จะรวมกลุ่มกันต่อต้าน วิจารณ์ กดดัน เราจึงต้องมีภูมิคุ้มกันด้านจิตใจว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องแล้ว การสร้างเสถียรภาพระยะยาวเป็นหน้าที่ของแบงก์ชาติ ต้องเตือนให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แน่นอน! ต้องมีคนไม่พอใจ แต่เป็นหน้าที่ของธนาคารกลางทุกประเทศ ที่ผ่านมาผมจะทำงานที่มีเทอมชัดเจน ผมจะทำเต็มที่ จึงไม่ใช้คำว่าโล่งใจ แต่ตอนนี้ภาระความรับผิดชอบเบาลง อย่างช่วงที่ประเทศเจอวิกฤติโควิด ไม่มีใครรู้ว่าจะจบอย่างไร เราต้องออกมาตรการเร่งด่วน ออกพระราชกำหนดใหม่สองฉบับ เพื่อดูแลเสถียรภาพเอสเอ็มอี หรือตลาดตราสารหนี้ พอพ้นจากเรื่องเหล่านี้ ผมก็สามารถบริหารจัดการชีวิตได้ดีขึ้นข้อดีอีกอย่าง ก่อนผมจะเข้าไปที่นั่น มีชมรมปฎิบัติธรรมที่เข้มแข็งมาก พุทธศาสนาเป็นเรื่องสัจธรรม หลักสมัยใหม่คือการโค้ชชิ่งให้ผู้บริหารเข้าใจชีวิตตัวเองและผู้อื่น หลายคนอาจไม่เข้าใจตัวเอง.

ผมโชคดีที่ได้พบพุทธศาสนา เรียนรู้การภาวนาและเรื่องใจ คนเรามี 3 ฐานสำคัญในชีวิต ก็คือ ฐานคิด ปัญญาในการทำเรื่องต่างๆ ,ฐานทำ...ทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และฐานใจ ซึ่งการทำงานทั่วไปมักให้ความสำคัญกับฐานคิดและฐานทำ แต่ลืมฐานใจ ทั้งๆ ที่ชีวิตเรามีสองอย่างคือ กายกับใจ คนให้ความสำคัญกับการดูกาย ไม่ได้ดูแลใจ ทุกศาสนาพูดถึงเรื่องใจ พุทธศาสนาเป็นเรื่องที่ผมศึกษามากกว่าศาสนาอื่น และได้ประโยชน์ ทั้งการบริหารความเครียด เมื่อถึงเวลาต้องนอน ผมนอนหลับได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้บริหาร สามารถรักษาใจไม่ให้ว้าวุ่นหรือกังวล ที่สำคัญคือ เวลามีปัญหาผมทำใจให้เป็นกลางได้ เพราะใจจะทำงานแบบอัตโนมัติ ทำแบบ autopilot ไม่ได้มองปัญหาอย่างที่เป็น จะมองปัญหาจากประสบการณ์ในอดีต หรือสิ่งที่เราอยากให้เป็นในอนาคต การตัดสินใจหลายอย่างก็เลยไม่ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น ผมจึงให้ความสำคัญกับการรักษาใจให้เป็นกลาง เพื่อจัดการกับปัญหาได้ตรงประเด็น ไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหา แล้วตามแก้อีกปฎิบัติภาวนาทุกวัน เหมือนการสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างคนอายุ 50 เริ่มวิ่งมาราธอน ไม่มีอะไรช้าไป สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดผลทันทีแต่ละช่วงมีความท้าทายต่างกัน หน้าที่ของเราคือ รักษาเสถียรภาพ ป้องกันไม่ได้เกิดฟองสบู่แตกในตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ถ้ายังไม่เกิดปัญหาฟองสบู่ ก็ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นปัญหา หน้าที่ธนาคารกลางคือมองไปข้างหน้า บางทีทวนกระแส เพื่อทำมาตรการในการลดความร้อนแรงในการจัดการเรื่องการเงิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ท่านหนึ่งเคยบอกว่า เวลาที่คนกำลังสนุกกับงานเลี้ยง หน้าที่เฟดคือเก็บเหล้า เพื่อไม่ให้คนเมาเกินไป จึงต้องมีฐานใจที่เข้มแข็ง ทำงานทวนผลประโยชน์ของคนที่กำลังสนุก การทำงานแบงก์ชาติที่อยู่ท่ามกลางผลประโยชน์ ถ้าดอกเบี้ยขึ้น ค่าเงินบาทอ่อน คนฝากเงินและคนทำธุรกิจส่งออกก็ชอบ ส่วนคนกู้เงิน คนนำสินค้าเข้า ก็ไม่ชอบ คนที่ได้ประโยชน์จะเงียบๆ ส่วนคนที่เสียประโยชน์จะรวมกลุ่มกันต่อต้าน วิจารณ์ กดดัน เราจึงต้องมีภูมิคุ้มกันด้านจิตใจว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องแล้ว การสร้างเสถียรภาพระยะยาวเป็นหน้าที่ของแบงก์ชาติ ต้องเตือนให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แน่นอน! ต้องมีคนไม่พอใจ แต่เป็นหน้าที่ของธนาคารกลางทุกประเทศ ที่ผ่านมาผมจะทำงานที่มีเทอมชัดเจน ผมจะทำเต็มที่ จึงไม่ใช้คำว่าโล่งใจ แต่ตอนนี้ภาระความรับผิดชอบเบาลง อย่างช่วงที่ประเทศเจอวิกฤติโควิด ไม่มีใครรู้ว่าจะจบอย่างไร เราต้องออกมาตรการเร่งด่วน ออกพระราชกำหนดใหม่สองฉบับ เพื่อดูแลเสถียรภาพเอสเอ็มอี หรือตลาดตราสารหนี้ พอพ้นจากเรื่องเหล่านี้ ผมก็สามารถบริหารจัดการชีวิตได้ดีขึ้นข้อดีอีกอย่าง ก่อนผมจะเข้าไปที่นั่น มีชมรมปฎิบัติธรรมที่เข้มแข็งมาก พุทธศาสนาเป็นเรื่องสัจธรรม หลักสมัยใหม่คือการโค้ชชิ่งให้ผู้บริหารเข้าใจชีวิตตัวเองและผู้อื่น หลายคนอาจไม่เข้าใจตัวเอง...ไม่รู้ว่าฉันต้องการอะไร ฉันกลัวอะไร คุณค่าอยู่ตรงไหน สติจะนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่าง เพราะผู้บริหารบางคนอาจไม่ตระหนักว่า วิธีคิดและการกระทำของเขาสร้างผลข้างเคียง ไม่พึ่งประสงค์ให้ผู้ร่วมงาน โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ฐานคิดสูง มีคนเก่งเยอะ วัฒนธรรมองค์กรก็จะใช้เหตุผลหักล้างกัน ลืมเรื่องฐานใจ คนทำงานจำนวนมากอาจไม่มีฐานคิดสูงเท่าพวกเขา แต่เป็นกำลังสำคัญ หลักพวกนี้ช่วยสร้างความสมดุล พลังบวกกับองค์กรได้งานสวนโมกข์กรุงเทพฯ พยายามทำให้พุทธศาสนาเป็นศาสตร์มากขึ้น เปลี่ยนพิธีกรรมเป็นพิธีทำ ให้เกิดผลชัดเจน เราปฎิเสธไม่ได้ว่า สังคมเราเน้นเรื่องพิธีกรรม ความเชื่อ ทั้งๆ ที่แก่นพุทธศาสนา มีหลักคิดหลายอย่างให้คำตอบกับชีวิตได้ ผมกำลังทำเรื่องสร้างฐานใจให้คนในองค์กร คงเคยได้ยิน“องค์กรรมณีย์”เรากำลังขับเคลื่อนเรื่องนี้ คนจำนวนมากมีความทุกข์จากที่ทำงาน สวนโมกข์กรุงเทพฯ จึงร่วมกับสมาคมการจัดการงานบุคคลประเทศไทย จัดอบรมเรื่องนี้สามสี่รุ่นแล้ว นำเรื่องวิถีพุทธเข้าไปตอบโจทย์ผู้บริหาร เพื่อลดความขัดแย้ง เพิ่มพลังบวก นอกจากนี้ผมยังมาช่วยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง อาศัยความรู้เรื่องการพัฒนาชุมชนและการดูแลป่า ตอนที่ทำงานดอยตุงมา 30 กว่าปีมาขยายผล ทำในเรื่องการเปลี่ยนแปลง เพราะช่วงโควิด สินค้าหลายอย่างที่ขายให้นักท่องเที่ยว ร้านกาแฟที่เปิดตามออฟฟิศ ทำให้ธุรกิจเพื่อสังคมถูกกระทบเยอะ ส่วนธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต มูลนิธิจะเป็นตัวกลางในการช่วยสร้างคาร์บอนเครดิตให้ประเทศ ชุมชนก็มีรายได้จากการดูแลรักษาป่า มูลนิธิฯ มีป่าชุมชนสำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการคาร์บอนเครดิต ปีนี้เพิ่งปิดโครงการป่าชุมชนกว่าแสนไร่ทั่วประเทศ ที่น่าสนใจคือ โลกตะวันตกเริ่มศึกษาคำว่าความยั่งยืน คำที่สหประชาชาติมองในอนาคต และเชื่อมโยงว่า ทุกอย่างที่เราทำ มีเหตุปัจจัยในการสร้างผลกระทบ ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีหลักพอประมาณ เหมือนที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริ การสร้างภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่สุดคือความพอเพียงที่ใจ นำไปสู่พอประมาณ มีนักวิชาการหลายคนพยายามเชื่อมโยงกับพุทธศาสนา เศรษฐกิจพอเพียง และความยั่งยืน สิ่งต่างๆ จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราไม่สร้างความพอเพียงที่ใจ เรื่องนี้เป็นวิทยาศาสตร์ การภาวนา นอกจากได้พักใจ ยังช่วยเรื่องประสิทธิภาพของสมอง มีงานวิจัยเยอะมากที่อธิบายเรื่องนี้ ตอนทำงานแบงก์ชาติ เคยจัดคอร์สปฎิบัติภาวนากับคนที่ไม่สนใจเรื่องนี้เลยไปปฎิบัติที่วัดมเหยงค์ พระนครศรีอยุธยา เราสร้างสะพานให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงธรรมะง่ายขึ้นเป็นทั้งนักเศรษฐศาสตร์ ทำงานเพื่อสังคม งานพุทธศาสนา และชอบเดินทาง จัดการกับงานหลากหลายอย่างไร ถ้าเรามีฉันทะ มีแพสชันในเรื่องอะไร ก็จะทำได้อย่างต่อเนื่อง ผมให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำมากกว่าการตั้งเป้าหมาย บางคนถามว่า ผมมีแผนในชีวิตอย่างไร...ผมไม่เคยตั้งเป้าหมาย ถ้าสามารถทำหน้าที่ได้ดีในโอกาสต่างๆ ผมก็ใช้โอกาส หลักพุทธทำให้ผมใส่ใจกับสภาวะปัจจุบัน บางคนเคยถามว่า ประสบความสำเร็จเร็วตั้งแต่อายุน้อย แล้วต่อไปจะพัฒนาไปตำแหน่งอะไร ผมไม่เคยวางแผนชีวิตไปสู่เป้าหมายแบบนั้น มันทำให้เราเสียโอกาสหลายอย่าง เพราะโลกมีเรื่องอีกเยอะที่เราสามารถทำแล้วมีความสุข สนุก และมีส่วนทำให้โลกดีขึ้นถ้าเราไปในทิศทางที่ถูกต้อง เมื่อถึงเวลา สิ่งที่เราทำจะประกอบร่างเกิดผลเอง ผมไม่ได้เบื่อกับคำถามแบบนี้นะ มันเป็นสัจธรรมเรื่องแรกอยากให้คนเห็นประโยชน์การภาวนาทางพุทธศาสนา นี่คือหลักพื้นฐานของชีวิต ในอนาคตคนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนอีกเยอะ สังคมไทยเป็นสังคมที่เห็นต่าง มีความขัดแย้งเยอะ ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เรามีความกังวล ความกลัว แล้วไม่สามารถกำจัดสิ่งเหล่านี้ได้ อย่าไปคาดหวังเลยว่าจะมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน ควรให้น้ำหนักกับการเข้าใจตัวเองก่อน แล้วจะเข้าใจผู้อื่น เรื่องที่สอง ความยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมกระทบกับทุกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ เป็นเรื่องที่เราตั้งรับน้อย แทบไม่ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศที่มีความรุนแรงมากขึ้น และไม่เคยตั้งรับเรื่องความขัดแย้งในสังคม ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ถ้าองค์กรต่างๆ สนใจเรื่องความยั่งยืน ผมเชื่อว่า จะทำให้เรามีโครงสร้างสังคมและระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เป็นอีกเหตุผลที่ผมสนใจทำงานกับองค์กรเหล่านี้อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาอย่างจริงจัง เรื่องนี้จะตอบโจทย์เรื่องยากๆ ทุกอย่างของระบบเศรษฐกิจและสังคม ที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษาภาคใหญ่ถดถอย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ส่วนเรื่องช่องว่างการศึกษาระหว่างคนรวยกับคนจน เมื่อคนร่ำรวยส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนเอกชนชั้นนำ คนทั่วไปส่งลูกเรียนโรงเรียนรัฐ คุณภาพการศึกษาไม่ว่าวิธีคิดและมุมมองต่างกันเยอะ คำถามคือ การศึกษาที่เคยเป็นบันไดทางสังคมจะหายไป สมัยผมเรียนโรงเรียนรัฐบาล ห้องที่ผมเรียน มีทั้งเพื่อนที่เป็นลูกมหาเศรษฐี และเพื่อนที่มาจากชุมชนแออัด เราเรียนร่วมกันได้ ในยุคหนึ่งนักเรียนที่มาจากต่างจังหวัดสามารถยกระดับทางสังคมได้ แต่ปัจจุบันเด็กที่เรียนโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนเอกชน จะมีกรอบความคิดอีกแบบ ระบบการศึกษาจะมีผลต่อกรอบความคิดของคนไทยในอนาคต เทคโนโลยีทำได้บางส่วน ไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และสอนคุณค่าบางอย่าง เรื่องพวกนี้ต้องอาศัยบทบาทครูและผู้ปกครอง แน่นอนว่า เทคโนโลยีเรื่องความรู้จะยกระดับคนได้ แต่เทคโนโลยีก็ทำให้เกิดช่องว่างการศึกษาเหมือนกัน ที่เรียกว่า Digital Divide นั่นก็คือ ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล คนรวยเข้าถึงเทคโนโลยีได้ดีกว่า ขณะที่นักเรียนระดับฐานล่าง ยังมีปัญหาเรื่องความยากจน และอาหารกลางวัน เทคโนโลยียังไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงจัง

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'ดร.วิรไท สันติประภพ'ขอสามคำสำหรับการประเมินนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมือง'ดร.วิรไท สันติประภพ'ขอสามคำสำหรับการประเมินนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมือง'ดร.วิรไท สันติประภพ'ขอสามคำสำหรับการประเมินนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมือง คลิกอ่านที่นี่ วิรไทสันติประภพ อดีตผู้ว่าธปท การเมือง เลือกตั้ง66 แนวหน้าออนไลน์
Read more »

'วิรไท' จับตา productivity-immunity-inclusivity ชี้วัดนโยบายศก.พรรคไหนโดนใจ : อินโฟเควสท์'วิรไท' จับตา productivity-immunity-inclusivity ชี้วัดนโยบายศก.พรรคไหนโดนใจ : อินโฟเควสท์นายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Veerathai Sanitprabhob ระบุว่า ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าชอบนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองไหนบ้าง โดยขอรอประเมินว่า “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ” จาก 3 ตัวประเมินผล ประกอบด้วย 1.ผลิตภาพ (productivity) 2.การสร้างภูมิคุ้มกัน (immunity) และ 3. การกระจายผลประโยชน์ทั่วถึง (inclusivity) “ผมจะใช้สามคำข้างต้น เป็นไม้บรรทัดพิจารณาว่า “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ” นโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองใด ที่สำคัญจะรอดูว่า candidate นายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ ให้ความสำคัญกับ 3 คำนี้แค่ไหน เข้าใจ และมี commitment ว่าจะทำเรื่องใดให้เกิดผลได้จริงบ้าง และที่ผ่านมาในอดีตได้ทำเรื่องเหล่านี้ให้เกิดผลจับต้องได้มากน้อยเพียงใด เพราะเรื่องเหล่านี้ต้องเข้าไปจัดการด้าน supply side ต่างจากการใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นๆ แบบที่นักการเมืองคุ้นชิน การจะพลิกโฉมหรือ transform ระบบเศรษฐกิจไทยเพื่อเพิ่ม productivity, immunity, และ inclusivity ได้นั้นต้องใช้ทั้งความมุ่งมั่น […]
Read more »

ดร.วิรไท อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติโพสต์ 'สรรหาเลขาฯ ก.ล.ต. ล่าช้ากระทบตลาดทุน'ดร.วิรไท อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติโพสต์ 'สรรหาเลขาฯ ก.ล.ต. ล่าช้ากระทบตลาดทุน'ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ห่วงการสรรหา เลขาฯ ก.ล.ต. ล่าช้ากระทบตลาดทุน ย้ำต้องเป็นผู้มีความรู้เชิงลึก และสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร่วมตลาดทุนได้ เลขากลต ตลาดทุน
Read more »

วิรไท หวั่น ล้มกระดานสรรหาเลขาก.ล.ต. ชี้ ยิ่งล่าช้า ส่งผลกระทบตลาดทุนวิรไท หวั่น ล้มกระดานสรรหาเลขาก.ล.ต. ชี้ ยิ่งล่าช้า ส่งผลกระทบตลาดทุนวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ หวั่น ล้มกระดานสรรหา เลขาก.ล.ต. ชี้ กระบวนการล่าช้า ไม่ชัดเจน ส่งผลกระทบแก้ปัญหาในตลาดทุน ระบุ เลขาคนใหม่ ต้องเป็นผู้มีความรู้เชิงลึก เน้นย้ำ ก.ล.ต.ต้องมีธรรมาภิบาล ไม่อยากเห็นตลาดหุ้นดิ่ง เงินทุนไหลออก
Read more »

นักวิชาการ เตือนไทยรับมือ เศรษฐกิจจีนโตไม่เหมือนเดิมนักวิชาการ เตือนไทยรับมือ เศรษฐกิจจีนโตไม่เหมือนเดิมดร.สมชาย ชี้เศรษฐกิจจีน อ่วมหนักหลังเผชิญวิกฤตอสังหาฯถล่ม หลากปัญหาทำจีนเติบโตไม่เหมือนเดิม กระทบส่งออก ท่องเที่ยวไทยไม่ฟื้น แนะรัฐบาลใหม่รับมือ เร่งรัดเบิกจ่ายงบฯปี67 เสริมแกร่งเศรษฐกิจภายในประเทศ ลดพึ่งพาจีน ดร.สมภพ คาดจีนเตรียมออกแผนการกระตุ้นกู้ภาวะถดถอย
Read more »

ชื่นมื่น! บิ๊กบอส JSP คว้าดีกรี“ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์”สำเร็จชื่นมื่น! บิ๊กบอส JSP คว้าดีกรี“ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์”สำเร็จบิ๊กบอส JSP 'ดร.พิษณุ แดงประเสริฐ'ทุ่มเทงานวิจัยด้านการจัดการกับวัตถุดิบเหลือใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อเป้าหมายในการก้าวสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero) คว้าดีกรี“ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์”สำเร็จ ตามพี่ชายฝาแฝด ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ
Read more »



Render Time: 2026-04-02 15:48:14