ค่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk มีโอกาสอ่อนค่าบ้างหลังผู้เล่นในตลาดได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดมาพอสมควร
สำหรับในสัปดาห์นี้ เรามองว่า ควรรอติดตาม รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ พร้อมติดตามสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส ญี่ปุ่นและไทยอย่างใกล้ชิด– ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนสิงหาคม รวมถึงอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ ระยะสั้นและระยะยาว ในรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน ในเดือนกันยายน ซึ่งจะสะท้อนถึงแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การปรับปรุงข้อมูลการจ้างงานของทาง BLS ซึ่งอาจยิ่งสะท้อนภาพการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอลงมากขึ้นได้ โดยทั้งข้อมูลสะท้อนภาพเงินเฟ้อและการจ้างงานสหรัฐฯ ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟดได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังล่าสุด ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม เดือนสิงหาคม ออกมาแย่กว่าคาดไปมาก ทำให้ ผู้เล่นในตลาดเริ่มคาดหวังการเร่งลดดอกเบี้ย 50bps ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน พร้อมประเมินว่า เฟดมีโอกาส 75% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ และอาจลดดอกเบี้ยราว 3-4 ครั้ง ในปี 2026– เราประเมินว่า ธนาคารกลางยุโรป อาจจบรอบการลดดอกเบี้ยแล้ว โดย ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ระดับ 2.
00% ทว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ ECB โดยเฉพาะประธาน ECB อาจยังคงระบุว่า ECB ก็พร้อมปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ สะท้อนว่า ECB ยังคงมีทางเลือกในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ถ้าจำเป็น นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ ผ่อนถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ BOE และรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ของยูโรโซน ในเดือนกันยายนซึ่งจะมีการโหวตมติไว้วางใจ นายกฯ François Bayrou โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า นายกฯ จะพ่ายแพ้ในการโหวตมติไว้วางใจดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลฝรั่งเศสมีเสียงน้อยกว่าฝ่ายค้านพอสมควร ซึ่งจะนำไปสู่การลาออกจากตำแหน่งของนายกฯ โดยประธานาธิบดี Emmanuel Macron สามารถแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่มาแทน หรือ เลือกที่จะยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ได้ โดยรายงานข่าวล่าสุด สะท้อนว่า ประธานาธิบดี Emmanuel Macron อาจเลือกแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ โดยเลือกตัวแทนจากฝั่งซ้าย เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส แทนที่จะประกาศยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่– ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีนผ่านรายงานยอดการส่งออกและนำเข้า ในเดือนสิงหาคม รวมถึงรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนสิงหาคม ที่จะช่วยสะท้อนว่า เศรษฐกิจจีนจะยังคงอยู่ในภาวะเงินฝืด ต่อเนื่องหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามสถานการณ์การเมืองญี่ปุ่น หลังล่าสุด นายกฯ Shigeru Ishiba ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ทำให้สถานการณ์การเมืองญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญความปั่นป่วน เนื่องจากพรรคฝ่ายรัฐบาล LDP และ Komeito ต่างสูญเสียการครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า หัวหน้าพรรค LDP คนใหม่ ที่จะมาแทน อดีตนายกฯ Shigeru Ishiba อาจจะไม่ได้เป็นนายกฯ คนถัดไป อีกทั้ง ยังเพิ่มโอกาสที่นายกฯ คนใหม่ อาจเลือกที่จะยุบสภา เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ – ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ ภายใต้นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนสิงหาคมแนวโน้มเงินบาท เรายอมรับว่า เงินบาทอาจกลับไปอ่อนค่าต่อเนื่องอย่างชัดเจน “ยาก” หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง พร้อมกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทยก็ดูคลี่คลายลงบ้าง ลดความเสี่ยงที่จะเห็นแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติที่รุนแรง อย่างไรก็ดี เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk โดยเรามองว่า ยังมีโอกาสที่เงินบาทอาจอ่อนค่าลงบ้าง หรืออย่างน้อยการแข็งค่าขึ้นขอเงินบาทก็ควรชะลอลง หลังผู้เล่นในตลาดได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดมาพอสมควร โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า เฟดมีโอกาสราว 75% ที่จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ หากอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง หนุนให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อาจรีบาวด์ขึ้น กดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุนเพิ่มเติม จากการอ่อนค่าของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินยูโร และเงินเยนญี่ปุ่น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสและญี่ปุ่นในระยะสั้น อนึ่ง เรามองว่า ควรจับตาทิศทางราคาทองคำ และเงินหยวนจีน อย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน เนื่องจากการเคลื่อนไหวของทั้งสองสินทรัพย์อาจส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้พอสมควรนั้น เรามองว่า แม้เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญ Two-way risk แต่ เงินดอลลาร์อาจรีบาวด์ขึ้น หากอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ เร่งตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง ขณะเดียวกัน ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสและญี่ปุ่น อาจกดดันบรรดาสกุลเงินหลักได้ เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forwardส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.00-32.20 บาท/ดอลลาร์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้30ก.ค.“ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” ที่ระดับ 32.38 บาทต่อดอลลาร์ค่าเงินบาทมีความเสี่ยง Two-Way risk 3ปัจจัยชี้ชะตา “ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ และผลการเจรจาการค้าระหว่างไทยและราคาทองคำโลก”
Read more »
ธนาคารกรุงไทย ประกาศยกหนี้ให้ทหารและตชด.ที่พลีชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย–กัมพูชา'กรุงไทย' ยกหนี้ให้ทหารและ ตชด.ที่พลีชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม วันที่ 7 ส.ค.68 นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล ประธานผู้บริหาร Risk ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ตระหนักถึง ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.
Read more »
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 15ส.ค.ที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงตามทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่รักษาช่วงบวกไว้ได้ต่อเนื่อง กรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้า18-22ส.ค. ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
'KBANK' ให้กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้าที่ 32.10-32.80 บาท จับตา GDP-ส่งออกไทย-ถ้อยแถลงเฟดธนาคารกสิกรไทย [KBANK] มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (18-22 ส.ค.68) ที่ ระดับ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568และตัวเลขการส่งออกเดือนก.ค.
Read more »
ETH ทำสถิติสูงสุดใหม่ครั้งแรกนับตั้งแต่ 2021 ทะลุ 4,900 ดอลลาร์ หลัง FED ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยETH ราคาพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ครั้งแรกนับตั้งแต่ 2021 ทะยานสู่ 4,953.73 ดอลลาร์สหรัฐ หลัง FED ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยทำให้นักลงทุนกลับมาใส่โหมด Risk-On ดันราคา ETH เพิ่มขึ้น 15%
Read more »
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.10-32.80 เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยวันที่ 25 สิงหาคม 2568 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.64 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบค่อนข้างแคบระหว่าง 32.42-32.
Read more »
