ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าค่อยเป็นค่อยไป หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอทยอยขายเงินดอลลาร์ ขณะเงินดอลลาร์ยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-way risk ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด
– ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ ผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ โดยบรรดานักวิเคราะห์รวมถึงเรา ต่างประเมินว่า BOE อาจมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ให้คงดอกเบี้ยที่ระดับ 4.00% หลังอัตราเงินเฟ้อของอังกฤษก็ยังอยู่ในระดับสูง ทว่าสัญญาณการชะลอตัวลงของตลาดแรงงานอังกฤษก็อาจทำให้ BOE สามารถทยอยลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางอังกฤษ ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และ BOE รวมถึงรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ ยอดค้าปลีก ของยูโรโซน– ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ โดย RatingDog ในเดือนตุลาคม รวมถึงรายงานยอดการส่งออกและนำเข้า ของจีน ในเดือนตุลาคม เช่นกันการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย และธนาคารกลางมาเลเซีย โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ทั้ง RBA และ BNM อาจคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.
60% และ 2.75% ตามลำดับ แต่อาจลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ในปีหน้า หากเศรษฐกิจออสเตรเลียและมาเลเซีย ชะลอตัวลงมากกว่าคาดผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น ผ่านรายงานอัตราการเติบโตค่าจ้าง โดยหลังการประชุม BOJ ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดได้ปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ และให้โอกาสราว 48% ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 0.75% ในการประชุมเดือนธันวาคม– เราประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนตุลาคม จะยังคง “ติดลบ” ต่อเนื่อง ที่ระดับ -0.79% ตามการปรับตัวลงของทั้งราคาเนื้อสัตว์และราคาพลังงานจากเดือนก่อนหน้า อีกทั้งฐานราคาสินค้าและบริการในปีก่อนยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะชะลอตัวลงบ้าง ทว่าเรายังไม่เห็นความเสี่ยงภาวะเงินฝืด หรือสัญญาณการปรับตัวลงของราคาสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง ทำให้อัตราเงินเฟ้อจะยังไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรม และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในเดือนตุลาคมเราประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทกลับมามีกำลังบ้าง หลังเงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น พร้อมกับจังหวะย่อตัวลงของราคาทองคำ ตามการปรับลดความคาดหวังแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทว่า เงินดอลลาร์แม้จะแข็งค่าขึ้นต่อได้ แต่ก็ต้องอาศัยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งควรย้ำจุดยืนว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่ตลาดคาดหวัง ถึงทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดเพิ่มเติม ทำให้ เงินดอลลาร์ก็ยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-way risk ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด อีกทั้งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจเริ่มทยอยปรับลดสถานะถือครองหรือขายทำกำไรการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมาได้บ้างทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทอาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป หลังผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ หรือขายทำกำไรสถานะ Short THB บ้าง และหากอ้างอิงกลยุทธ์ Trend-Following เรามองว่า เงินบาทจะกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่า อีกครั้ง เมื่อเงินบาทอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้าน 32.75 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจนส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.35-32.55 บาท/ดอลลาร์นางสาวรุ่ง สงวนเรือง สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.35 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.23-32.73 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯลดดอกเบี้ย 25bp เป็น 3.75-4.00% และประกาศยุติมาตรการ Quantitative Tightening ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม อย่างไรก็ดี ประธานเฟดเน้นย้ำว่ายังไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอนว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนธันวาคม ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯพุ่งขึ้นโดยตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับดอกเบี้ยของเฟดในช่วงถัดไป ทางด้านเงินเยนอ่อนค่าลงหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น คงดอกเบี้ยที่ 0.50% และแสดงท่าทีระมัดระวังต่อจังหวะเวลาที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่วนธนาคารกลางยุโรป ตรึงดอกเบี้ยที่ 2.00% ตามคาด ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 5,045 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสูงถึง 30,485 ล้านบาท ขณะที่ในเดือนตุลาคมเงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.11%ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูล ISM ภาคการผลิตและบริการรวมถึงการจ้างงานภาคเอกชนเดือนตุลาคมของสหรัฐฯ ขณะที่ภาวะ Government Shutdown เข้าสู่เดือนที่สอง ในภาพใหญ่ความต้องการขายดอลลาร์ในระยะนี้อาจถูกจำกัดจากการปรับคาดการณ์ของตลาด เกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดหลังจากเจ้าหน้าที่เฟดสะท้อนความคิดเห็นที่หลากหลายและหลีกเลี่ยงที่จะให้คำมั่นเกี่ยวกับความต่อเนื่องของการผ่อนคลายนโยบายการเงิน อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯกับจีนซึ่งช่วยคลายความวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอาจสนับสนุนการแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินในภูมิภาครวมถึงเงินบาท โดยนักลงทุนจะติดตามการตั้งค่ากลางรายวันสำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนจีน ทั้งนี้ สหรัฐฯประกาศลดภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนเหลือ 47% จาก 57% ขณะที่จีนจะชะลอการควบคุมการส่งออกแร่หายาก กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนกันยายนเติบโต 19.0% สูงสุดรอบ 42 เดือน ขณะที่ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯชัดเจนมากขึ้น ส่วนมูลค่านำเข้าเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 17.2% ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุประเด็นที่ต้องติดตามสำหรับเศรษฐกิจไทย ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคการผลิต ผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ พัฒนาการภาคท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐและการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 7 ต.ค.68 ‘ทรงตัว‘ ยังไร้ทิศทางชัดเจนค่าเงินบาทวันนี้ 7 ต.ค.68 เปิดตลาด“ทรงตัว“ ที่ระดับ 32.47 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย“ ชี้ยังเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจน มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.35-32.60 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้7ต.ค.“ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” ที่ระดับ 32.47 บาทต่อดอลลาร์ค่าเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.35-32.
Read more »
ตลาดการเงินโลกอยู่ในช่วง Risk-On Extension: Fed หนุนหุ้นเทคโนโลยีและสินทรัพย์เสี่ยงตลาดการเงินโลกยังคงอยู่ในช่วง 'Risk-On Extension' จากแรงหนุนของ Fed และสภาพคล่องส่วนเกิน หุ้นเทคโนโลยีและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ได้รับประโยชน์ ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง หนุนทองคำและคริปโทฯ
Read more »
ซีอีโอ Focus W3b ชี้ 'เหรียญมีม' คืนชีพ Dogecoin พุ่งแรง! จับตาตลาด 'Risk-on'Diana Sanchez ซีอีโอ Focus W3b Agency วิเคราะห์การกลับมาของเหรียญมีม โดยเฉพาะ Dogecoin ที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างน่าจับตา พร้อมมองว่าตลาดกำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วง Risk-on อีกครั้ง
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 3 พ.ย.68 ‘อ่อนค่า‘ ราคาทองพลิกลงค่าเงินบาทวันนี้ 3 พ.ย. 68 เปิดตลาด“อ่อนค่า“ ที่ระดับ 32.47 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย“ ชี้ราคาทองพลิกลง ดอลลาร์แข็งค่า มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.35- 32.55 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
