คุยกับ ‘ท๊อป Bitkub’ : ‘คริปโทฯ’ สู่อนาคตการเงิน ‘Green Finance’ ตอบโจทย์ความยั่งยืนเอเปค 2022

United States News News

คุยกับ ‘ท๊อป Bitkub’ : ‘คริปโทฯ’ สู่อนาคตการเงิน ‘Green Finance’ ตอบโจทย์ความยั่งยืนเอเปค 2022
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 KhaosodOnline
  • ⏱ Reading Time:
  • 308 sec. here
  • 7 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 127%
  • Publisher: 63%

คุยกับ ‘ท๊อป Bitkub’ : ‘คริปโทฯ’ สู่อนาคตการเงิน ‘Green Finance’ ตอบโจทย์ความยั่งยืนเอเปค 2022 Bitkub บิทคับ

สกุลเงินคริปโทฯและเทคโนโลยีบล็อกเชนเกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของงานประชุมสุดยอดเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ หรือไม่อย่างไร และการใช้เงินดิจิทัลนี้จะนำไปสู่อนาคตทางการเงินแบบ “Green Finance” ที่หมายถึงโลกทางการเงินที่ลดการปล่อยคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นหรือไม่ Advertisment ในโอกาสส่งท้ายความสำเร็จของทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา หรือ “ท๊อป Bitkub” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยในฐานะพันธมิตรด้านการสื่อสาร APEC Communication Partner จะมาตอบคำถาม และแถลงไขประเด็นข้างต้น ดังนี้Advertisement “อยากให้ทุกคนจำ 2 เลข เลขแรกคือ 52 เลขที่สองคือ 0″ นั่นคือความจริงที่ว่ามนุษย์สร้างก๊าซเรือนกระจกปีละ 52,000 ล้านตัน จากการใช้ชีวิตประจำวัน และแม้จะผ่านช่วงเวลาที่หยุดชะงัก มีการล็อกดาวน์โลกที่ทำให้ผู้คนติดต่อและบริโภคกันน้อยลง ก็สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพียง 2 พันล้านตันเท่านั้น จุดนี้ทำให้คุณท๊อปคิดว่า “การลดการบริโภคไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาของโลกร้อน ฉะนั้นวิธีที่จะแก้ปัญหานี้จริงๆ คือ การมี breakthrough ทางเทคโนโลยี ที่จะเปลี่ยนซัพพลายเชนทุกชนิดที่จะทำให้เราเปลี่ยนขบวนการผลิตทั้งหมด โดยการไม่ปล่อยคาร์บอนเลย หรือปล่อยให้น้อยที่สุด” สำหรับตลาดการเงิน สกุลเงินคริปโตฯก็คือ breakthrough ทางเทคโนโลยี ที่จะเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำของอุตสาหกรรมการเงิน “พลังงานทดแทนช่วยแก้ไขได้เพียง 26% จากก๊าซเรือนกระจก 52,000 ล้านตันยังเหลืออีก 74% ที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ และการใช้ชีวิตของผู้คน แปลว่าถ้าเราจะลดตัวเลขดังกล่าวให้เหลือ 0 ได้ เราต้องเปลี่ยนทุกกระเบียดนิ้วแม้แต่เรื่องการเงิน ถ้าเปลี่ยนทุกอย่างแต่เงินยังเป็นกระดาษก็ยังไม่สามารถทำให้การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้ ไม่ว่าอย่างไร เงินก็จะต้องมีพัฒนาการเป็นดิจิทัลในอนาคต การทำงานเกี่ยวกับเงินก็ต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น” คุณท๊อปยืนยันว่า โลกจะเปลี่ยนจากการใช้ธนบัตรไปสู่เงินในรูปแบบดิจิทัลอย่างแน่นอน แต่จะเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับผู้คนมีความรู้และความเข้าใจมากขึ้น รวมถึงระบบที่ดีมากขึ้น แน่นอนว่าสกุลเงินคริปโทฯก็ยังมีการปล่อยคาร์บอนอยู่ แต่เมื่อเทียบกับวงการการเงินดั้งเดิมในรูปแบบธนบัตรและเหรียญ อัตราการปล่อยคาร์บอนแบบสัมผัสนั้นน้อยกว่ามาก และว่า สกุลเงินคริปโทฯ และเทคโนโลยีบล็อกเชน เป็นสินค้าทางการเงินที่ดีที่สุด ซึ่งรวดเร็วกว่า โปร่งใสกว่า และประหยัดค่าธรรมเนียมให้กับผู้คนมากกว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ในปัจจุบัน ที่จะทำให้เกิด Green Finance ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องความยั่งยืนของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังผลักดันด้านนวัตกรรมอีกด้วยจุดนี้ทำให้กลุ่มบริษัท Bitkub มาร่วมงานเอเปคซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ในฐานะ APEC Communication Partner หรือไม่? “เอเปคเป็นการประชุมที่สำคัญมากสำหรับไทย ในยุคที่ทั่วโลกมีความปั่นป่วนมาก สงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราเงินเฟ้อที่สูงมากในสหรัฐ จุดสำคัญคือซัพพลายเชนกำลังเปลี่ยนไปโดยมุ่งมาที่อาเซียน ขณะที่สถานการณ์แย่งชิงเม็ดเงินลงทุนในภูมิภาคที่สูงขึ้น กลุ่มบริษัท Bitkub ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งที่กำลังมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการวางรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยจึงเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีนี้ ในการช่วยประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกในเขตเศรษฐกิจเอเปคและบุคคลทั่วไปได้ทราบว่าประเทศไทยมีความพร้อมครบถ้วนที่เอื้อต่อการการลงทุน ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ นโยบายที่สอดคล้องกับโลก และเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจ ซึ่ง “หวังว่าเมืองไทยจะเป็น Connecting Hub ในภูมิภาคของเม็ดเงินที่จะไหลเข้ามา” “จริงๆ เราอยู่ในยุค public and private partnership” แต่ละฝ่ายทำงานด้วยตัวคนเดียวไม่ได้แต่ถ้าทั้ง 2 ภาค คือภาครัฐและเอกชนมาร่วมมือกันมันเป็นไปได้ ซึ่งสิ่งที่กลุ่มบริษัท Bitkub สามารถช่วยภาครัฐได้ในประเด็น BCG อันเป็นจุดแข็งหลักของไทยในฐานะเจ้าภาพเอเปคครั้งนี้ ในการเป็นผู้จัดสรรทางเทคโนโลยีและการบริหารด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การจัดการคาร์บอนเครดิตบนเทคโนโลยีบล็อกเชนและการสร้างมาตรฐานในการติดตามคาร์บอนเครดิตและพลาสติก ต่อข้อโต้แย้งของนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมบางส่วนที่มองว่า BCG เป็นแค่การตลาด “ฟอกเขียว” ทีเอื้อนายทุนให้ทำธุรกิจต่อได้ในโลกที่ร้อนขึ้นอย่างดูมีความรับผิดชอบ ขณะที่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตไม่ใช่การแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างตรงจุด คุณท๊อปคิดเห็นอย่างไร? ในเรื่อง BCG “จริงๆ มันเป็นการลดการปล่อยคาร์บอนได้ แต่ว่ามันเป็นการลดที่ไม่ถึงศูนย์ อย่างการหมุนเวียนใช้พลาสติกซ้ำๆ ก็คงดีกว่าการใช้พลาสติกใหม่ แต่คาร์บอนก็ยังลดไม่ถึงศูนย์ โลกก็อยู่ไม่รอดอยู่ดี” การซื้อขายคาร์บอนเครดิตก็เช่นกัน “เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ” แล้วจะทำอย่างไรจึงจะแก้ที่ต้นเหตุ? คุณท๊อปเสนอให้มีการลงทุนใน breakthrough ทางเทคโนโลยีที่จะสร้างทางออกใหม่แก่โลกและเน้นย้ำถึงความสำคัญในการเปลี่ยนทุกระบบการผลิตและซัพพลายเชนของโลกให้ไม่มีการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะเป็น “การเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดที่โลกของเราเคยเห็นมา” ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำในทุกอุตสาหกรรม ก่อนหน้านี้ได้เข้าร่วมการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมมาหลายวง อาทิ Ocean20 B20 และ World Economic Forum การประชุมเหล่านี้พูดถึงงานภาคธุรกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างไร ? คุณท๊อปบอกว่า การประชุมเหล่านี้เป็นการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนก็จริง แต่ในการพูดคุยนั้นเน้นที่ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ส่วนเรื่องเศรษฐกิจเป็นรอง ซึ่งทุกการประชุมพูดตรงกันและมุ่งให้ความสำคัญไปที่ความยั่งยืนของโลกและการใส่ใจด้านคาร์บอน รวมถึงงานด้านความหลากหลายและความครอบคลุม ทั้งทางเพศ เชื้อชาติ สีผิว และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับธีมของเอเปคเช่นกัน โดยคุณท๊อปกล่าวว่ายิ่งบริษัทมีความหลากหลาย ยิ่งทำให้บริษัทยั่งยืนเพราะเกิดมุมมองที่กว้างขวางขึ้น ในการเข้าร่วมวงประชุมดังกล่าว คุณท๊อปเข้าร่วมในฐานะภาคเอกชนไทยที่เป็นตัวแทนจากงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งเขาอยากให้นักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จไปสู่เวทีระดับโลกมากขึ้นเพราะเราอยู่ในโลกที่พึ่งพากันมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะในโลกที่เต็มไปด้วยปัญหาและความตึงเครียดอย่างในปัจจุบัน และอยู่ในยุคที่ต้องจับมือร่วมกันข้ามทวีปเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ “อย่างในเรื่องโลกร้อน เราต้องสามัคคีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถแก้ปัญหาที่ใหญ่มากนี้ของโลกได้” สุดท้ายคุณท๊อปยืนยันว่า คอนเซ็ปต์ BCG ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ของเหล่าผู้นำในการพูดเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องความเป็นความตายของชีวิตมนุษย์ที่พึ่งอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ที่ถึงแม้ตัวเลขจะดูเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่กลับสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่สืบเนื่องกันเหมือนกับโดมิโนที่ล้มทับซ้อนกันเรื่อยจนเกิดความรุนแรงมหาศาล อีกทั้งเรามีโลกเพียงแค่ใบเดียว เราจึง “ไม่มีตัวเลือกอื่น นอกจากทำให้การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์เกิดขึ้นให้ได้เท่านั้น”.

สกุลเงินคริปโทฯและเทคโนโลยีบล็อกเชนเกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของงานประชุมสุดยอดเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ หรือไม่อย่างไร และการใช้เงินดิจิทัลนี้จะนำไปสู่อนาคตทางการเงินแบบ “Green Finance” ที่หมายถึงโลกทางการเงินที่ลดการปล่อยคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นหรือไม่ Advertisment ในโอกาสส่งท้ายความสำเร็จของทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา หรือ “ท๊อป Bitkub” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยในฐานะพันธมิตรด้านการสื่อสาร APEC Communication Partner จะมาตอบคำถาม และแถลงไขประเด็นข้างต้น ดังนี้Advertisement “อยากให้ทุกคนจำ 2 เลข เลขแรกคือ 52 เลขที่สองคือ 0″ นั่นคือความจริงที่ว่ามนุษย์สร้างก๊าซเรือนกระจกปีละ 52,000 ล้านตัน จากการใช้ชีวิตประจำวัน และแม้จะผ่านช่วงเวลาที่หยุดชะงัก มีการล็อกดาวน์โลกที่ทำให้ผู้คนติดต่อและบริโภคกันน้อยลง ก็สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพียง 2 พันล้านตันเท่านั้น จุดนี้ทำให้คุณท๊อปคิดว่า “การลดการบริโภคไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาของโลกร้อน ฉะนั้นวิธีที่จะแก้ปัญหานี้จริงๆ คือ การมี breakthrough ทางเทคโนโลยี ที่จะเปลี่ยนซัพพลายเชนทุกชนิดที่จะทำให้เราเปลี่ยนขบวนการผลิตทั้งหมด โดยการไม่ปล่อยคาร์บอนเลย หรือปล่อยให้น้อยที่สุด” สำหรับตลาดการเงิน สกุลเงินคริปโตฯก็คือ breakthrough ทางเทคโนโลยี ที่จะเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำของอุตสาหกรรมการเงิน “พลังงานทดแทนช่วยแก้ไขได้เพียง 26% จากก๊าซเรือนกระจก 52,000 ล้านตันยังเหลืออีก 74% ที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ และการใช้ชีวิตของผู้คน แปลว่าถ้าเราจะลดตัวเลขดังกล่าวให้เหลือ 0 ได้ เราต้องเปลี่ยนทุกกระเบียดนิ้วแม้แต่เรื่องการเงิน ถ้าเปลี่ยนทุกอย่างแต่เงินยังเป็นกระดาษก็ยังไม่สามารถทำให้การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้ ไม่ว่าอย่างไร เงินก็จะต้องมีพัฒนาการเป็นดิจิทัลในอนาคต การทำงานเกี่ยวกับเงินก็ต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น” คุณท๊อปยืนยันว่า โลกจะเปลี่ยนจากการใช้ธนบัตรไปสู่เงินในรูปแบบดิจิทัลอย่างแน่นอน แต่จะเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับผู้คนมีความรู้และความเข้าใจมากขึ้น รวมถึงระบบที่ดีมากขึ้น แน่นอนว่าสกุลเงินคริปโทฯก็ยังมีการปล่อยคาร์บอนอยู่ แต่เมื่อเทียบกับวงการการเงินดั้งเดิมในรูปแบบธนบัตรและเหรียญ อัตราการปล่อยคาร์บอนแบบสัมผัสนั้นน้อยกว่ามาก และว่า สกุลเงินคริปโทฯ และเทคโนโลยีบล็อกเชน เป็นสินค้าทางการเงินที่ดีที่สุด ซึ่งรวดเร็วกว่า โปร่งใสกว่า และประหยัดค่าธรรมเนียมให้กับผู้คนมากกว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ในปัจจุบัน ที่จะทำให้เกิด Green Finance ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องความยั่งยืนของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังผลักดันด้านนวัตกรรมอีกด้วยจุดนี้ทำให้กลุ่มบริษัท Bitkub มาร่วมงานเอเปคซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ในฐานะ APEC Communication Partner หรือไม่? “เอเปคเป็นการประชุมที่สำคัญมากสำหรับไทย ในยุคที่ทั่วโลกมีความปั่นป่วนมาก สงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราเงินเฟ้อที่สูงมากในสหรัฐ จุดสำคัญคือซัพพลายเชนกำลังเปลี่ยนไปโดยมุ่งมาที่อาเซียน ขณะที่สถานการณ์แย่งชิงเม็ดเงินลงทุนในภูมิภาคที่สูงขึ้น กลุ่มบริษัท Bitkub ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งที่กำลังมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการวางรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยจึงเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีนี้ ในการช่วยประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกในเขตเศรษฐกิจเอเปคและบุคคลทั่วไปได้ทราบว่าประเทศไทยมีความพร้อมครบถ้วนที่เอื้อต่อการการลงทุน ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ นโยบายที่สอดคล้องกับโลก และเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจ ซึ่ง “หวังว่าเมืองไทยจะเป็น Connecting Hub ในภูมิภาคของเม็ดเงินที่จะไหลเข้ามา” “จริงๆ เราอยู่ในยุค public and private partnership” แต่ละฝ่ายทำงานด้วยตัวคนเดียวไม่ได้แต่ถ้าทั้ง 2 ภาค คือภาครัฐและเอกชนมาร่วมมือกันมันเป็นไปได้ ซึ่งสิ่งที่กลุ่มบริษัท Bitkub สามารถช่วยภาครัฐได้ในประเด็น BCG อันเป็นจุดแข็งหลักของไทยในฐานะเจ้าภาพเอเปคครั้งนี้ ในการเป็นผู้จัดสรรทางเทคโนโลยีและการบริหารด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การจัดการคาร์บอนเครดิตบนเทคโนโลยีบล็อกเชนและการสร้างมาตรฐานในการติดตามคาร์บอนเครดิตและพลาสติก ต่อข้อโต้แย้งของนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมบางส่วนที่มองว่า BCG เป็นแค่การตลาด “ฟอกเขียว” ทีเอื้อนายทุนให้ทำธุรกิจต่อได้ในโลกที่ร้อนขึ้นอย่างดูมีความรับผิดชอบ ขณะที่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตไม่ใช่การแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างตรงจุด คุณท๊อปคิดเห็นอย่างไร? ในเรื่อง BCG “จริงๆ มันเป็นการลดการปล่อยคาร์บอนได้ แต่ว่ามันเป็นการลดที่ไม่ถึงศูนย์ อย่างการหมุนเวียนใช้พลาสติกซ้ำๆ ก็คงดีกว่าการใช้พลาสติกใหม่ แต่คาร์บอนก็ยังลดไม่ถึงศูนย์ โลกก็อยู่ไม่รอดอยู่ดี” การซื้อขายคาร์บอนเครดิตก็เช่นกัน “เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ” แล้วจะทำอย่างไรจึงจะแก้ที่ต้นเหตุ? คุณท๊อปเสนอให้มีการลงทุนใน breakthrough ทางเทคโนโลยีที่จะสร้างทางออกใหม่แก่โลกและเน้นย้ำถึงความสำคัญในการเปลี่ยนทุกระบบการผลิตและซัพพลายเชนของโลกให้ไม่มีการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะเป็น “การเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดที่โลกของเราเคยเห็นมา” ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำในทุกอุตสาหกรรม ก่อนหน้านี้ได้เข้าร่วมการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมมาหลายวง อาทิ Ocean20 B20 และ World Economic Forum การประชุมเหล่านี้พูดถึงงานภาคธุรกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างไร ? คุณท๊อปบอกว่า การประชุมเหล่านี้เป็นการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนก็จริง แต่ในการพูดคุยนั้นเน้นที่ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ส่วนเรื่องเศรษฐกิจเป็นรอง ซึ่งทุกการประชุมพูดตรงกันและมุ่งให้ความสำคัญไปที่ความยั่งยืนของโลกและการใส่ใจด้านคาร์บอน รวมถึงงานด้านความหลากหลายและความครอบคลุม ทั้งทางเพศ เชื้อชาติ สีผิว และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับธีมของเอเปคเช่นกัน โดยคุณท๊อปกล่าวว่ายิ่งบริษัทมีความหลากหลาย ยิ่งทำให้บริษัทยั่งยืนเพราะเกิดมุมมองที่กว้างขวางขึ้น ในการเข้าร่วมวงประชุมดังกล่าว คุณท๊อปเข้าร่วมในฐานะภาคเอกชนไทยที่เป็นตัวแทนจากงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งเขาอยากให้นักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จไปสู่เวทีระดับโลกมากขึ้นเพราะเราอยู่ในโลกที่พึ่งพากันมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะในโลกที่เต็มไปด้วยปัญหาและความตึงเครียดอย่างในปัจจุบัน และอยู่ในยุคที่ต้องจับมือร่วมกันข้ามทวีปเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ “อย่างในเรื่องโลกร้อน เราต้องสามัคคีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถแก้ปัญหาที่ใหญ่มากนี้ของโลกได้” สุดท้ายคุณท๊อปยืนยันว่า คอนเซ็ปต์ BCG ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ของเหล่าผู้นำในการพูดเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องความเป็นความตายของชีวิตมนุษย์ที่พึ่งอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ที่ถึงแม้ตัวเลขจะดูเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่กลับสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่สืบเนื่องกันเหมือนกับโดมิโนที่ล้มทับซ้อนกันเรื่อยจนเกิดความรุนแรงมหาศาล อีกทั้งเรามีโลกเพียงแค่ใบเดียว เราจึง “ไม่มีตัวเลือกอื่น นอกจากทำให้การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์เกิดขึ้นให้ได้เท่านั้น”

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

KhaosodOnline /  🏆 13. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

APEC CEO Summit 2022 ...สะท้อนวิสัยทัศน์ของภาคธุรกิจในเวทีโลกAPEC CEO Summit 2022 ...สะท้อนวิสัยทัศน์ของภาคธุรกิจในเวทีโลกในช่วงเวลาการประชุม APEC 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ หนึ่งในการประชุมที่น่าจับตาคือการประชุม APEC CEO Summit 2022 ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนชั้นแนวหน้าของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีระดับโลก โดยหัวข้อประชุมเน้นการเปิดกว้างสู่โอกาสด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน การใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ การสาธารณสุข และความเท่าเทียมกันทางเพศ การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ภาคเอกชนจะได้เสนอแนวทางออกแบบนโยบายให้เกิดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการเติบโตแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน เรื่องต่างๆ ที่อยู่ในวาระการประชุม APEC CEO Summit 2022 ล้วนมีความสำคัญต่อการพัฒ
Read more »

'บิ๊กตู่' ลุ้นอีกครั้ง หลังผู้นำฮ่องกง ติดเชื้อโควิด ภายหลังจบการประชุม APEC'บิ๊กตู่' ลุ้นอีกครั้ง หลังผู้นำฮ่องกง ติดเชื้อโควิด ภายหลังจบการประชุม APEC'บิ๊กตู่' ลุ้นอีกครั้ง หลังผู้นำฮ่องกง ติดเชื้อโควิด ภายหลังจบการประชุม APEC นายกฯ ประยุทธ์ บิ๊กตู่ โควิด19 โอมิครอน โอไมครอน ข่าววันนี้ NationOnline
Read more »

“ท็อป จิรายุส”ชี้โอกาสอนาคต“กรีนเทค”เปลี่ยนซัพพลายเชนต้นน้ำ-ปลายน้ำ“ท็อป จิรายุส”ชี้โอกาสอนาคต“กรีนเทค”เปลี่ยนซัพพลายเชนต้นน้ำ-ปลายน้ำ“ท็อป จิรายุส” ชี้โอกาสอนาตต กรีนเทค หรือ ไคลเมท เทค จะเข้ามาเปลี่ยนซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างการลงทุนขนาดใหญ่
Read more »

โปรแกรมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 ทั้ง 64 แมตช์ ช่องไหนบ้างเช็กที่นี่โปรแกรมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 ทั้ง 64 แมตช์ ช่องไหนบ้างเช็กที่นี่สำหรับแฟนบอลขชาวไทย ฟรีทีวี 17 ช่อง จะร่วมกันแบ่งถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 (FIFA World Cup 2022) ครั้งที่ 22 ที่ประเทศกาตาร์
Read more »



Render Time: 2026-04-02 06:11:51