คัด 4 กลุ่มหุ้นน่าลงทุนส่งท้ายปี รับรัฐมาตรการกระตุ้นจับจ่ายช่วงปลายปี ตลาดหุ้นไทย หุ้นไทย อินโฟเควสท์
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ทรีนีตี้ กล่าวว่า ปัจจัยกระตุ้นที่อาจเข้ามาสร้างสีสันให้ตลาดหุ้นไทยได้ในเดือนนี้ ได้แก่ การออกมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีนี้-ต้นปีหน้า ซึ่งอาจทำให้กลุ่ม Domestic ยังคงเป็นกลุ่มที่น่าสนใจต่อไปหากต้องเลือกลงทุน ส่วนการเข้ามาของ Fund flow ในช่วง 1-2 วันนี้นั้น มองเป็น Hot money ที่เข้ามาเก็งกำไรเงินบาทจากประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งต่อจากนี้อาจเริ่มเบาบางลงหากไม่มีปัจจัยกระตุ้นใหม่ ในเชิงกลยุทธ์ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายรอบล่าสุดมาอยู่ที่ 1.
25% ทำให้ระดับ SET ที่เหมาะสมในกรณีฐานของทางทรีนีตี้ปรับลดจากระดับ 1,630 จุดมาอยู่ที่ 1,580 จุด ซึ่งเมื่อเทียบกับระดับดัชนีปัจจุบันที่ 1,635 จุด อาจทำให้ Risk-reward ในภาพรวมดูไม่น่าสนใจมากนัก จึงเป็นที่มาที่เราแนะนำให้ Lock profit หุ้นในส่วนที่เหลือ แต่หากต้องเลือก Selective ในเดือนธันวาคม มองไปยังกลุ่มหุ้นดังต่อไปนี้ 1) กลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งในระยะสั้นได้ประโยชน์จากทั้ง เงินบาทแข็ง, Bond yield ลง, ต้นทุนพลังงานลง ทั้งนี้ ประเมิน RATCH มีลุ้นถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป 2) กลุ่ม Big ticket retailers เพื่อเก็งมาตรการช้อปดีมีคืนที่จะออกมาในช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้ ประเมิน COM7 มีลุ้นถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป 3) กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อเก็งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี + จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าสู่ช่วง High season มองกลุ่มสายการบินได้ Sentiment เชิงบวกระยะสั้นจากเงินบาทที่แข็งค่า ส่วน CENTEL ประเมินว่ามีลุ้นถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป 4) กลุ่มบริหารหนี้ ซึ่งเข้าสู่ช่วง High season ในไตรมาส 4 + การซื้อหนี้ผ่านจุดต่ำสุด มอง BAM ผ่านช่วง Overhang จากประเด็น MSCI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มต้นเดือนนี้ทิศทางอยู่ในเกณฑ์ดี จากปัจจัยหนุน 2 ปัจจัย ได้แก่ ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯที่เตรียมชะลอลงอย่างแน่นอนในการประชุมกลางเดือนนี้ และการส่งสัญญาณของรัฐบาลจีนต่อการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในประเทศมากขึ้น มอง 2 ปัจจัยนี้มีโอกาสทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯและจีนปรับตัว Outperform ตลาดหุ้นอื่นทั่วโลกได้ ส่วนตลาดหุ้นยุโรปก็ได้แรงหนุนจากการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเมื่อวานนี้ที่ออกมาต่ำกว่าคาดด้วยเช่นกัน ทำให้การประชุมธนาคารกลางยุโรป ครั้งถัดไปในช่วงกลางเดือนธ.ค.มีโอกาสที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.5% ด้วยเช่นเดียวกันกับ Fed ทั้งนี้ Bond yield สหรัฐฯปรับตัวลงแรงเมื่อคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน จากคำพูดเชิง Dovish ของนาย Jerome Powell มองเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น Technology เป็นสำคัญ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสั้น ไม่ว่าอย่างไรแล้ว มองความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวจะเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มนี้ในช่วงถัดไปได้ จึงไม่แนะนำให้เข้าลงทุนแต่อย่างใด ทั้งนี้ การทำจุดต่ำสุดของ Bond yield ที่เกิดขึ้น ทำให้ยังคงมั่นใจต่อคำแนะนำให้ถือครองกลุ่มตราสารหนี้ รวมถึงตราสารจำพวกคล้ายบอนด์อย่าง REIT, Infrastructure fund, และหุ้นในกลุ่ม Utility ที่มี Relative yield สูงขึ้น
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์นิ่ง จับตาถ้อยแถลง 'พาวเวล' พรุ่งนี้ : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์แทบไม่ขยับ ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐ ณ เวลา 18.27 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 3 จุด หรือ 0.01% สู่ระดับ 33,866 จุด สถาบันบรู้กกิงส์เปิดเผยว่า นายพาวเวลจะกล่าวปาฐกถาว่าด้วยนโยบายการเงินและการคลังในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.) เวลา 13.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 01.30 น.ของวันที่ 1 ธ.ค.ตามเวลาไทย นอกจากนี้ นายพาวเวลจะแสดงมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ของสหรัฐในวันที่ 30 พ.ย. รวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันที่ 2 ธ.ค. โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
Read more »
โพลล์ ส.อ.ท.อ้อนรัฐตรึงค่า Ft ผ่อนภาระภาคอุตฯแบกต้นทุนค่าแรงสูง-วัตถุดิบแพง : อินโฟเควสท์นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) สำหรับงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.66 ส.อ.ท.จึงได้สำรวจความเห็นในเรื่องดังกล่าวจากผู้บริหาร 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด จำนวน 171 รายพบว่าส่วนใหญ่ต้องการให้ภาครัฐคงค่า Ft งวดใหม่ไว้ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อตรึงค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย เนื่องจากขณะนี้ราคาเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลให้ภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทยอยปรับลดลงไปด้วย ประกอบกับที่ผ่านมาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าแรง ราคาวัตถุดิบ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยทั้งสิ้น ส่วนการบริหารจัดการหนี้ที่ต้องทยอยคืน กฟผ.จากภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงจำนวน 83,010 ล้านบาทนั้น ผู้บริหาร ส.อ.ท.ส่วนใหญ่ เสนอว่า กฟผ.ควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สามารถรับภาระหนี้ได้มากขึ้นและยาวนานมากกว่า 2 ปี เช่น การเพิ่มเพดานเงินกู้เฉพาะกิจ การจัดสรรวงเงินให้ยืม การชะลอการส่งเงินรายได้เข้าคลัง เป็นต้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการหนี้และลดผลกระทบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้รับจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงเกินไป นอกจากนี้ ผู้บริหาร …
Read more »
'หุ้นไทย' ปิดพุ่ง ! แรงซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ค้าปลีกหนุน'ตลาดหุ้นไทย' ปิดบวก 13.08 จุด คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย ผนวกแรงซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ค้าปลีกหนุน มองแนวโน้มพรุ่งนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,660 จุด คัด 2 หุ้นเด่น
Read more »
สัปดาห์หน้า! จ่อออกหมายเรียกผู้ขายหุ้น MORE 27 รายให้ปากคำ : อินโฟเควสท์พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน กล่าวถึงกรณีตรวจสอบความผิดปกติเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ว่า ในสัปดาห์หน้า ทางคณะพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีได้ออกหมายเรียกกลุ่มผู้เสนอขายหุ้น ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดเงินจากการซื้อขายหุ้นดังกล่าวก่อนหน้านี้ จำนวนประมาณ 25-27 คน มาเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นที่ผิดปกติครั้งนี้หรือไม่ และ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือร่วมกระทำความผิดจริงก็จะมีการเชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน โดยจะมีคณะพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. บก.ป. และ บก.ปอท. แบ่งงานกันทำหน้าที่สอบปากคำ ส่วนฝั่งผู้ซื้อ หรือ ผู้ถูกกล่าวหา ก่อนหน้าทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้มาเข้าพบเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวได้ส่งทนายความติดต่อขอเลื่อนออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด นอกจากนี้ จากพยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้มีน้ำหนักมากพอสมควรที่จะเอาผิด เสี่ย ป. ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ซึ่งหากเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ามีการกระทำผิดจริง ทางคณะพนักงานสอบสวน ก็จะทำกkรออกหมายเรียก เสี่ย ป. ให้มาเข้าพบอีกครั้งเพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหาในทันที โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ธ.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »
รมว.คลัง ยันไม่มีแผนเก็บภาษี Capital Gains ย้ำเก็บภาษีขายหุ้นขาเดียว : อินโฟเควสท์นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ยืนยันว่าจะไม่มีการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไร (Capital Gains) ในตลาดหลักทรัพย์ หลังจากที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ หรือ ภาษีขายหุ้น เมื่อต้นสัปดาห์ “คลังยืนยันว่าไม่เก็บ 2 อย่าง แม้จะมีบางประเทศเก็บ 2 ขา คลังจะเก็บเฉพาะภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายต่อครั้งเท่านั้น” นายอาคม กล่าว ทั้งนี้ การเก็บภาษีขายหุ้นจะไม่กระทบกับบริษัทรายย่อย เนื่องจากมูลค่าซื้อขายในปัจจุบันในตลาดหลักทรัพย์ เป็นการซื้อขายของบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมีสัดส่วนในตลาดเพียง 11% แต่มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 95% ส่วนรายย่อยมีสัดส่วน 89% แต่มีมูลค่าการซื้อขาย 5% เท่านั้น การจัดเก็บภาษีขายหุ้น ยังเป็นไปตามหลักการเสมอภาค และ เป็นธรรมกับผู้เสียภาษี ที่มีรายได้จากการขายหุ้น เช่นกันกับธุรกิจอื่น ๆ โดยคลังจะจัดเก็บในอัตรา 0.11% รวมท้องถิ่น แต่มีระยะเวลายกเว้น 3 เดือน และจัดเก็บอัตรา 0.055% ในปีแรก เพื่อให้มีการปรับตัว โดยจัดเก็บต่อครั้ง และให้โบรกเกอร์เป็นผู้หักนำส่ง …
Read more »
