คัด 4 กลุ่มหุ้นน่าลงทุนส่งท้ายปี รับรัฐมาตรการกระตุ้นจับจ่ายช่วงปลายปี : อินโฟเควสท์

United States News News

คัด 4 กลุ่มหุ้นน่าลงทุนส่งท้ายปี รับรัฐมาตรการกระตุ้นจับจ่ายช่วงปลายปี : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 111 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 48%
  • Publisher: 68%

คัด 4 กลุ่มหุ้นน่าลงทุนส่งท้ายปี รับรัฐมาตรการกระตุ้นจับจ่ายช่วงปลายปี ตลาดหุ้นไทย หุ้นไทย อินโฟเควสท์

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ทรีนีตี้ กล่าวว่า ปัจจัยกระตุ้นที่อาจเข้ามาสร้างสีสันให้ตลาดหุ้นไทยได้ในเดือนนี้ ได้แก่ การออกมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีนี้-ต้นปีหน้า ซึ่งอาจทำให้กลุ่ม Domestic ยังคงเป็นกลุ่มที่น่าสนใจต่อไปหากต้องเลือกลงทุน ส่วนการเข้ามาของ Fund flow ในช่วง 1-2 วันนี้นั้น มองเป็น Hot money ที่เข้ามาเก็งกำไรเงินบาทจากประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งต่อจากนี้อาจเริ่มเบาบางลงหากไม่มีปัจจัยกระตุ้นใหม่ ในเชิงกลยุทธ์ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายรอบล่าสุดมาอยู่ที่ 1.

25% ทำให้ระดับ SET ที่เหมาะสมในกรณีฐานของทางทรีนีตี้ปรับลดจากระดับ 1,630 จุดมาอยู่ที่ 1,580 จุด ซึ่งเมื่อเทียบกับระดับดัชนีปัจจุบันที่ 1,635 จุด อาจทำให้ Risk-reward ในภาพรวมดูไม่น่าสนใจมากนัก จึงเป็นที่มาที่เราแนะนำให้ Lock profit หุ้นในส่วนที่เหลือ แต่หากต้องเลือก Selective ในเดือนธันวาคม มองไปยังกลุ่มหุ้นดังต่อไปนี้ 1) กลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งในระยะสั้นได้ประโยชน์จากทั้ง เงินบาทแข็ง, Bond yield ลง, ต้นทุนพลังงานลง ทั้งนี้ ประเมิน RATCH มีลุ้นถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป 2) กลุ่ม Big ticket retailers เพื่อเก็งมาตรการช้อปดีมีคืนที่จะออกมาในช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้ ประเมิน COM7 มีลุ้นถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป 3) กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อเก็งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี + จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าสู่ช่วง High season มองกลุ่มสายการบินได้ Sentiment เชิงบวกระยะสั้นจากเงินบาทที่แข็งค่า ส่วน CENTEL ประเมินว่ามีลุ้นถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป 4) กลุ่มบริหารหนี้ ซึ่งเข้าสู่ช่วง High season ในไตรมาส 4 + การซื้อหนี้ผ่านจุดต่ำสุด มอง BAM ผ่านช่วง Overhang จากประเด็น MSCI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มต้นเดือนนี้ทิศทางอยู่ในเกณฑ์ดี จากปัจจัยหนุน 2 ปัจจัย ได้แก่ ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯที่เตรียมชะลอลงอย่างแน่นอนในการประชุมกลางเดือนนี้ และการส่งสัญญาณของรัฐบาลจีนต่อการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในประเทศมากขึ้น มอง 2 ปัจจัยนี้มีโอกาสทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯและจีนปรับตัว Outperform ตลาดหุ้นอื่นทั่วโลกได้ ส่วนตลาดหุ้นยุโรปก็ได้แรงหนุนจากการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเมื่อวานนี้ที่ออกมาต่ำกว่าคาดด้วยเช่นกัน ทำให้การประชุมธนาคารกลางยุโรป ครั้งถัดไปในช่วงกลางเดือนธ.ค.มีโอกาสที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.5% ด้วยเช่นเดียวกันกับ Fed ทั้งนี้ Bond yield สหรัฐฯปรับตัวลงแรงเมื่อคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน จากคำพูดเชิง Dovish ของนาย Jerome Powell มองเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น Technology เป็นสำคัญ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสั้น ไม่ว่าอย่างไรแล้ว มองความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวจะเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มนี้ในช่วงถัดไปได้ จึงไม่แนะนำให้เข้าลงทุนแต่อย่างใด ทั้งนี้ การทำจุดต่ำสุดของ Bond yield ที่เกิดขึ้น ทำให้ยังคงมั่นใจต่อคำแนะนำให้ถือครองกลุ่มตราสารหนี้ รวมถึงตราสารจำพวกคล้ายบอนด์อย่าง REIT, Infrastructure fund, และหุ้นในกลุ่ม Utility ที่มี Relative yield สูงขึ้น

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์นิ่ง จับตาถ้อยแถลง 'พาวเวล' พรุ่งนี้ : อินโฟเควสท์ดาวโจนส์ฟิวเจอร์นิ่ง จับตาถ้อยแถลง 'พาวเวล' พรุ่งนี้ : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์แทบไม่ขยับ ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐ ณ เวลา 18.27 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 3 จุด หรือ 0.01% สู่ระดับ 33,866 จุด สถาบันบรู้กกิงส์เปิดเผยว่า นายพาวเวลจะกล่าวปาฐกถาว่าด้วยนโยบายการเงินและการคลังในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.) เวลา 13.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 01.30 น.ของวันที่ 1 ธ.ค.ตามเวลาไทย นอกจากนี้ นายพาวเวลจะแสดงมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ของสหรัฐในวันที่ 30 พ.ย. รวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันที่ 2 ธ.ค. โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
Read more »

โพลล์ ส.อ.ท.อ้อนรัฐตรึงค่า Ft ผ่อนภาระภาคอุตฯแบกต้นทุนค่าแรงสูง-วัตถุดิบแพง : อินโฟเควสท์โพลล์ ส.อ.ท.อ้อนรัฐตรึงค่า Ft ผ่อนภาระภาคอุตฯแบกต้นทุนค่าแรงสูง-วัตถุดิบแพง : อินโฟเควสท์นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) สำหรับงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.66 ส.อ.ท.จึงได้สำรวจความเห็นในเรื่องดังกล่าวจากผู้บริหาร 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด จำนวน 171 รายพบว่าส่วนใหญ่ต้องการให้ภาครัฐคงค่า Ft งวดใหม่ไว้ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อตรึงค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย เนื่องจากขณะนี้ราคาเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลให้ภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทยอยปรับลดลงไปด้วย ประกอบกับที่ผ่านมาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าแรง ราคาวัตถุดิบ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยทั้งสิ้น ส่วนการบริหารจัดการหนี้ที่ต้องทยอยคืน กฟผ.จากภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงจำนวน 83,010 ล้านบาทนั้น ผู้บริหาร ส.อ.ท.ส่วนใหญ่ เสนอว่า กฟผ.ควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สามารถรับภาระหนี้ได้มากขึ้นและยาวนานมากกว่า 2 ปี เช่น การเพิ่มเพดานเงินกู้เฉพาะกิจ การจัดสรรวงเงินให้ยืม การชะลอการส่งเงินรายได้เข้าคลัง เป็นต้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการหนี้และลดผลกระทบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้รับจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงเกินไป นอกจากนี้ ผู้บริหาร …
Read more »

'หุ้นไทย' ปิดพุ่ง ! แรงซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ค้าปลีกหนุน'หุ้นไทย' ปิดพุ่ง ! แรงซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ค้าปลีกหนุน'ตลาดหุ้นไทย' ปิดบวก 13.08 จุด คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย ผนวกแรงซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ค้าปลีกหนุน มองแนวโน้มพรุ่งนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,660 จุด คัด 2 หุ้นเด่น
Read more »

สัปดาห์หน้า! จ่อออกหมายเรียกผู้ขายหุ้น MORE 27 รายให้ปากคำ : อินโฟเควสท์สัปดาห์หน้า! จ่อออกหมายเรียกผู้ขายหุ้น MORE 27 รายให้ปากคำ : อินโฟเควสท์พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน กล่าวถึงกรณีตรวจสอบความผิดปกติเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ว่า ในสัปดาห์หน้า ทางคณะพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีได้ออกหมายเรียกกลุ่มผู้เสนอขายหุ้น ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดเงินจากการซื้อขายหุ้นดังกล่าวก่อนหน้านี้ จำนวนประมาณ 25-27 คน มาเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นที่ผิดปกติครั้งนี้หรือไม่ และ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือร่วมกระทำความผิดจริงก็จะมีการเชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน โดยจะมีคณะพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. บก.ป. และ บก.ปอท. แบ่งงานกันทำหน้าที่สอบปากคำ ส่วนฝั่งผู้ซื้อ หรือ ผู้ถูกกล่าวหา ก่อนหน้าทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้มาเข้าพบเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวได้ส่งทนายความติดต่อขอเลื่อนออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด นอกจากนี้ จากพยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้มีน้ำหนักมากพอสมควรที่จะเอาผิด เสี่ย ป. ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ซึ่งหากเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ามีการกระทำผิดจริง ทางคณะพนักงานสอบสวน ก็จะทำกkรออกหมายเรียก เสี่ย ป. ให้มาเข้าพบอีกครั้งเพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหาในทันที โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ธ.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »

รมว.คลัง ยันไม่มีแผนเก็บภาษี Capital Gains ย้ำเก็บภาษีขายหุ้นขาเดียว : อินโฟเควสท์รมว.คลัง ยันไม่มีแผนเก็บภาษี Capital Gains ย้ำเก็บภาษีขายหุ้นขาเดียว : อินโฟเควสท์นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ยืนยันว่าจะไม่มีการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไร (Capital Gains) ในตลาดหลักทรัพย์ หลังจากที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ หรือ ภาษีขายหุ้น เมื่อต้นสัปดาห์ “คลังยืนยันว่าไม่เก็บ 2 อย่าง แม้จะมีบางประเทศเก็บ 2 ขา คลังจะเก็บเฉพาะภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายต่อครั้งเท่านั้น” นายอาคม กล่าว ทั้งนี้ การเก็บภาษีขายหุ้นจะไม่กระทบกับบริษัทรายย่อย เนื่องจากมูลค่าซื้อขายในปัจจุบันในตลาดหลักทรัพย์ เป็นการซื้อขายของบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมีสัดส่วนในตลาดเพียง 11% แต่มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 95% ส่วนรายย่อยมีสัดส่วน 89% แต่มีมูลค่าการซื้อขาย 5% เท่านั้น การจัดเก็บภาษีขายหุ้น ยังเป็นไปตามหลักการเสมอภาค และ เป็นธรรมกับผู้เสียภาษี ที่มีรายได้จากการขายหุ้น เช่นกันกับธุรกิจอื่น ๆ โดยคลังจะจัดเก็บในอัตรา 0.11% รวมท้องถิ่น แต่มีระยะเวลายกเว้น 3 เดือน และจัดเก็บอัตรา 0.055% ในปีแรก เพื่อให้มีการปรับตัว โดยจัดเก็บต่อครั้ง และให้โบรกเกอร์เป็นผู้หักนำส่ง …
Read more »



Render Time: 2026-04-02 13:36:05