รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยเตรียมหารือกับเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงข้อสังเกตของอัยการสูงสุด คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายน และเร่งรัดลงนามสัญญาให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
ตั้งเป้าให้ได้ข้อสรุปหลังการหารือภายในเดือน ก.ย. และเร่งรัดการลงนามในสัญญาฉบับแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการ รถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 224,544 ล้านบาท เบื้องต้นเตรียมเชิญเอกชนผู้รับสัมปทานมาหารือร่วมกันแก้ปัญหาค้างคา โดยเฉพาะการส่งมอบพื้นที่และการลงนามแก้ไขสัญญา ถึงแม้อาจแก้ไขไม่เสร็จทั้งหมดภายใน 4 เดือน รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 คณะกรรมการ รฟท.
มีมติถึงการรายงานผลการตรวจพิจารณาร่างแก้สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ของสำนักงานอัยการสูงสุดนั้น เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยอัยการสูงสุดได้ตอบกลับร่างแก้ไขสัญญาโครงการดังกล่าวมาที่ รฟท.แล้ว ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบภายหลังอัยการสูงสุดตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็นโดยให้รฟท.ไปทบทวนเงื่อนไขของสัญญาฉบับใหม่ทั้ง 5 ประเด็นหลักให้เรียบร้อยว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพื่อรักษาประโยชน์ของภาครัฐให้มากที่สุดอย่างไรก็ดีเบื้องต้นต้องรอทางบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด เอกชนจัดทำคำชี้แจงตอบกลับข้อสังเกตของอัยการสูงสุดโดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามกรอบเวลาที่กพอ.อนุมัติไว้ จากนั้นจะนัดประชุมร่วมกับเอกชนเพื่อหารือถึงข้อสังเกตของอัยการสูงสุดอีกครั้ง โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนก.ย.นี้ ทั้งนี้ตามแผนหากหารือร่วมกับเอกชนแล้วเสร็จ จะต้องรายงานไปยังสกพอ.และคณะกรรมกำกับสัญญาฯ พิจารณาก่อนเสนอต่อคณะกรรมการกพอ. และคณะรัฐมตรี เห็นชอบต่อไป คาดว่าจะเร่งรัดลงนามสัญญาให้ได้ภายในปีนี้1.เอกชนจะต้องวางหนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร เมื่อมีการลงนามสัญญา เอกชนวางหลักประกันสัญญา มูลค่า 2,000 ล้านบาท 2.หลังจากออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน เริ่มก่อสร้าง เอกชนจะต้องวางหลักประกันสัญญาเพิ่มอีก 2,500 ล้านบาท ทำให้มูลค่าหลักประกันสัญญารวมเป็น 4,500 ล้านบาท
รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน การแก้ไขสัญญา อัยการสูงสุด การลงนามสัญญา
