คลังปรับลดเป้าจีดีพีปี 66 เหลือ 3.5% คาดรายได้นักท่องเที่ยวลด-ส่งออกหดตัว

United States News News

คลังปรับลดเป้าจีดีพีปี 66 เหลือ 3.5% คาดรายได้นักท่องเที่ยวลด-ส่งออกหดตัว
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 moneynbanking
  • ⏱ Reading Time:
  • 274 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 113%
  • Publisher: 51%

คลัง ปรับลดเป้า จีดีพีไทย ปี 2566 เป็น 3.5% จากเดิมคาดขยายตัว 3.6% มีปัจจัยหลักจากรายได้ภาคท่องเที่ยวที่คาดว่าจะลดลง

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.5 ขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2565 ที่ขยายตัวที่ร้อยละ 2.6 ต่อปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ภายในประเทศที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียที่เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งคาดว่าทั้งปี 2566 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 29.

5 ล้านคน ขยายตัวที่ร้อยละ 164.2 ต่อปี และมีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 1.25 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 243.8 จากปี 2565 และการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.5 ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และแรงกดดันของอัตราเงินเฟ้อที่คลี่คลายลง สำหรับการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวที่ร้อยละ 2.6 จากความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจภายในประเทศที่เริ่มกลับมาดีขึ้นตามทิศทางของเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ดี การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มสหภาพยุโรปยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญของไทย จึงคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะหดตัวที่ร้อยละ -0.8 นอกจากนี้ การบริโภคภาครัฐคาดว่าหดตัวที่ร้อยละ -2.1 ในขณะที่การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.2 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมา ในด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ร้อยละ 1.7 เนื่องจากแรงกดดันจากราคาสินค้าในหมวดพลังงานได้คลี่คลายลงตามลำดับ ประกอบกับมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของภาครัฐที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศ ดุลบริการมีแนวโน้มจะกลับมาเกินดุลตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2566 มีแนวโน้มที่จะกลับมาเกินดุล 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.8 ของ GDP1) ความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศหลัก ๆ เช่น จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ อินเดีย และรัสเซีย3) สถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและเศรษฐกิจจีน และ 4) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและการค้าระหว่างประเทศ “การปรับลงคาดการณ์เศรษฐกิจลงสาเหตุหลักๆ มาจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะลดลง แม้กระทรวงการคลังจะคงเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่าเดิมในการประมาณการครั้งก่อนที่ 29.5 ฃ้านคน แต่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนอาจลดลงแต่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจะเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมตัวคนต่อทริปอาจปรับลดลงจาก 1.3 ล้านล้านบาท เป็น 1.25 ล้านล้านบาท ประกอบกับปัจจัยอื่นเช่น การชะลอตัวของการส่งออก รวมถึงเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ที่เติบโตน้อยกว่าที่คาด” นายพรชัย เปิดเผยต่อว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2566 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ต่อเนื่องทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศและผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้ เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนมิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 24.2 และ 3.2 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในเดือนมิถุนายน 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.7 จากระดับ 55.7 ในเดือนก่อน ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 และสูงสุดในรอบ 40 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น รวมถึงความกังวลจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี รายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนมิถุนายน 2566 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -6.3 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน ชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ในเดือนมิถุนายน 2566 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -17.1 สำหรับการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศ ในเดือนมิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 3.1 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -1.8 ขณะที่ภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 9.4 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -2.8 เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนมิถุนายน 2566 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 2.24 ล้านคน คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 191.5 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 17.9 โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ตามลำดับ เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนมิถุนายน 2566 จำนวน 19.2 ล้านคน คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 22.1 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 14.7 สำหรับภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรกรรม ในเดือนมิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 0.02 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 3.3 จากการขยายตัวของผลผลิตในหมวดปศุสัตว์และประมง ส่วนภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนมิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 94.1 จากระดับ 92.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ ทั้งการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2566 อยู่ที่ร้อยละ 0.23 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 1.32 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2566 อยู่ที่ร้อยละ 61.63 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรายใหม่ ในเดือนมิถุนายน 2566 อยู่ที่ร้อยละ 0.69 ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งหมด สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 อยู่ในระดับสูงที่ 218.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

moneynbanking /  🏆 44. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

คลังเผย9เดือนรายได้รัฐบาลเกินเป้ากว่า1.36แสนล.คลังเผย9เดือนรายได้รัฐบาลเกินเป้ากว่า1.36แสนล.คลังเผย 9 เดือนปีงบ 66 รัฐบาลจัดเก็บรายได้ 1.95 ล้านล้านบาท เกินเป้า 1.36 แสนล้านบาท โดยกรมสรรพากรและส่วนราชการอื่นจัดเก็บได้สูงเกินเป้า ขณะที่ สรรพสามิตต่ำเป้าจากการลดภาษีน้ำมันดีเซลส่งผลให้รายได้รวมต่ำเป้ากว่า 7.5 หมื่นล้านบาท ด้านเงินคงคลังอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาท
Read more »

ส.อ.ท. ลดเป้าผลิตรถยนต์เหลือ 1.9 ล้านคัน หลังแบงก์เข้มสินเชื่อ สกัดหนี้เสียส.อ.ท. ลดเป้าผลิตรถยนต์เหลือ 1.9 ล้านคัน หลังแบงก์เข้มสินเชื่อ สกัดหนี้เสียส.อ.ท. ปรับเป้าผลิตรถยนต์ ปี 66 ลง 5% เหลือ 1.9 ล้านคัน หลังแบงก์คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ หวั่นหนี้ครัวเรือนพุ่ง - กำลังซื้อใน และนอกประเทศลดลง สอท. ผลิตรถยนต์ คุมเข้มสินเชื่อ หนี้เสีย หนี้ครัวเรือน ส่งออก Posttoday Newgenbusiness Smartinvestment
Read more »

คลัง หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 3.5% แต่ส่งออกยังหนัก คาดติดลบ 0.8%คลัง หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 3.5% แต่ส่งออกยังหนัก คาดติดลบ 0.8%สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ก.ค. 66 12:17 น. คลัง หั่นเป้าจีดีพีปีนี้ลงเล็กน้อยเหลือโต 3.5% จากเดิมคาด 3.6% ส่วนส่งออกยังหนัก ถูกปรับเป็นติดลบ 0.8% จากเดิมค...
Read more »

คลังหั่นจีดีพีเหลือ 3.5% คาดรายได้ท่องเที่ยวลด-ส่งออกหดตัวคลังหั่นจีดีพีเหลือ 3.5% คาดรายได้ท่องเที่ยวลด-ส่งออกหดตัวคลังหั่นจีดีพีปี 66 เหลือ 3.5% หลังคาดรายได้จากนักท่องเที่ยวลดลง-ส่งออกหดตัว พร้อมเปิด 4 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตาม GDP คลัง เศรษฐกิจไทย
Read more »

คลังคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5%คลังคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5%คลังคาดเศรษฐกิจไทยปี 2566 ขยายตัวที่ 3.5% ได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องเกาะติด 4 ปัจจัยหลัก
Read more »

สศค.หั่นเป้าจีดีพีปี66 อยู่ที่ 3.5% หลังท่องเที่ยวจีนลดลงกว่าคาดสศค.หั่นเป้าจีดีพีปี66 อยู่ที่ 3.5% หลังท่องเที่ยวจีนลดลงกว่าคาดสศค. ปรับลดจีดีพีเศรษฐกิจไทยปี 66 อยู่ที่ 3.5% จากเดิม 3.6% เหตุรายได้จากภาคท่องเที่ยวแผ่ว หลังนักท่องเที่ยวจีนหายไปมากกว่าคาด และส่งออกชะลอ ห่วงราคาน้ำมันกดดันเงินเฟ้อ-ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน
Read more »



Render Time: 2026-04-02 05:50:48