ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยปี 68 จะเติบโตได้อย่างน้อย 3% แต่รัฐบาลไม่ได้วางโจทย์ไว้แค่ระดับดังกล่าว เพราะต้องการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจก้าวหน้า ดังนั้น หากสามารถผลักดันไปให้สุดได้มากเท่าไหร่ก็จะเร่งดำเนินการ เนื่องจากมองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะช่วยแก้ปัญหาในหลาย ๆ จุดได้ โดยเฉพาะเรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายตัวที่อยู่ในระดับสูง อาทิ หนี้สาธารณะ และหนี้ครัวเรือน เป็นต้น ดังนั้น ในปีนี้สิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบด้วย การเร่งกระตุ้นการลงทุน กระตุ้นการบริโภค ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากต้องยอมรับว่าปัจจุบันภาษีหลายประเภทมีการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะภาษีศุลกากร ที่ทิศทางของโลกจัดเก็บได้ลดน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลจากการทำข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีมากขึ้น ดังนั้น กระทรวงการคลังจะต้องมาพิจารณาว่า จะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้การจัดเก็บภาษีในส่วนนี้ทำได้มากขึ้น และยังเป็นไปตามเป้าหมาย เช่นเดียวกับภาษีสรรพากรที่เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ท้าทาย เพราะถือเป็นรายได้หลักของรัฐบาล แต่การจัดเก็บที่ทำได้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะเป็นภาระกับภาคเอกชนและประชาชนมากขึ้นเท่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมาหาจุดที่สมดุลที่สุด "เรื่องปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ หลังจากรัฐบาลเข้ามาได้เห็นปัญหาที่ฝังอยู่ใต้พรมเยอะมาก สะท้อนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะตึงตัว ส่วนสภาพความเป็นรัฐก็ยังเจอปัญหาหลายอย่างที่จะต้องปรับเพื่อให้ขับเคลื่อนได้ง่ายขึ้น ขณะที่ภาคตลาดทุน ปีที่ผ่านมาอาจจะเห็นภาพเหมือนฝีแตก มีเรื่องออกมาหลายเรื่อง ดังนั้น ทั้งหมดจำเป็นจะต้องได้รับการเข้าไปดูแลอย่างลงรายละเอียด"ทั้งนี้ การเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อให้การเติบโตสูงขึ้น เพราะเชื่อว่าจะมีส่วนแบ่งกลับไปที่ประชาชนได้มากขึ้น เช่น การเติบโตของจีดีพีที่เพิ่มขึ้น 1% จะทำให้เห็นภาพเศรษฐกิจสำหรับประชาชน ทั้งในระยะต่อไปและที่ผ่านมาชัดเจนมากขึ้น แม้หลายฝ่ายจะมองว่าการเติบโตอาจจะไม่มาก แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอารมณ์ทางเศรษฐกิจ ผ่านการจับจ่ายใช้สอยจะเห็นความแตกต่างอย่างมาก ดังนั้น โจทย์สำคัญของรัฐบาลคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปอยู่ในจุดที่ต้องการ ซึ่งยอมรับว่าเป็นโจทย์ที่ยาก ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ก็ต้องเร่งดำเนินการ รมช.
คลัง กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการ นั่นคือการปฏิรูปโครงสร้างภาษี โดยเฉพาะเรื่องการทบทวนสวัสดิการที่รัฐให้กับประชาชนทั้งหมด ตามแนวคิดเรื่องการให้เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความท้าทาย และหนักพอสมควร แต่รัฐบาลต้องพยายามปรับเพื่อให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดหรือขีดเส้นชัดเจนว่าจะต้องสรุปเมื่อไหร่ เพราะคงระบุชัดเจนขนาดนั้นไม่ได้ เบื้องต้นหากจะทำคงทยอยทำเป็นระยะ จะปรับเปลี่ยนทีเดียวทั้งหมดคงไม่ได้ เนื่องจากระบบใหญ่เกินไป "เรื่อง NIT เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าจะทำอาจจะมาเป็นเฟส เพราะระบบมันใหญ่เกินไป ในเบื้องต้นเราอาจไม่ได้ดึงสวัสดิการทุกประเภทเข้ามาอยู่ในคราวเดียว อาจเอาเข้ามาเฉพาะที่ทำได้ก่อน แล้วค่อย ๆ รวมเข้ามา เพราะสวัสดิการทั้งหมดมีกว่า 20 ประเภท ทั้งคนชรา คนพิการ เป็นต้น เอามาทีเดียวเป็นไปไม่ได้ และสุดท้ายหากระบบสมบูรณ์แล้ว นั่นหมายถึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเรื่องระบบการยื่นภาษี ทุกคนจะต้องถูกบังคับเข้ามาอยู่ในระบบภาษี แม้ว่ารายได้จะไม่ถึงจุดที่ต้องเสียภาษีก็ตาม เพื่อให้รัฐได้เข้าไปดูได้ว่าใครมีสิทธิ์ที่จะได้รับสวัสดิการอะไรหรือไม่ เหมือนกับต่างประเทศที่ทำเรื่อง Social Security Number ซึ่งมีลักษณะคล้ายบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ส่วนรายละเอียดยังไม่ได้มีการสรุป ยังต้องหารือกันอีกมาก อยากให้รอก่อน"
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
”นฤมล“เปิดสัมมนา“ปลดล็อกเกษตรไทย เปิด 7 แนวทางยกระดับเกษตรกรไทย”รมว.นฤมล“เปิดสัมมนา “ปลดล็อกเกษตรไทย ทุกปัจจัยคือโอกาส” พร้อมเปิด 7 แนวทางพัฒนาและยกระดับเกษตรกรไทย ด้าน สศก. แถลง GDP เกษตร ปี 67 หดตัวร้อยละ 1.1 คาด ปี 68 ขยายตัวร้อยละ 1.8 – 2.8
Read more »
“จุลพันธ์” ชงครม.สัปดาห์หน้า แจกเงิน 10000 บาท ผู้สูงอายุ 3.2 ล้านคน“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.คลัง ชงครม.สัปดาห์หน้า แจกเงิน 10000 บาท ผู้สูงอายุ 3.2 ล้านคน ยันรับเงินก่อนช่วงตรุษจีน แย้มเฟส 3 ไตรมาส 2 ปี 68
Read more »
กฎหมายแรงงานคุ้มครองลูกจ้างลาออก-เลิกจ้าง ปี 68เปิดกฎหมายแรงงานคุ้มครองสิทธิลูกจ้างลาออก-เลิกจ้าง ปี 68 เปิดกฎหมายแรงงานคุ้มครองสิทธิลูกจ้างลาออก-เลิกจ้าง ปี 68
Read more »
“พิชัย” ชงภูเก็ต นำร่องใช้ “คริปโตเคอร์เรนซี” แทนเงินสด ภายในปี 68“พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกฯ และรมว.คลัง ชี้รัฐพร้อมผลักดันใช้ “คริปโตเคอร์เรนซี” แทนเงินสด นำร่องภูเก็ต เห็นภายในปี 68 สร้างโอกาสประเทศไทย คาดปีนี้เศรษฐกิจโต 3%
Read more »
ekonomi Thailand 2568 เปลี่ยนแปลงพิชัย ชุณหวชิร รมต.คลัง มั่นใจ GDP ไทยปี 2568 เติบโตเกิน 3%
Read more »
“จุลพันธ์” เผยความท้าทายปี 68 ดันเศรษฐกิจโตมากกว่า 3%“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.คลัง เผยความท้าทายปี 68 ชี้ระบบราชการ-รัฐ ฝังลึก พร้อมดันเศรษฐกิจโตมากกว่า 3% หนุนหนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะลด
Read more »
