เศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.2 ต่อปี ภายใต้สถานการณ์นโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ และผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของประเทศคู่ค้าของไทย เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับผลการประมาณการเศรษฐกิจครั้งก่อนที่ร้อยละ 2.1 (ณ เม.ย.
เศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.2 ต่อปี ภายใต้สถานการณ์นโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ และผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของประเทศคู่ค้าของไทย เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับผลการประมาณการเศรษฐกิจครั้งก่อนที่ร้อยละ 2.
1 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการผลิตภาคอุตสาหกรรม และการส่งออกที่ขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง วันที่ 30 ก.ค.68 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงผลการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ว่า “เศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.2 ต่อปี ภายใต้สถานการณ์นโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ และผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของประเทศคู่ค้าของไทย อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับผลการประมาณการเศรษฐกิจครั้งก่อนที่ร้อยละ 2.1 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกที่ขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง” โดยคาดว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะสามารถกลับมาขยายตัวได้ที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี จากปีก่อนหน้าที่หดตัวที่ร้อยละ -0.4 ต่อปี จากการฟื้นตัวของการผลิตยานยนต์และการผลิตชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ ในขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 5.5 ต่อปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการประมาณการครั้งก่อนที่ร้อยละ 2.3 เนื่องจากการเร่งนำเข้าของประเทศคู่ค้าที่สูงกว่าคาดในครึ่งแรกของปี 2568 อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าของไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 อาจจะมีทิศทางที่ชะลอตัวลงจากผลกระทบของภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะได้รับข้อตกลงการผ่อนปรนภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 5.0 ต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อนำมาผลิตเพื่อส่งออก สำหรับการบริโภคภาคเอกชนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.1 ต่อปี ตามกำลังซื้อในประเทศสะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บในประเทศที่ขยายตัวได้ดี โดยเติบโตติดต่อกัน 9 ไตรมาส สำหรับการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.0 ต่อปี ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนที่ร้อยละ 0.4 โดยการลงทุนมีทิศทางฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับแรงสนับสนุนจากการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท จาก 1,880 โครงการในครึ่งแรกของปี 2568 ด้านการบริโภคภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี และการลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ร้อยละ 3.9 ต่อปี จากการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างต่อเนื่อง และมีแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ที่มีส่วนช่วยในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยให้เอื้อต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติจัดสรรวงเงินแล้ว 115,375 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการท่องเที่ยว ด้านการลดผลกระทบภาคการส่งออกและเพิ่มผลิตภาพ และเศรษฐกิจชุมชนและอื่น ๆ เป็นต้น ด้านเสถียรภาพภายในประเทศอยู่ในระดับมั่นคง โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ร้อยละ 0.4 ต่อปี ขณะที่เสถียรภาพภายนอกประเทศ ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2568 มีแนวโน้มเกินดุล 14.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.9 ของ GDP จากดุลการค้าที่เกินดุล โฆษกกระทรวงการคลังได้กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัวได้ดีในครึ่งปีแรก อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องติดตามทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ที่เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญความท้าทายจากแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยกระทรวงการคลังได้เตรียมตัวรับมือและบรรเทาสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านการดำเนินแผนการขับเคลื่อนฯ ในการลดผลกระทบต่อภาคการส่งออก และมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างทันท่วงทีและตรงจุด ครอบคลุมการจัดเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระทางการเงินของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกไปยังสหรัฐฯ สำหรับประเด็นผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ประเมินว่าผลกระทบมีจำกัดอยู่ในพื้นที่ชายแดนและความเสียหายด้านทรัพย์สินและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ทางการทหาร ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีพิพาทชายแดน ประกอบด้วย 1) การขยายวงเงินทดรองราชการให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ จังหวัดละ 100 ล้านบาทและพร้อมพิจารณาขยายเพิ่มหากไม่เพียงพอเพื่อให้จังหวัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัว 2) การเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษี และ 3) การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องและพักชำระหนี้ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ โดยกระทรวงการคลังมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการเตรียมความพร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติมอย่างเหมาะสมได้ทันท่วงทีต่อไป โดยในระยะต่อจากนี้ไป ควรติดตามปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1) นโยบายด้านภาษีของสหรัฐฯ และผลกระทบทางอ้อมจากการไหลเข้าของสินค้าจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านภาษีที่ย้ายตลาดเข้าสู่ไทยมากขึ้น 2) ทิศทางของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ 3) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในและนอกประเทศ 4) ระดับหนี้ครัวเรือนของภาคประชาชน และ 5) การย้ายฐานการลงทุนและการผลิตในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านภาษีของสหรัฐฯ #เศรษฐกิจไทย #ภาษีนำเข้าสหรัฐ #SMEsไทย #ส่งออกไทย #ข่าวเศรษฐกิจ #BOI #คลังไทย #พรชัยฐีระเวช #ดอกเบี้ยต่ำ #ชายแดนไทยกัมพูชา #GDPไทย2568 #เงินเฟ้อ2568
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ธนาคารโลกกดจีดีพีไทยเหลือ 1.8%เวิลด์แบงก์ เศรษฐกิจไทยปี 68 โตชะลอเหลือ 1.8% ลดลงจากการประมาณการครั้งก่อนหน้า แต่หากเชื่อมั่นลงทุนดีขึ้นอาจดันให้โตเพิ่มเป็น 2.2%
Read more »
บสย. เร่งยอดค้ำฯ จัด 'มาตรการพิเศษ' 5 พันล้าน หนุน SMEs ครึ่งปีหลังบสย. เผยผลค้ำประกันสินเชื่อครึ่งปีแรก ปี 2568 รวม 19,481 ล้าน ช่วย SMEs กว่า 2 หมื่นราย พร้อมอัดมาตรการพิเศษ 5,000 ล้าน ช่วยกลุ่มเปราะบาง-ส่งออก รับมือภาษีทรัมป์
Read more »
BBL อวดกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 68 เติบโต 9.5% แตะ 24,458 ล้านกางงบ BBL ครึ่งแรกปี 68 โชว์กำไรสุทธิ 24,458 ล้านบาท โต 9.5% ส่วนไตรมาส 2/68 กำไรสุทธิ 11,840 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/67
Read more »
'ธนาคารกรุงเทพ' งวดแรกปี 68 กำไร 24,458 ล้าน โต 9.5% บริหารสินทรัพย์ท่ามกลางความท้าทายทาง ศก.หลายด้าน'ธนาคารกรุงเทพ' งวดแรกปี 68 กำไร 24,458 ล้าน โต 9.5% บริหารสินทรัพย์ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจหลายด้าน วันที่ 18 ก.ค.68 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในไตรมาส 2/68 ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,840 ล้านบาท อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 6.
Read more »
กรุงศรี Q2 โกยกำไร 8,295 ล้าน โต 1% ตั้งสำรองลดลง-คุมต้นทุนได้ แม้รายได้ดอกเบี้ยหดธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือหุ้น BAY กำไรสุทธิไตรมาส 2/68 ที่ 8,295 ล้านบาท โต 1.0% จากตั้งสำรองลดลง-ควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน แม้จะต้องเผชิญกับการชะลอตัวของสินเชื่อโดยรวม
Read more »
KTC โชว์กำไรครึ่งแรก 3,755 ล้าน โต 3.5% ส่วนแบ่งตลาดโตทุกผลิตภัณฑ์KTC ครึ่งแรกปี 68 กำไรสุทธิ 3,755 ล้านบาท โต 3.5% พอร์ตสินเชื่อรวม 107,104 ล้านบาท สะท้อนความมั่นคงของธุรกิจ-ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ ครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์
Read more »
