ครม.เคาะ 'ร่าง พ.ร.ก.แลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีข้ามชาติ' ติดอาวุธสรรพากรไล่เก็บภาษีทั่วโลก
เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่าง พระราชกำหนด การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. … และให้ส่งร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าว ไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถเข้าร่วมกติกาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอากรระหว่างประเทศได้ นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผย “การเงินธนาคาร” ว่า ต้องให้เครดิต ครม.
ที่ผ่านร่างพระราชกำหนด การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. …. จากเดิมที่กฎหมายฉบับนี้จะออกเป็น พระราชบัญญัติ ซึ่งแม้ว่าจะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการกฤษฎีกาแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นตอนเสนอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 และเนื่องจากสภาฯ ใกล้ครบวาระ 4 ปีแล้ว โดยอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมฯ จึงไม่สามารถพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ทัน จึงได้เปลี่ยนจากการออก พ.ร.บ. มาเป็น พ.ร.ก. ซึ่งสามารถประกาศใช้กฎหมายได้ทันภายในเดือน มิ.ย.2566 นายลวรณ ได้ให้สัมภาษณ์ “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนภุมภาพันธ์ 2566 ว่า ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการส่งเสริมความโปร่งใสทางภาษี ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีระหว่างประเทศ หรือ Global Forum on Transparency and Exchange of Informationfor Tax Purposes ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ตั้งแต่ต้นปี 2560 ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบทบาทประเทศไทยในเวทีโลกทางด้านภาษี “การที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีในความตกลงนี้ ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่สำคัญในการยกระดับความโปร่งใสและความเป็นธรรมทางด้านการบริหารจัดเก็บภาษีของประเทศไทย ป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีโดยการโยกย้ายเงินหรือสินทรัพย์ทางการเงินไปเก็บไว้ที่ต่างประเทศ ซึ่งประเทศต่างๆ ที่ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลชุดนี้แล้ว พบผลในเชิงบวกเป็นอย่างมาก สามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น และส่งเสริมให้ผู้เสียภาษีแสดงรายการสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีอยู่ในต่างประเทศด้วยความสมัครใจ” นายลวรณกล่าวว่า หากไทยไม่เข้าร่วมกติกาการแลกเปลี่ยนข้อมูลอาจทำให้ถูกกดดันจากประเทศทั่วโลกได้ ได้ เช่น การแซงก์ชั่นเรื่องการค้าขาย เพราะทั่วโลกได้เข้าร่วมกติกาแล้ว ซึ่งการเข้าร่วมกติกาเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลประเทศสมาชิกต้องออกกฎหมายภายในประเทศเพื่อทำตามกติกาที่ OECD ตั้งไว้ สำหรับประเทศไทยอยู่ระหว่างการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยกรมสรรพากรกำลังเร่งผลักดันให้ออกกฎหมายเพื่อให้เริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ “กรมสรรพากรคาดว่าไทยจะเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ในเดือนมิถุนายน 2566 นี้ โดยหากกฎหมายออกก็ใช้ได้ทันทีเพราะทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่ถ้ากฎหมายออกไม่ทันก็จะมีผลเสียกับไทย เพราะเราจะไม่ได้ข้อมูลที่จะแลกเปลี่ยน ขณะที่ประเทศอื่นอาจจะมีความสงสัยว่าเรามีการปิดบังข้อมูล จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาข้อมูลของผู้เสียภาษีจะเป็นความลับ แต่ตอนนี้จะไม่เป็นความลับระหว่างหน่วยงานด้านภาษีด้วยกันแล้ว ซึ่งกติกานี้จะทำให้โลกนี้สะอาด น่าอยู่ โปร่งใส และมีความเป็นธรรม”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เว้นภาษีเงินได้ DR หนุน 'บุคคลธรรมดา'ลงทุนหลักทรัพย์ต่างแดนครม.เห็นชอบร่างพ.ร.ฎ.ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา เพื่อสนับสนุนการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ DR มีผลหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 1 วัน PPTVHD36 ครบทุกข่าวเข้าในคอกีฬา ลงทุนDR ลงทุนต่างประเทศ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
Read more »
ครม. เห็นชอบงบฯรายจ่าย ประจำปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาทครม. เห็นชอบงบฯรายจ่าย ประจำปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท อ่านต่อที่ ข่าววันนี้ ครม. งบประมาณ งบฯรายจ่าย
Read more »
สกัดเลี่ยงภาษีข้ามชาติ! ครม.เคาะ‘ร่างพ.ร.ก.แลกข้อมูลฯ’-ให้‘สรรพากร’ไล่บี้‘บ.นอกอาณาเขต’สกัดเลี่ยงภาษีข้ามชาติ! ครม.เคาะ‘ร่างพ.ร.ก.แลกข้อมูลฯ’-ให้‘สรรพากร’ไล่บี้‘บ.นอกอาณาเขต’ isranews สำนักข่าวอิศรา เลี่ยงภาษีข้ามชาติ ข้อมูลบัญชีทางการเงิน เก็บภาษี ครม กรมสรรพากร
Read more »
ครม. เคาะขยายเวลาลด 'ภาษีน้ำมันดีเซล' ลิตรละ 5 บาทนาน 2 เดือนครม.เคาะต่อเวลาลด 'ลดภาษีน้ำมันดีเซล' ลงลิตรละ 5 บาท อีก 2 เดือน ถึง 20 ก.ค.นี้ บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนและภาคธุรกิจเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อเนื่อง น้ำมันดีเซล ครม มติครม ลดภาษีน้ำมันดีเซล ลดภาษีสรรพสามิต คมชัดลึกออนไลน์
Read more »
ครม.อนุมัติฉีดวัคซีนโควิดนทท.ต่างชาติ และส่งค่าวัคซีนเข้ารายได้แผ่นดิน : อินโฟเควสท์น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) ภายใต้ พ.ร.พ.เงินกู้ฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ให้กรมควบคุมโรค เปลี่ยนแปลงรายละเอียด ซึ่งเป็นสาระสำคัญของโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับบริการประชากรในประเทศไทยจำนวน 60 ล้านโดส (AstraZeneca) ปี พ.ศ.2565 โดยการปรับลดราคาวัคซีนตามโครงการเหลือ 5 ดอลลาร์/โดส ส่งผลให้วงเงินตามโครงการลดลงเหลือ 18,382.46 ล้านบาท (เดิม 18,639.10 ล้านบาท) และปรับเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการด้วย รวมถึงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับประชากรในประเทศไทยจำนวน 30 ล้านโดส (Pfizer) ปี พ.ศ.2565 โดยปรับเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการ และขยายระยะเวลาดำเนินโครงการจากสิ้นสุดเดือน ธ.ค.65 เป็นเดือน ก.ย.66 โดย ครม.มอบหมายให้กรมควบคุมโรค เป็นหน่วยงานดำเนินทั้ง 2 โครงการ นำส่งรายได้จากการให้บริการวัคซีนแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เฉพาะส่วนของค่าวัคซีนโควิด-19 เป็นรายได้แผ่นดินภายใต้ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาช่วยชำระคืนเงินกู้ ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณในการชำระหนี้ของภาครัฐได้ต่อไป […]
Read more »
