กรุงศรีเดินหน้าจัดงานจับคู่ธุรกิจ “Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2025” พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมศักยภาพสูง โดยตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อโต 9% ในปีนี้ ท่ามกลางความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจากการลงทุนใหม่ ๆ โดยเฉพาะการขยายตัวของธุรกิจกลุ่ม Semiconductor...
ญี่ปุ่น ยังยืนพื้น! เข้าลงทุนในไทยเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ด้วยมูลค่าราว 154,176 ล้านบาท ในปี 2567 เปิดเผยโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ยังคงเป็นอุตสาหกรรมหลัก ตามมาด้วยบริการด้านโลจิสติกส์ เคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี และอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยทั้งสิ้น ธุรกิจ ญี่ปุ่น ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย พบว่า 70% เป็นฐานลูกค้าของ “JPC Banking” ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ให้บริการเฉพาะของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เน้นให้บริการด้านการเงินแบบครบวงจรแก่บริษัท ญี่ปุ่น ส่งผลให้กรุงศรีได้รับความไว้วางใจในการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มลูกค้าชาว ญี่ปุ่น ด้านการลงทุนในประเทศไทย สำหรับพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งหมดของธนาคารกรุงศรีฯ พบว่า มีกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ญี่ปุ่น คิดเป็น 10 - 12% สะท้อนถึงความสำคัญของกลุ่มลูกค้า ญี่ปุ่น ซึ่งมี “ MUFG ” บริษัทแม่จากฝั่ง ญี่ปุ่น ที่ให้ความร่วมมือในการสร้างเครือข่าย และช่วยยกระดับการบริการสู่มาตรฐานสากล นอกจากนี้ ธนาคารกรุงศรีได้ต่อยอดพันธกิจในการขับเคลื่อนการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านเวที “Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2025” จับคู่ธุรกิจ Startup จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของทุกประเทศ เพื่อร่วมผลักดันการเติบโตทั้งภูมิภาค ซึ่งครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Co-creating New Core Industries” โฟกัสไปใน 3 ธีมหลัก ได้แก่จากปี 2567 ในสัมมนา “Data Center: Opportunities in Thailand” เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลของไทย กรุงศรีได้มุ่งเน้นส่งเสริมในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยในปี 2568 นี้ พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เช่น ชีวภัณฑ์เพื่อการเกษตร เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีการผลิตอาหาร และ การเกษตรอัจฉริยะ กลยุทธ์สำคัญของงาน “Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair” คือการเปิดประตูของเหล่าธุรกิจ ญี่ปุ่น และอาเซียนให้มาเจอกัน ซึ่งราว 25 องค์กร ใน 71 องค์กรที่มาเข้าร่วมในปีนี้ คือ ตัวแทนจากบริษัทสัญชาติ ญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม กรุงศรีมีความพยายามขับเคลื่อนบริษัทรายย่อย ของไทยให้เติบโตไปด้วยกัน โดยคาดว่าจะมีประมาณ 200 เคสที่ประสบความสำเร็จจากการจับคู่ธุรกิจในงานนี้ ทำให้ในปี 2568 นี้ กรุงศรีเร่งต่อยอดความสำเร็จให้ไปต่อ โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่น่าจับตามองอย่างเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชันที่เป็น Soft Power สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาล นอกจากนั้น กรุงศรียังพร้อมเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจไทยกับธนาคารพันธมิตรทั้ง “VietinBank” ในเวียดนาม “Danamon Bank” ในอินโดนีเซีย และ “Security Bank” ในฟิลิปปินส์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่นำผลิตภัณฑ์" เงินฝากเพื่อความยั่งยืน " ออกสู่ตลาดในประเทศไทย โดยได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมเงินทุนจากลูกค้าธุรกิจเพื่อนำไปสนับสนุนทางการเงินให้กับโครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน ของธนาคาร เช่น สินเชื่อเพื่อสังคม หรือสินเชื่อสีเขียว ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และมี “โตโยต้า ลีสซิ่ง” เป็นบริษัทแรกที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ เงินฝากเพื่อความยั่งยืน ของกรุงศรีในครั้งนั้น และมุ่งเน้นในการผลักดันผลิตภัณฑ์นี้ออกสู่ตลาดต่อไป บุนเซอิ โอคุโบะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับ ญี่ปุ่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า กรุงศรีมุ่งสนับสนุนธุรกิจ ญี่ปุ่น ในประเทศไทยให้ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยพันธกิจในการเป็นธนาคารพันธมิตรที่ไม่เพียงให้การสนับสนุนด้านการเงินเท่านั้น แต่จะต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยความเชี่ยวชาญในประเทศ พร้อมด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ MUFG เราจึงสามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกธุรกิจ ญี่ปุ่น สำหรับเป้าหมายปี 2568 นี้ กรุงศรีตั้งเป้าท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่า พอร์ตสินเชื่อจะเติบโต 9% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายของปีที่แล้ว แม้ว่าปีที่แล้วจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ เนื่องจากความซบเซาของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นรายได้หลัก ร่วมกับภาระหนี้ครัวเรือนของคนไทยที่สูงขึ้น ขณะที่ปีนี้กระแสการลงทุน หรือการขยายตัวของธุรกิจกลุ่ม Semiconductor และอื่น ๆ คาดว่าจะเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจไทยฟื้น ซึ่งกรุงศรีพร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าไทย.
ญี่ปุ่นยังยืนพื้น! เข้าลงทุนในไทยเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ด้วยมูลค่าราว 154,176 ล้านบาท ในปี 2567 เปิดเผยโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ยังคงเป็นอุตสาหกรรมหลัก ตามมาด้วยบริการด้านโลจิสติกส์ เคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี และอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยทั้งสิ้น ธุรกิจญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย พบว่า 70% เป็นฐานลูกค้าของ “JPC Banking” ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ให้บริการเฉพาะของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เน้นให้บริการด้านการเงินแบบครบวงจรแก่บริษัทญี่ปุ่น ส่งผลให้กรุงศรีได้รับความไว้วางใจในการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นด้านการลงทุนในประเทศไทย สำหรับพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งหมดของธนาคารกรุงศรีฯ พบว่า มีกลุ่มลูกค้าธุรกิจญี่ปุ่น คิดเป็น 10 - 12% สะท้อนถึงความสำคัญของกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น ซึ่งมี “MUFG ” บริษัทแม่จากฝั่งญี่ปุ่น ที่ให้ความร่วมมือในการสร้างเครือข่าย และช่วยยกระดับการบริการสู่มาตรฐานสากล นอกจากนี้ ธนาคารกรุงศรีได้ต่อยอดพันธกิจในการขับเคลื่อนการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านเวที “Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2025” จับคู่ธุรกิจ Startup จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของทุกประเทศ เพื่อร่วมผลักดันการเติบโตทั้งภูมิภาค ซึ่งครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Co-creating New Core Industries” โฟกัสไปใน 3 ธีมหลัก ได้แก่จากปี 2567 ในสัมมนา “Data Center: Opportunities in Thailand” เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลของไทย กรุงศรีได้มุ่งเน้นส่งเสริมในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยในปี 2568 นี้ พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เช่น ชีวภัณฑ์เพื่อการเกษตร เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีการผลิตอาหาร และ การเกษตรอัจฉริยะ กลยุทธ์สำคัญของงาน “Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair” คือการเปิดประตูของเหล่าธุรกิจญี่ปุ่นและอาเซียนให้มาเจอกัน ซึ่งราว 25 องค์กร ใน 71 องค์กรที่มาเข้าร่วมในปีนี้ คือ ตัวแทนจากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม กรุงศรีมีความพยายามขับเคลื่อนบริษัทรายย่อย ของไทยให้เติบโตไปด้วยกัน โดยคาดว่าจะมีประมาณ 200 เคสที่ประสบความสำเร็จจากการจับคู่ธุรกิจในงานนี้ ทำให้ในปี 2568 นี้ กรุงศรีเร่งต่อยอดความสำเร็จให้ไปต่อ โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่น่าจับตามองอย่างเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชันที่เป็น Soft Power สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาล นอกจากนั้น กรุงศรียังพร้อมเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจไทยกับธนาคารพันธมิตรทั้ง “VietinBank” ในเวียดนาม “Danamon Bank” ในอินโดนีเซีย และ “Security Bank” ในฟิลิปปินส์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่นำผลิตภัณฑ์"เงินฝากเพื่อความยั่งยืน " ออกสู่ตลาดในประเทศไทย โดยได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมเงินทุนจากลูกค้าธุรกิจเพื่อนำไปสนับสนุนทางการเงินให้กับโครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน ของธนาคาร เช่น สินเชื่อเพื่อสังคม หรือสินเชื่อสีเขียว ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และมี “โตโยต้า ลีสซิ่ง” เป็นบริษัทแรกที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เงินฝากเพื่อความยั่งยืนของกรุงศรีในครั้งนั้น และมุ่งเน้นในการผลักดันผลิตภัณฑ์นี้ออกสู่ตลาดต่อไป บุนเซอิ โอคุโบะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า กรุงศรีมุ่งสนับสนุนธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทยให้ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยพันธกิจในการเป็นธนาคารพันธมิตรที่ไม่เพียงให้การสนับสนุนด้านการเงินเท่านั้น แต่จะต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยความเชี่ยวชาญในประเทศ พร้อมด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ MUFG เราจึงสามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกธุรกิจญี่ปุ่น สำหรับเป้าหมายปี 2568 นี้ กรุงศรีตั้งเป้าท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่า พอร์ตสินเชื่อจะเติบโต 9% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายของปีที่แล้ว แม้ว่าปีที่แล้วจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ เนื่องจากความซบเซาของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นรายได้หลัก ร่วมกับภาระหนี้ครัวเรือนของคนไทยที่สูงขึ้น ขณะที่ปีนี้กระแสการลงทุน หรือการขยายตัวของธุรกิจกลุ่ม Semiconductor และอื่น ๆ คาดว่าจะเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจไทยฟื้น ซึ่งกรุงศรีพร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าไทย
อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย JPC Banking ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ESG เงินฝากเพื่อความยั่งยืน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair สินเชื่อเพื่อสังคม MUFG ญี่ปุ่น ธุรกิจญี่ปุ่น Startup ธนาคารกรุงศรี
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'นวัตกรรมทางการแพทย์ไทย'สู่ตลาดโลก สจล.โชว์ World Expo Osaka 20255 ปีมี 1 ครั้งสำหรับงานนิทรรศการระดับโลก World Expo ซึ่งปีนี้เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น รับเป็นเจ้าภาพจัดงาน “World Expo 2025 Osaka, Kansai, Japan”
Read more »
ข้าวตราฉัตร ผนึกกำลัง 7-Eleven จัดงาน “Rice Fair 2025” โชว์นวัตกรรมข้าวไทยยุคใหม่ข้าวตราฉัตร ผนึกกำลัง 7-Eleven จัดงาน “Rice Fair 2025” โชว์นวัตกรรมข้าวไทยยุคใหม่ ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ข้าวคุณภาพอันดับหนึ่ง เพื่อโลกที่ยั่งยืน วันที่ 5 มิ.ย.
Read more »
เครือซีพี คว้า 7 รางวัล Thailand - Japan Decarbonization Awards 2025 เดินหน้า Net Zeroเครือซีพี คว้า 7 รางวัล Thailand - Japan Decarbonization Awards 2025 พร้อมได้รับการรับรองจาก SBTi เดินหน้าสู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
Read more »
NIA จัดงาน “SITE 2025” เชื่อมโยงสตาร์ทอัพไทยกับผู้เล่นระดับโลก ชูไทย “ศูนย์กลางความร่วมมือด้านนวัตกรรม”เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) แถลงข่าวการจัดงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 (SITE 2025) ภายใต้แนวคิด “Global
Read more »
“อัศวิน เตชะเจริญวิกุล” BJC เผยยอดขายอาเซียนโตกว่า 15,000 ล้านบาท“อัศวิน เตชะเจริญวิกุล” BJC Big C ร่วมเสวนาบนเวที ASEAN Forum 2025 เผยยอดขายอาเซียนโตกว่า 15,000 ล้านบาท ตอกย้ำภาพลักษณ์ธุรกิจที่แข็งแกร่งในภูมิภาค
Read more »
กรุงเทพประกันชีวิต เชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ช้อปแบบประกันอุ่นใจ “ใส่ใจ”สุขภาพ สร้างเงินออมเพื่อครอบครัวในงาน Amarin Baby & Kids Fair Midyear 2025กรุงเทพประกันชีวิต ขอส่งมอบความ “อุ่นใจ” กับแผนสุขภาพและเงินออม ที่ “ใส่ใจ”ทุกคนในครอบครัว ในงาน แฟร์ที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามพลาด Amarin Baby & Kids Fair Midyear 2025 เตรียมยกทัพแบบประกันดี ๆ ที่ออกแบบมาด้วยความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็น “กรุงเทพ สมาร์ท คิดส์” แบบประกันสะสมทรัพย์ที่ซื้อ 1 ได้ถึง 4 มั่นใจกับผลตอบแทนที่แน่นอน พร้อมความคุ้มครองด้านสุขภาพ...
Read more »
