'อนุทิน' ถกคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ US - APEC Business Coalition ชวนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย เอกชนชม ‘คนละครึ่งพลัส’ พร้อมขยายการลงทุน Digital Payment ของรัฐบาล
การลงทุนด้าน Digital Payment ดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างเป็นระบบ วันนี้ ที่เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับผู้แทนกลุ่ม นักธุรกิจ สหรัฐฯ สมาชิกองค์กร US - APEC Business Coalition พร้อมผู้เข้าร่วมจากภาคเอกชนหลากหลายบริษัท อาทิ Amazon, Boeing, Citi, Coupang, Johnson & Johnson, Mastercard, Merck, Moody’s, Paypal และ Organon เป็นต้นในช่วงแรก นาง Monica Hardy Whaley ประธาน National Center for APEC ได้กล่าวขอบคุณ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไทยที่เห็นถึงความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจในไทยของภาคเอกชนต่างประเทศ และมีนโยบายที่ช่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับ นักลงทุน ต่างชาติ และสละเวลามาพบหารือกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่เป็นสมาชิกเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทักทายและขอบคุณ US–APEC Business Coalition ที่จัดการหารือครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ไทยได้พบปะกับพันธมิตรทางเศรษฐกิจสำคัญอย่างสหรัฐฯ ที่มีความร่วมมือมายาวนาน พร้อมย้ำถึงความสำคัญของภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตและพัฒนาทางเศรษฐกิจทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและในประเทศไทย นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายเชิงรุกและเร่งผลักดันผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ภายใต้แนวคิด “Quick Big Win” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ลดภาระหนี้ครัวเรือน สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ รวมทั้งมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อลดขั้นตอนการดำเนินธุรกิจให้เอื้อต่อผู้ลงทุนมากที่สุด รวมทั้ง ขยายความตกลงการค้าเสรี กับ 24 ประเทศใน 17 ฉบับ และกำลังเร่งเจรจากับสหภาพยุโรป สาธารณรัฐเกาหลี และตุรกี ขณะเดียวกัน ไทยยังมีบทบาทเชิงรุกในกรอบเศรษฐกิจภูมิภาค เช่น อาเซียน BIMSTEC ACD และ เอเปค รวมถึงตั้งเป้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ภายในปี 2573 เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความยั่งยืน นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ไทยกำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง ทั้งด้านโลจิสติกส์ ดิจิทัลไฟแนนซ์ และพลังงาน เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานและรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลเช่น โครงการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอนาคต นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐฯ เป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยในปี 2567 สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยและเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ไทยมีมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศสูงสุดในรอบ 10 ปี รวม 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน การลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึง 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยยังยินดีที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Amazon Web Services, Google และ Microsoft ได้ขยายการลงทุนในไทย โดยเฉพาะโครงการ data center และระบบคลาวด์ ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนสหรัฐฯ ร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตร–อาหาร ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงและพร้อมต่อยอดด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐฯ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณผู้แทนจากองค์กร US–APEC Business Coalition ที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง และย้ำความเชื่อมั่นว่าการหารือครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคง สร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ.
การลงทุนด้าน Digital Payment ดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างเป็นระบบ วันนี้ ที่เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับผู้แทนกลุ่มนักธุรกิจสหรัฐฯ สมาชิกองค์กร US - APEC Business Coalition พร้อมผู้เข้าร่วมจากภาคเอกชนหลากหลายบริษัท อาทิ Amazon, Boeing, Citi, Coupang, Johnson & Johnson, Mastercard, Merck, Moody’s, Paypal และ Organon เป็นต้นในช่วงแรก นาง Monica Hardy Whaley ประธาน National Center for APEC ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยที่เห็นถึงความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจในไทยของภาคเอกชนต่างประเทศ และมีนโยบายที่ช่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนต่างชาติ และสละเวลามาพบหารือกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่เป็นสมาชิกเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทักทายและขอบคุณ US–APEC Business Coalition ที่จัดการหารือครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ไทยได้พบปะกับพันธมิตรทางเศรษฐกิจสำคัญอย่างสหรัฐฯ ที่มีความร่วมมือมายาวนาน พร้อมย้ำถึงความสำคัญของภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตและพัฒนาทางเศรษฐกิจทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและในประเทศไทยนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายเชิงรุกและเร่งผลักดันผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ภายใต้แนวคิด “Quick Big Win” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ลดภาระหนี้ครัวเรือน สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ รวมทั้งมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อลดขั้นตอนการดำเนินธุรกิจให้เอื้อต่อผู้ลงทุนมากที่สุด รวมทั้ง ขยายความตกลงการค้าเสรี กับ 24 ประเทศใน 17 ฉบับ และกำลังเร่งเจรจากับสหภาพยุโรป สาธารณรัฐเกาหลี และตุรกี ขณะเดียวกัน ไทยยังมีบทบาทเชิงรุกในกรอบเศรษฐกิจภูมิภาค เช่น อาเซียน BIMSTEC ACD และเอเปค รวมถึงตั้งเป้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ภายในปี 2573 เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความยั่งยืน นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ไทยกำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง ทั้งด้านโลจิสติกส์ ดิจิทัลไฟแนนซ์ และพลังงาน เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานและรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลเช่น โครงการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอนาคต นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐฯ เป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยในปี 2567 สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยและเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ไทยมีมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศสูงสุดในรอบ 10 ปี รวม 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน การลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึง 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยยังยินดีที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Amazon Web Services, Google และ Microsoft ได้ขยายการลงทุนในไทย โดยเฉพาะโครงการ data center และระบบคลาวด์ ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนสหรัฐฯ ร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตร–อาหาร ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงและพร้อมต่อยอดด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐฯ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้แทนจากองค์กร US–APEC Business Coalition ที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง และย้ำความเชื่อมั่นว่าการหารือครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคง สร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรี นักลงทุน เกาหลีใต้ เอเปค นักธุรกิจ คนละครึ่งพลัส
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
กระทรวงอุตสาหกรรมหนุน 'คนละครึ่งพลัส' เร่งผู้ประกอบการรายย่อยสู่ Digital Paymentกระทรวงอุตสาหกรรมผลักดันนโยบาย 'คนละครึ่งพลัส' เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าสู่ระบบ Digital Payment โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) จะส่งเสริมผู้ประกอบการกว่า 30,000 ราย ให้ใช้แอป 'ถุงเงิน' และมีมาตรการสนับสนุนหลังจบโครงการ
Read more »
ยักษ์ TradFi เข้าเต็มตัว! IBM เปิด 'Digital Asset Haven' แพลตฟอร์มคริปโตสำหรับธนาคาร — รองรับกว่า 40 บล็อกเชนIBM (International Business Machines) บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ได้ประกาศเปิดตัว 'IBM Digital Asset Haven'
Read more »
‘เซ็นทรัลกระบี่’ บูมย่านธุรกิจใหม่ รับคลื่นลงทุน สู่ BIG MOVE แห่งการเปลี่ยนแปลงผ่าอาณาจักร 'เซ็นทรัล กระบี่' ชูธงแลนด์มาร์กแห่งย่านธุรกิจใหม่ ต่อจิ๊กซอว์กระบี่ 'Investment City -Tourism Powerhouse of Andaman” ดึงคลื่นลงทุนทั่วโลก เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูง นักท่องเที่ยว วัยเกษียณ Digital Nomad หนุนดีมานด์อสังหาริมทรัพย์ 'วิลล่า-คอนโดหรู'...
Read more »
Apple ยกเครื่อง iPhone 20 : เลิกใช้ปุ่มทั้งหมด, จอเต็มไร้ขอบ, เซนเซอร์กล้อง LOFICSetsuna Digital อ้างว่า Apple ได้ผ่านการรับรองการทำงานด้วยปุ่มสัมผัส (Solid-State Button) เต็มรูปแบบ และจะนำไปใช้กับ iPhone 20 ในปี 2027
Read more »
Synology ชี้โลกเข้าสู่ยุค Data Boom: คาดปริมาณข้อมูลพุ่งทะลุ 175 Zettabytes พร้อมเล็งขยายฐานลูกค้าองค์กรในไทยSynology เผยข้อมูลโลกกำลังเข้าสู่ยุค Data Boom คาดปริมาณข้อมูลทั่วโลกจะสูงถึง 175 Zettabytes ภายในปี 2025 พร้อมชูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็น Digital Hub ด้วยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลมูลค่า 30.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าองค์กรในไทย 200% ใน 5 ปี และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับองค์กร
Read more »
ผู้เล่นอีคอมเมิร์ซจีนรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Alibaba โต 19%รายงานเผยแพร่โดย Bain and Company ชี้ว่า ผู้เล่นอีคอมเมิร์ซจีนหลายราย รวมถึง TikTok Shop ของ ByteDance กำลังขยายธุรกิจในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Alibaba รายงานการเติบโต 19% ในกลุ่ม International Digital Commerce Group
Read more »
