ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
เมื่อพูดถึง"ภัยไซเบอร์" หลายคนอาจนึกถึงไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือการเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูล อย่างไรก็ตาม โลกไซเบอร์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก กลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ได้พัฒนาเทคนิคการโจมตีให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยมุ่งเป้าไปยังองค์กรที่ถือข้อมูลสำคัญ หรือมีศักยภาพในการเรียกค่าไถ่ ผ่านเครื่องมือที่ล้ำสมัยอย่างปัญญาประดิษฐ์ และ Machine Learning เพื่อเพิ่มโอกาสในการเจาะระบบและลดโอกาสในการถูกตรวจจับ เมื่อภัยไซเบอร์เกิดขึ้น ย่อมนำมาซึ่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และชื่อเสียงขององค์กรโดยรวม วันนี้ OPEN-TEC ภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP จะพาทุกท่านสำรวจมุมมองใหม่ในการรับมือกับภัยไซเบอร์ ไม่ใช่แค่เพื่อป้องกัน แต่เพื่อให้องค์กรสามารถฟื้นตัวจากภัยไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงไม่มีสะดุดในยุคที่องค์กรเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ระบบไอทีของหลายองค์กรเริ่มมีความกระจายตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบ Multi-cloud, SaaS, การเชื่อมต่อผ่าน API หรือรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดที่พนักงานสามารถเข้าถึงระบบได้จากหลากหลายอุปกรณ์และสถานที่ แม้ความยืดหยุ่นนี้จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ แต่ในอีกด้านก็ทำให้พื้นที่เสี่ยงสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ช่องโหว่จากการเชื่อมต่อกับระบบของบุคคลที่สาม การละเลยการดูแลระบบอย่างต่อเนื่องหรือการตั้งค่าที่ผิดพลาด ล้วนเป็นประตูที่อาจถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งก็เป็นจุดที่องค์กรเองมองข้าม ซึ่งจุดเหล่านี้เอง กลับกลายเป็นช่องทางสำคัญที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลหรือโจมตีระบบ และหากองค์กรไม่มีมาตรการรับมือที่เพียงพออาจหมายถึงการพลาดโอกาสในการควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นได้นั่นเองตลอดเวลาที่ผ่านมา หลายองค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของการรับส่งข้อมูลเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องผู้ใช้งาน ไปจนถึงระบบตรวจจับภัยคุกคามที่อ้างอิงจากรูปแบบที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญในการดูแลความมั่นคงของระบบ อย่างไรก็ตาม จากรายงาน Cost of a Data Breach Report 2024 ของ IBM ระบุว่า องค์กรที่ถูกเจาะระบบโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 178 วัน กว่าจะตรวจพบการเจาะและต้องใช้เวลาอีก 50 วัน กว่าจะควบคุมเหตุการณ์ได้ แม้จะมีความช่วยเหลือจากทีมรักษาความปลอดภัยและเครื่องมือด้านความปลอดภัยก็ตามซึ่งความล่าช้านี้เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีมีเวลามากพอในการขโมยข้อมูล ลบหลักฐาน หรือซ่อนช่องทางเพื่อกลับเข้ามาโจมตีซ้ำได้อีกครั้ง โดยทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้นโดยที่องค์กรยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญที่องค์กรควรตระหนักถึงคือความสามารถในการตอบสนองและฟื้นฟูระบบได้อย่างรวดเร็วเมื่อเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น เพราะในความเป็นจริง ไม่มีระบบใดที่ปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์Cyber Resilience หรือ ความสามารถในการฟื้นตัวจากภัยไซเบอร์ กำลังเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในองค์กรชั้นนำทั่วโลก ไม่ใช่เพราะองค์กรเหล่านี้ยอมแพ้ต่อการถูกโจมตี แต่เพราะพวกเขาตระหนักดีว่าความเสี่ยงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมเพื่อรับมืออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง Cyber Resilience ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะต้องปลอดภัยจากทุกการโจมตี แต่หมายถึงองค์กรสามารถรับรู้การโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และกลับมาดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่เกิดความเสียหายรุนแรง ผ่านการวางแผนรับมือเหตุการณ์อย่างรอบด้าน การฝึกซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ จากรายงาน Global Cybersecurity Outlook 2025 ของ World Economic Forum ระบุว่า องค์กรที่มีความสามารถในการฟื้นตัวจากภัยไซเบอร์อย่างแท้จริง มักมีองค์ประกอบหลัก เช่น คู่มือปฏิบัติสำหรับการตอบสนองต่อภัยคุกคาม, การฝึกซ้อมสถานการณ์วิกฤตเป็นประจำ และ ขีดความสามารถในการตอบสนองภายในองค์กร เพื่อจัดการเหตุการณ์อย่างมีแบบแผนตามประเภทของภัยคุกคาม และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสุดท้ายนี้ ภัยไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เกี่ยวข้องกับคน กระบวนการ และการวางแผนในระดับกลยุทธ์ องค์กรที่มีการเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการป้องกัน การตอบสนอง และการฟื้นตัว จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมั่นคงนั่นเอง.
เมื่อพูดถึง"ภัยไซเบอร์" หลายคนอาจนึกถึงไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือการเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูล อย่างไรก็ตาม โลกไซเบอร์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก กลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ได้พัฒนาเทคนิคการโจมตีให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยมุ่งเป้าไปยังองค์กรที่ถือข้อมูลสำคัญ หรือมีศักยภาพในการเรียกค่าไถ่ ผ่านเครื่องมือที่ล้ำสมัยอย่างปัญญาประดิษฐ์ และ Machine Learning เพื่อเพิ่มโอกาสในการเจาะระบบและลดโอกาสในการถูกตรวจจับ เมื่อภัยไซเบอร์เกิดขึ้น ย่อมนำมาซึ่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และชื่อเสียงขององค์กรโดยรวม วันนี้ OPEN-TEC ภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP จะพาทุกท่านสำรวจมุมมองใหม่ในการรับมือกับภัยไซเบอร์ ไม่ใช่แค่เพื่อป้องกัน แต่เพื่อให้องค์กรสามารถฟื้นตัวจากภัยไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงไม่มีสะดุดในยุคที่องค์กรเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ระบบไอทีของหลายองค์กรเริ่มมีความกระจายตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบ Multi-cloud, SaaS, การเชื่อมต่อผ่าน API หรือรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดที่พนักงานสามารถเข้าถึงระบบได้จากหลากหลายอุปกรณ์และสถานที่ แม้ความยืดหยุ่นนี้จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ แต่ในอีกด้านก็ทำให้พื้นที่เสี่ยงสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ช่องโหว่จากการเชื่อมต่อกับระบบของบุคคลที่สาม การละเลยการดูแลระบบอย่างต่อเนื่องหรือการตั้งค่าที่ผิดพลาด ล้วนเป็นประตูที่อาจถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งก็เป็นจุดที่องค์กรเองมองข้าม ซึ่งจุดเหล่านี้เอง กลับกลายเป็นช่องทางสำคัญที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลหรือโจมตีระบบ และหากองค์กรไม่มีมาตรการรับมือที่เพียงพออาจหมายถึงการพลาดโอกาสในการควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นได้นั่นเองตลอดเวลาที่ผ่านมา หลายองค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของการรับส่งข้อมูลเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องผู้ใช้งาน ไปจนถึงระบบตรวจจับภัยคุกคามที่อ้างอิงจากรูปแบบที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญในการดูแลความมั่นคงของระบบ อย่างไรก็ตาม จากรายงาน Cost of a Data Breach Report 2024 ของ IBM ระบุว่า องค์กรที่ถูกเจาะระบบโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 178 วัน กว่าจะตรวจพบการเจาะและต้องใช้เวลาอีก 50 วัน กว่าจะควบคุมเหตุการณ์ได้ แม้จะมีความช่วยเหลือจากทีมรักษาความปลอดภัยและเครื่องมือด้านความปลอดภัยก็ตามซึ่งความล่าช้านี้เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีมีเวลามากพอในการขโมยข้อมูล ลบหลักฐาน หรือซ่อนช่องทางเพื่อกลับเข้ามาโจมตีซ้ำได้อีกครั้ง โดยทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้นโดยที่องค์กรยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญที่องค์กรควรตระหนักถึงคือความสามารถในการตอบสนองและฟื้นฟูระบบได้อย่างรวดเร็วเมื่อเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น เพราะในความเป็นจริง ไม่มีระบบใดที่ปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์Cyber Resilience หรือ ความสามารถในการฟื้นตัวจากภัยไซเบอร์ กำลังเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในองค์กรชั้นนำทั่วโลก ไม่ใช่เพราะองค์กรเหล่านี้ยอมแพ้ต่อการถูกโจมตี แต่เพราะพวกเขาตระหนักดีว่าความเสี่ยงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมเพื่อรับมืออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง Cyber Resilience ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะต้องปลอดภัยจากทุกการโจมตี แต่หมายถึงองค์กรสามารถรับรู้การโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และกลับมาดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่เกิดความเสียหายรุนแรง ผ่านการวางแผนรับมือเหตุการณ์อย่างรอบด้าน การฝึกซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ จากรายงาน Global Cybersecurity Outlook 2025 ของ World Economic Forum ระบุว่า องค์กรที่มีความสามารถในการฟื้นตัวจากภัยไซเบอร์อย่างแท้จริง มักมีองค์ประกอบหลัก เช่น คู่มือปฏิบัติสำหรับการตอบสนองต่อภัยคุกคาม, การฝึกซ้อมสถานการณ์วิกฤตเป็นประจำ และ ขีดความสามารถในการตอบสนองภายในองค์กร เพื่อจัดการเหตุการณ์อย่างมีแบบแผนตามประเภทของภัยคุกคาม และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสุดท้ายนี้ ภัยไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เกี่ยวข้องกับคน กระบวนการ และการวางแผนในระดับกลยุทธ์ องค์กรที่มีการเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการป้องกัน การตอบสนอง และการฟื้นตัว จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมั่นคงนั่นเอง
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
4 มุมเมือง (5 มิ.ย.68)4 มุมเมือง -จับมือร่วมสู้วิกฤตโลกร้อน รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวต้อนรับงาน Rising Heat, Rising Action: Solutions for Women in a Warming World (The Regional Meeting for ADB's TA10127 : Strengthening Women's Resilience to Heat Stress in Asia and the Pacific) ซึ่ง Asian Development Bank (ADB) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 4 มิ.ย.
Read more »
ตร.ไซเบอร์ จับมือ ม.เทคโนพระจอมเกล้าฯ-สวท.-เอกชน ร่วมเปิดโครงการ “Cyber Warrior Hackathon 2025” ปั้นนักรบไซเบอร์รุ่นใหม่ตร.ไซเบอร์ จับมือ ม.เทคโนพระจอมเกล้าฯ, สวท. และภาคเอกชน ร่วมเปิดโครงการ “Cyber Warrior Hackathon 2025” ปั้นนักรบไซเบอร์รุ่นใหม่ ชิงรางวัลสูงสุด 1 แสนบาท วันที่ 6 มิ.ย.68 ที่ ห้องฟีนิกซ์ 1-6 อาคารศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.
Read more »
SiteMinder เตรียมจัดงานสัมมนาออนไลน์ระดับโลก 'Risk, Resilience & Revenue'SiteMinder ผู้นำแพลตฟอร์มระดับโลกที่จะเข้ามาปลดล็อกศักยภาพในการสร้างรายได้เต็มรูปแบบให้กับโรงแรม เตรียมจัดงานสัมมนาออนไลน์ระดับโลก 'Risk, Resilience & Revenue – Navigating Hotel Demand in 2025' ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ งานในครั้งนี้จะรวบรวมผู้นำในอุตสาหกรรม มาร่วมแบ่งปันข้อมูลและกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก...
Read more »
ชูการศึกษาในยุค AI–Cyber ปลอดภัย จับมือ สกมช.-มหาวิทยาลัย-ไมโครซอฟท์ ติวเข้ม นร.ท.6 นครเชียงราย“นายกวันชัย” ชูการศึกษาในยุค AI–Cyber ปลอดภัย จับมือ สกมช.-มหาวิทยาลัย-ไมโครซอฟท์ ติวเข้ม นร.ท.6 นครเชียงราย วันที่ 13 มิถุนายน 2568 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พลอากาศตรีอมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.
Read more »
เปิดใจคนดังวัย Gen Z รับมือ Cyber Bully อย่างไรไม่ให้ใจพังไทยรัฐ ติดตามข่าวล่าสุด ข่าวด่วน ทันทุกเหตุการณ์ ข่าวกีฬา ผลฟุตบอล ข่าวบันเทิง ดารา สุขภาพ กิน เที่ยว ตรวจหวย ดวง คอลัมน์ เรื่องย่อละคร ดูไทยรัฐทีวี และอีกมากมายที่ thairath.co.th
Read more »
AIS อุ่นใจ Cyber ส่งต่อ “รอยยิ้มใหม่…ใกล้ฉัน” จุดประกายพลังบวก ในวัน Stop Cyberbullying Day 2025AIS อุ่นใจ Cyber ส่งต่อ “รอยยิ้มใหม่…ใกล้ฉัน” จุดประกายพลังบวก ในวัน Stop Cyberbullying Day 2025 - IT News บทความใหม่ล่าสุด
Read more »