กูรูมอง OPEC+ ลดกำลังผลิตมากกว่าคาด ดันน้ำมันแตะ 100 เหรียญ-หนุน PTTEP... อ่านต่อ efinanceThai
โบรกฯ ประเมินผลกระทบ หลัง OPEC+ ลดกำลังการผลิตมากกว่าคาดเป็น 2 ล้านบาร์เรล ชี้จะทำราคาน้ำมันแตะ 100 เหรียญ ใน Q4 นี้ มองกลุ่มพลังงานต้นน้ำ - โรงกลั่น รับอานิสงส์ ยก PTTEP เด่นสุด แต่ระวังกลุ่มโรงไฟฟ้ารับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานพุ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากวานนี้ กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน มีมติปรับลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือนพ.
ย.65 ซึ่งการปรับลดกำลังการผลิตดังกล่าว เป็นการปรับลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดของ OPEC+ นับตั้งแต่ปี 63 และเป็นการปรับลดกำลังการผลิตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ประเด็นดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบวานนี้ปรับตัวขึ้นยกแผงอีก 1%-2% โดยสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากนักวิเคราะห์ ต่อทิศทางราคาน้ำมันหลังจากนี้ ว่ามีโอกาสปรับขึ้นไปถึงระดับเท่าไหร่ รวมถึงหุ้นที่ได้รับอานิสงส์ จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในรอบนี้ บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2563-2564 OPEC+ เคยมีมติลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบเพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำเช่นกัน โดยก.ค.63 ปรับลด 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส.ค.63-ธ.ค.63 ปรับลด 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในช่วง Q1/64 ปรับลดกำลังการผลิตราว 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ในช่วงเวลาดังกล่าวปรับขึ้น 62% ดังนั้นในช่วงสั้นมีโอกาสที่จะเห็นแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นเข้าสู่ระดับใกล้ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลได้ โดยยังมีแรงเสริมมาจาก การเข้าสู่ฤดูหนาวของฝั่งยุโรป ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริง คาดเป็นแรงกดดันเศรษฐกิจและทำให้อัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วปรับลดลงได้ยากขึ้น โดยล่าสุดอัตราเงินเฟ้ออังกฤษ และ โซนยุโรป ก็แตะระดับ 10%YoY และหากอัตราเงินเฟ้อยังทรงตัวระดับสูง ก็จะส่งผลให้ความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุกของธนาคารกลางหลายแห่งทั้ง FED BOE ECB กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิด Recession ในฝั่งประเทศพัฒนาแล้วในระยะถัดไป ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสปรับขึ้นสู่บริเวณ 100 เหรียญฯ/บาร์เรล กดดันเศรษฐกิจและเป็นตัวเร่งอัตราเงินเฟ้อให้ทรงตัวระดับสูงต่อไปในฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว ประเด็นดังกล่าว กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นในระยะถัดไป โดยกลยุทธ์การลงทุน Theme ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นช่วงสั้น เน้นหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ PTTEP PTT รับอานิสงค์มากสุด ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นรับอานิสงค์รองลงมา เช่น TOP, ESSO, BCP, SPRC เป็นต้น บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ จำกัด หรือ DAOL เปิดเผยว่า มีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ โดยเราเชื่อว่าข่าวลดกาลังการผลิตน้ำมันของ OPEC+ จะเป็นปัจจัยผลักดันราคาน้ามันดิบให้สูงขึ้นได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ เราคงมุมมองว่าราคาน้ำมันดิบจะฟื้นตัว QoQ ใน Q4/65 จากแรงหนุนจาก OPEC+ ปรับลดกำลังการผลิต การจบลงของโครงการปล่อยน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ Strategic Petroleum Reserve ของ US และการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานทดแทนทำให้เกิดอุปสงค์ gas-to-oil switching ในช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ เรายังประมาณการราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2022E ที่ USD105.0/bbl เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน และชอบหุ้นพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นที่น่าได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยเราชอบหุ้น PTTEP , SPRC และ TOP โดยเราเชื่อว่าราคาหุ้น PTTEP มีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่น่าจะฟื้นตัวใน Q4/65 หลังจากปรับตัวลง QoQ ใน Q3/65 จากความกังวลด้านเงินเฟ้อ ขณะที่โรงกลั่นมีโอกาสที่จะเห็นกาไรจากสต็อกน้ำมัน ขณะที่อุปสงค์ของผลิตภัณฑ์น้ำมันสาเร็จรูปมีแนวโน้มดีขึ้นจากอุปสงค์ gas-to-oil switching ในฤดูหนาว บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด เปิดเผยว่า คาดว่าการปรับลดครั้งนี้จะนาไปสู่การปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ามันดิบอีกรอบ โดยกลุ่มธนาคาร Commonwealth ระบุว่าน้ำ มันดิบเบรนท์จะฟื้นตัวสู่ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ในไตรมาส 4/65 นอกจากนี้การปล่อยคลังสำรอง ของสหรัฐฯ ที่สิ้นสุดลงและอุปสงค์ก๊าซ/น้ำมันที่สูงขึ้นในยุโรปเพื่อรองรับอุปสงค์การใช้ความร้อนในฤดูหนาว จะหนุนราคาน้ำมันดิบขึ้นอีกแรง เป็นผลบวกต่อหุ้น PTTEP บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน จำกัด เปิดเผยว่า เรามองน้ำมันยังแกว่งตัวเชิงบวกในกรอบ 80-100 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่อาจเกิดการปรับฐานช่วงปลายสัปดาห์หลังปรับขึ้นมาแล้ว 15% จากจุดตํ่าสุด เรามองการปรับฐานเป็นโอกาสเก็งกำไรกลุ่มพลังงานที่แนวรับ โดยหุ้นที่แนะนำคือ PTTEP ยังเป็น proxy ในการเก็งกำไรราคาน้ำมันที่ดี โดยมีแนวรับ 165 แนวต้าน 170 บาท แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/65 กำไรอาจชะลอตัวลง 12.4% QoQ ก่อนฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 4/65 และ SPRC แม้งบไตรมาส 3/65 อาจออกมาชะลอตามกลุ่มโรงกลั่นทั้งหมด แต่จะเร่งตัวขึ้นแรงในช่วงไตรมาส 4/65 จากการปิดซ่อมโรงกลั่นของ PTTGC และ IRPC ส่งผลให้ SPRC ที่มีอัตราการกลั่นปัจจุบันที่ 80% จะได้ประโยชน์จาก economy of scale ค่อนข้างมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ TOP ที่ใช้กำลังการผลิตเต็มที่อยู่แล้ว บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า OPEC+ ลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นบวกกับกลุ่มน้ำมัน: ตลาดกลับมากังวลกับภาวะ Supply ตึงตัวหนุนราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น1.57 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 87.76 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นบวกกับหุ้นน้ำมัน แต่เป็นลบกับกลุ่มใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
Apple Music เฉลิมฉลอง ครบ 100 ล้านเพลงApple Music เฉลิมฉลอง 100 ล้านเพลง Rachel Newman หัวหน้ากองบรรณาธิกาของ Apple Music มาเล่าให้ฟังว่า 100 ล้านเพลงนั้นมีความหมายอย่างไรบ้าง
Read more »
‘Luna Classic’ เริ่มคึกคัก ! หลังมีข่าวลือว่อน Coinbase - Robinhood อาจลิสต์เหรียญบนกระดานเหรียญ LUNA Classic (LUNC) ของ Terra เริ่มกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง ท่ามกลางช่วงขาขึ้นของตลาด Crypto ที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่ในเดือนนี้ และที่น่าสนใจคือ LUNC
Read more »
‘กอบศักดิ์’ ชี้โอกาสประเทศไทย ในภาวะโลกเผชิญ ‘เศรษฐกิจถดถอย’‘กอบศักดิ์’ฉายภาพโอกาสเศรษฐกิจไทยท่ามกลาง Global Recession ชี้ไทยยังพื้นฐานเศรษฐกิจดีการเติบโตยังได้ในระดับ 3% ไปอีก 2 ปี จากท่องเที่ยวฟื้น FDI หนุน รับห่วงปัจจัยการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายส่งผลต่อเศรษฐกิจ แนะรัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น-เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
Read more »
ทอง COMEX บวก 28.5 เหรียญ รับดอลล์อ่อนค่า - ศก.สหรัฐฯ อ่อนแอสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ต.ค. 65 8:40: น.   รายงานข่าวจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า วานนี้ (4 ต.ค.65) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอ...
Read more »
Tether จับมือ GoCrypto เปิดตัวระบบชำระเงินใหม่ ให้คุณใช้ Bitcoin-USDT ซื้อบิกแมคได้ที่สวิตเซอร์แลนด์Tether เหรียญ Stablecoin ที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินดอลลาร์ กำลังร่วมมือกับ GoCrypto ผู้ให้บริการประมวลผลชำระเงินระดับโลก เพื่อนำ Bitcoin, Tether และ LVGA
Read more »
น้ำมันดิบ พุ่งขึ้นเป็นวันที่ 2 จับตา OPEC+ หารือลดการผลิตครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ปี 63สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ว่า ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 2 วันก่อนการประชุมองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก และพันธมิตร (OPEC+) ซึ่งกำลังพิจารณาการลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 เพื่อฟื้นราคา
Read more »
