กัน จอมพลัง พาภรรยาพันเอก ร้องสามีแอบคบชู้กับพันเอกหญิง ในกองทัพ
ได้พานางสาวมาย เดินทางมายังกองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ ขอเข้าพบกับ เจ้ากรมกำลังพลทหาร เพื่อพูดคุยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบอกว่า มีภรรยาได้พาลูกสาววัย 3 ขวบ มาหาตนเอง ช่วงประมาณ 4-5 ทุ่ม เมื่อวานนี้ มาพูดคุยขอความช่วยเหลือว่า ตัวเขาเองมีสามีเป็นยศพันเอก อยู่ในสังกัดกองทัพไทย ไปคบหากับหญิงสาว ซึ่งเป็นยศพันเอกหญิงในสังกัดเดียวกัน หลังจากร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้นไปยังกองทัพไทย จนถึงตอนนี้ก็เป็นระยะเวลากว่าสามเดือน ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมกับมีคลิปเสียงของผู้บังคับบัญชา ผู้ใหญ่คุยกับสามีที่เป็นพันเอก ให้มีการแนะนำให้ไม่ต้องไปศาล จึงกังวลใจ นางสาวมาย อายุ 43 ปี ผู้ร้องเรียน เล่าว่า ตนเองอยู่กินกับสามีคนนี้มากว่า 18 ปี อยู่ตั้งแต่สามียศพันเอก ยังเป็นยศทหารยังเป็นชั้นผู้น้อย ซึ่งก่อนที่ตนเองจะตัดสินใจมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ตนเองก็มีหน้าที่การงานที่ดี รายได้ตกเฉลี่ยเดือนละ 60,000 ถึง 70,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก็อยู่กินกันมาตลอด 18 ปี จนกระทั่งมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ปัจจุบันนี้ลูกก็มีอายุสามขวบ ส่วนในช่วงที่ตนเองเริ่มรู้สึกว่าสามีเปลี่ยนไป คือเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งตนเองเห็นว่าเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้หญิงในที่ทำงานเดียวกันกับสามี ยศพันเอกหญิง ได้มาติดตามตนใน Instagram จนกระทั่งตนเองได้เข้าไปดู stories ที่เค้าลงในช่วงคริสต์มาส ก็เห็นว่ามีการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นรถเดียวกันกับรถของสามี ซึ่งตนเองจำได้ จนกระทั่งคืนที่มีการกินงานเลี้ยงวันที่ 24 ตอนเที่ยงคืนข้ามไปวันที่ 25 ตนเองก็ได้มีการโทรศัพท์หาสามี โดยในครั้งแรกเค้าก็รับสาย สภาพที่ตนเองคุยคือสามีค่อนข้างที่จะเมา หลังจากนั้นตนเองก็ติดต่อหาสามีไม่ได้ จนกระทั่งมาช่วงเวลาตีสองของวันที่ 25 ตนเองก็โทรหาสามีปรากฏว่า พอรับสาย สามีก็อ้างว่าอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม หลังจากนั้นพอสามีกลับมาถึงที่บ้าน จึงได้ขอดูโทรศัพท์มือถือ แต่สามีไม่ยินยอม จนตนเองถึงขั้นพูดว่าขอใช้สิทธิ์ภรรยาดู สุดท้ายเค้าก็ให้ตนเองดูโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแชตแรกที่ตนเองได้เห็น ก็คือแชตบอกรัก หลังจากนั้นก็ได้มีการโทรศัพท์มือถือไปหาฝ่ายหญิง บอกว่าจะยุติ และสิ่งที่ทำไปรู้สึกผิด หลังจากนั้นตนเองจึง ได้เดินทางไปยังโรงแรมดังกล่าวและเห็นภาพกล้องวงจรปิดว่าทั้งคู่ได้เดินทางมาเข้าโรงแรมที่นี่ด้วยกัน พร้อมกับชื่อเช็คอินที่ล็อบบี้ ก่อนจะนำฐานทั้งหมด ไปร้องเรียนยังที่กองทัพไทยที่ทำงานของฝ่ายหญิง ซึ่งตนเองยังตัดสินใจ ยังไม่ร้องเรียนทางด้านของสามี หลังจากนั้นตนเองไม่เหลือความเชื่อใจ จึงได้มีการติด GPS ไว้ที่รถของสามี ซึ่งเป็น GPS ที่มีการบันทึกเสียงและตนเองก็ได้ยินว่าทั้งคู่ยังพูดคุยกันอยู่ และทราบว่าภายในหนึ่งเดือน ทั้งคู่จะไปหากันที่โรงแรมอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ส่วนนัดเจอกันกินข้าวอาทิตย์ละ 2-3 วัน จึงตัดสินใจฟ้องชู้ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่อมาได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าผู้บังคับบัญชาของสามีท่านหนึ่ง บอกให้สามีไม่ต้องไป และจะมีการช่วยเหลือปัดตกกรณีนี้ไป จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาของสามี ถึงรู้สึกว่า ตนเองถูกกระทำและไม่ได้รับความช่วยเหลือ นางสาวมาย ยังบอกอีกว่า สามีไม่เหมือนเดิม หลังจากที่ตนเองจับได้ พยายามตีตัวออกห่างและไม่สนใจตนเองกับลูกเหมือนเดิม ผลกระทบในส่วนตัวเราไม่เป็นไร แต่ในส่วนของลูก สามีบอกว่าจะให้ลูกดร็อบเรียน ทั้งที่ลูกเรียนอยู่แค่เนอสเซอรี่ ,ตัดค่าอาหาร ,รถที่ใช้รับส่งลูกทุกวันไปโรงเรียนไปขาย พร้อมอ้างว่า เอาเงินไปคืนแม่ มันเป็นเงินของแม่ ,เรื่องอินเตอร์เน็ตของลูกก็ตัดไป ,เวลาลูกจะเล่นด้วย เค้าก็ไม่เล่นกับลูก เก็บตัว ล่าสุดค่าแพมเพิร์สลูกหมด สามีก็บอกว่าหารสอง พร้อมกับบอกค่าใช้จ่ายทุกอย่างก็หารสอง โดยจนถึงปัจจุบันนี้ที่ตนเองได้มีการร้องเรียนไปยังพันเอกหญิงคนดังกล่าว จนถึงทุกวันนี้ก็เป็นระยะเวลากว่าสามเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด สำหรับประเด็นที่ตนเองมีการฟ้องชู้นั้น จะมีการนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 21 เมษายน ที่จะถึงนี้ ภายหลังการพูดคุย กัน จอมพลัง ระบุว่า วันนี้มีผู้ใหญ่หลายท่านเข้ามาพูดคุย โดยทางน้องมีข้อเสนอให้ทางผู้ใหญ่ไปพูดคุยหาทางออกร่วมกัน ซึ่งตอนนี้ผู้ใหญ่อาจะยังพูดคุยปรับความเข้าใจกันไม่ได้ แต่ลูกยังต้องเดินหน้าต่อ จึงมีการ ยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการดูแลลูก ในส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆเรื่องเรียน เรื่องรถรับ-ส่ง เพื่อให้ลูกไปต่อได้ แต่ก็ต้องมีการนำไปพูดคุยกับทางผู้ชายว่าจะตกลงกับข้อเสนอที่ให้ไปได้หรือไม่ ทั้งนี้มีการยืนยันในส่วนของลูกเป็นหลัก ซึ่งส่วนตัวก็ขอชื่นชมตัวผู้เสียหายเอง ที่ไม่ได้เรียกร้องเงินทองอะไรมากมาย แต่ก็พร้อมที่จะดูแลลูกต่อไป เพียงแค่ขอแรงสนันสนุนจากคนเป็นพ่อบ้าง อีกอย่างเรื่องบ้านซึ่งเป็นสินสมรส ทางผู้เสียหายไม่อยากได้ไปขายหรืออะไร แต่ถ้ารักในส่วนของลูกทางแม่ยินดีที่จะให้ใส่ชื่อลูกไปได้เลย ถ้าทางพ่อไม่ติดอะไร จะได้เป็นทรัพย์สินของลูก ที่ใครจะเอาไปขายไม่ได้ จนกว่าลูกจะอายุ 20 ปี ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็ให้ความมั่นใจว่าจะมีการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ด้านผู้เสียหาย ระบุว่าหลังจากที่ได้เข้าพูดคุยกับผู้ใหญ่ก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม ก็หวังว่าจะได้รับคำตอบในสิ่งที่ตนเองขอก็เพื่อลูกทั้งหมด ในส่วนที่ร้องเรียนไปก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามขบวนการ.
ได้พานางสาวมาย เดินทางมายังกองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ ขอเข้าพบกับ เจ้ากรมกำลังพลทหาร เพื่อพูดคุยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบอกว่า มีภรรยาได้พาลูกสาววัย 3 ขวบ มาหาตนเอง ช่วงประมาณ 4-5 ทุ่ม เมื่อวานนี้ มาพูดคุยขอความช่วยเหลือว่า ตัวเขาเองมีสามีเป็นยศพันเอก อยู่ในสังกัดกองทัพไทย ไปคบหากับหญิงสาว ซึ่งเป็นยศพันเอกหญิงในสังกัดเดียวกัน หลังจากร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้นไปยังกองทัพไทย จนถึงตอนนี้ก็เป็นระยะเวลากว่าสามเดือน ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมกับมีคลิปเสียงของผู้บังคับบัญชา ผู้ใหญ่คุยกับสามีที่เป็นพันเอก ให้มีการแนะนำให้ไม่ต้องไปศาล จึงกังวลใจ นางสาวมาย อายุ 43 ปี ผู้ร้องเรียน เล่าว่า ตนเองอยู่กินกับสามีคนนี้มากว่า 18 ปี อยู่ตั้งแต่สามียศพันเอก ยังเป็นยศทหารยังเป็นชั้นผู้น้อย ซึ่งก่อนที่ตนเองจะตัดสินใจมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ตนเองก็มีหน้าที่การงานที่ดี รายได้ตกเฉลี่ยเดือนละ 60,000 ถึง 70,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก็อยู่กินกันมาตลอด 18 ปี จนกระทั่งมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ปัจจุบันนี้ลูกก็มีอายุสามขวบ ส่วนในช่วงที่ตนเองเริ่มรู้สึกว่าสามีเปลี่ยนไป คือเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งตนเองเห็นว่าเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้หญิงในที่ทำงานเดียวกันกับสามี ยศพันเอกหญิง ได้มาติดตามตนใน Instagram จนกระทั่งตนเองได้เข้าไปดู stories ที่เค้าลงในช่วงคริสต์มาส ก็เห็นว่ามีการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นรถเดียวกันกับรถของสามี ซึ่งตนเองจำได้ จนกระทั่งคืนที่มีการกินงานเลี้ยงวันที่ 24 ตอนเที่ยงคืนข้ามไปวันที่ 25 ตนเองก็ได้มีการโทรศัพท์หาสามี โดยในครั้งแรกเค้าก็รับสาย สภาพที่ตนเองคุยคือสามีค่อนข้างที่จะเมา หลังจากนั้นตนเองก็ติดต่อหาสามีไม่ได้ จนกระทั่งมาช่วงเวลาตีสองของวันที่ 25 ตนเองก็โทรหาสามีปรากฏว่า พอรับสาย สามีก็อ้างว่าอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม หลังจากนั้นพอสามีกลับมาถึงที่บ้าน จึงได้ขอดูโทรศัพท์มือถือ แต่สามีไม่ยินยอม จนตนเองถึงขั้นพูดว่าขอใช้สิทธิ์ภรรยาดู สุดท้ายเค้าก็ให้ตนเองดูโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแชตแรกที่ตนเองได้เห็น ก็คือแชตบอกรัก หลังจากนั้นก็ได้มีการโทรศัพท์มือถือไปหาฝ่ายหญิง บอกว่าจะยุติ และสิ่งที่ทำไปรู้สึกผิด หลังจากนั้นตนเองจึง ได้เดินทางไปยังโรงแรมดังกล่าวและเห็นภาพกล้องวงจรปิดว่าทั้งคู่ได้เดินทางมาเข้าโรงแรมที่นี่ด้วยกัน พร้อมกับชื่อเช็คอินที่ล็อบบี้ ก่อนจะนำฐานทั้งหมด ไปร้องเรียนยังที่กองทัพไทยที่ทำงานของฝ่ายหญิง ซึ่งตนเองยังตัดสินใจ ยังไม่ร้องเรียนทางด้านของสามี หลังจากนั้นตนเองไม่เหลือความเชื่อใจ จึงได้มีการติด GPS ไว้ที่รถของสามี ซึ่งเป็น GPS ที่มีการบันทึกเสียงและตนเองก็ได้ยินว่าทั้งคู่ยังพูดคุยกันอยู่ และทราบว่าภายในหนึ่งเดือน ทั้งคู่จะไปหากันที่โรงแรมอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ส่วนนัดเจอกันกินข้าวอาทิตย์ละ 2-3 วัน จึงตัดสินใจฟ้องชู้ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่อมาได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าผู้บังคับบัญชาของสามีท่านหนึ่ง บอกให้สามีไม่ต้องไป และจะมีการช่วยเหลือปัดตกกรณีนี้ไป จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาของสามี ถึงรู้สึกว่า ตนเองถูกกระทำและไม่ได้รับความช่วยเหลือ นางสาวมาย ยังบอกอีกว่า สามีไม่เหมือนเดิม หลังจากที่ตนเองจับได้ พยายามตีตัวออกห่างและไม่สนใจตนเองกับลูกเหมือนเดิม ผลกระทบในส่วนตัวเราไม่เป็นไร แต่ในส่วนของลูก สามีบอกว่าจะให้ลูกดร็อบเรียน ทั้งที่ลูกเรียนอยู่แค่เนอสเซอรี่ ,ตัดค่าอาหาร ,รถที่ใช้รับส่งลูกทุกวันไปโรงเรียนไปขาย พร้อมอ้างว่า เอาเงินไปคืนแม่ มันเป็นเงินของแม่ ,เรื่องอินเตอร์เน็ตของลูกก็ตัดไป ,เวลาลูกจะเล่นด้วย เค้าก็ไม่เล่นกับลูก เก็บตัว ล่าสุดค่าแพมเพิร์สลูกหมด สามีก็บอกว่าหารสอง พร้อมกับบอกค่าใช้จ่ายทุกอย่างก็หารสอง โดยจนถึงปัจจุบันนี้ที่ตนเองได้มีการร้องเรียนไปยังพันเอกหญิงคนดังกล่าว จนถึงทุกวันนี้ก็เป็นระยะเวลากว่าสามเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด สำหรับประเด็นที่ตนเองมีการฟ้องชู้นั้น จะมีการนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 21 เมษายน ที่จะถึงนี้ ภายหลังการพูดคุย กัน จอมพลัง ระบุว่า วันนี้มีผู้ใหญ่หลายท่านเข้ามาพูดคุย โดยทางน้องมีข้อเสนอให้ทางผู้ใหญ่ไปพูดคุยหาทางออกร่วมกัน ซึ่งตอนนี้ผู้ใหญ่อาจะยังพูดคุยปรับความเข้าใจกันไม่ได้ แต่ลูกยังต้องเดินหน้าต่อ จึงมีการ ยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการดูแลลูก ในส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆเรื่องเรียน เรื่องรถรับ-ส่ง เพื่อให้ลูกไปต่อได้ แต่ก็ต้องมีการนำไปพูดคุยกับทางผู้ชายว่าจะตกลงกับข้อเสนอที่ให้ไปได้หรือไม่ ทั้งนี้มีการยืนยันในส่วนของลูกเป็นหลัก ซึ่งส่วนตัวก็ขอชื่นชมตัวผู้เสียหายเอง ที่ไม่ได้เรียกร้องเงินทองอะไรมากมาย แต่ก็พร้อมที่จะดูแลลูกต่อไป เพียงแค่ขอแรงสนันสนุนจากคนเป็นพ่อบ้าง อีกอย่างเรื่องบ้านซึ่งเป็นสินสมรส ทางผู้เสียหายไม่อยากได้ไปขายหรืออะไร แต่ถ้ารักในส่วนของลูกทางแม่ยินดีที่จะให้ใส่ชื่อลูกไปได้เลย ถ้าทางพ่อไม่ติดอะไร จะได้เป็นทรัพย์สินของลูก ที่ใครจะเอาไปขายไม่ได้ จนกว่าลูกจะอายุ 20 ปี ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็ให้ความมั่นใจว่าจะมีการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ด้านผู้เสียหาย ระบุว่าหลังจากที่ได้เข้าพูดคุยกับผู้ใหญ่ก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม ก็หวังว่าจะได้รับคำตอบในสิ่งที่ตนเองขอก็เพื่อลูกทั้งหมด ในส่วนที่ร้องเรียนไปก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามขบวนการ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รวบสาวสองสวมรอยห้องป้าขายบริการ ไหว้ขอโทษอ้างแก้แค้นผู้ชายด้อยค่ารวบสาวสองสวมรอยห้องป้าขายบริการ ไหว้ขอโทษอ้างแก้แค้นผู้ชายที่ด้อยค่า ขณะที่ กัน จอมพลัง เตือนไม่อยากให้น้องทำแบบนี้อีก
Read more »
“กัน จอมพลัง” บุกช่วย 3 แม่ลูก ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายหนัก“กัน จอมพลัง” บุกช่วยเหลือ 3 แม่ลูก ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายหน้าเขียวช้ำ - ให้อดข้าว- ใช้สายไฟฟาด สลดแม่เด็กถูกเตะจนแท้ง!!
Read more »
'กัน จอมพลัง' บุกศธ. ร้องตรวจสอบ ครูถ่ายคลิปลับในโรงเรียน ใส่หน้ากากแบทแมน-แก้ผ้า ลงในโซเชียล'กัน จอมพลัง' เข้าร้องเรียนกระทรวงศึกษาธิการ หลังพบพฤติกรรมครูมีพฤติกรรมประหลาดถ่ายคลิปวิตถาร ใส่หน้ากากแบทแมนแก้ผ้า ลงในโซเชียล แต่ผู้อำนวยการ โรงเรียนกลับนิ่งเฉย พร้อมไม่ให้นักเรียนเอาเรื่องไปบอกกับใคร
Read more »
'ชาดา' ลุยสอบครูหน้ากากแบทแมน สั่งทุกโรงเรียนตรวจเข้มไม่ให้เกิดเหตุซ้ำจากกรณีที่ทาง กัน จอมพลัง ได้เข้าร้องเรียนกับทางกระทรวงศึกษาธิการ กรณีที่มีครูชายโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี มีพฤติกรรมวิตถาร ถ่ายคลิปตัวเองในชุดหน้ากากแบทแมนและโซ่ล็อกคอภายในห้องเรียน ขณะที่ทางฝั่งผู้อำนวยการโรงเรียน กลับพยายามปกปิดเหตุการณ์ และขอให้นักเรียนอย่าเอาเรื่องนี้ไปเผยแพร่ ก่อนที่ต่อมาได้มีคนแจ้งเรื่องไปถึง กัน จอมพลัง...
Read more »
กัน จอมพลัง พาสาวใช้ลุย สภ.บางกรวย ตามคดี อ้างนายจ้างทารุณเยี่ยงทาสกัน จอมพลัง พาสาวใช้ลุย สภ.บางกรวย ตามคดี อ้างนายจ้างทารุณเยี่ยงทาส หวายฟาด-สาดน้ำซุป-ทุบใบหน้า แถมค้างค่าจ้างเกือบ 3 แสน
Read more »
'กัน จอมพลัง' ลุยติดตามคดี สาวถูกแฟนหนุ่มบีบคอจนสลบ ก่อนโยนลงจากชั้น 5'กัน จอมพลัง' พา พ่อแม่สาววัย 21 ปี ติดตามความคืบหน้าคดี ถูกแฟนหนุ่มบีบคอจนสลบ ก่อนโยนลงจากหอพักชั้น 5 พยานเล่านาทีเข้าห้ามแต่ไร้ผล
Read more »
