กองทัพบกออกมาชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันปรับกำลังพลตามสถานการณ์ ไม่พบสัญญาณขัดแย้ง ย้ำเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี
กองทัพบก ได้ออกมาชี้แจง สถานการณ์ บริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นย้ำถึงการปรับกำลังพลตาม สถานการณ์ และวงรอบการปฏิบัติราชการของหน่วย ไม่พบสัญญาณที่บ่งบอกถึงการยกระดับความขัดแย้งในระยะใกล้ และยืนยันถึงความพร้อมในการดูแล ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พลตรี วินธัย สุวารี โฆษก กองทัพบก ได้กล่าวถึงกรณีที่สังคมอาจมีความกังวลเกี่ยวกับ สถานการณ์ บริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า กองทัพบก ได้ติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด มีการวางกำลังทหารดูแลอย่างเข้มแข็ง
และจากการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณของการยกระดับความขัดแย้งในระยะใกล้\สำหรับกรณีพื้นที่ช่องซำแต จังหวัดศรีสะเกษ โฆษกฯ ได้อธิบายถึงสถานการณ์ที่หน่วยทหารไทยตรวจพบความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาในลักษณะเข้าใกล้แนวรั้วลวดหนาม พร้อมพฤติกรรมในลักษณะก่อกวนและมีการถ่ายทำคอนเทนต์ยั่วยุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งฝ่ายไทยได้มีการพูดคุยตักเตือนไปแล้วหลายครั้ง และเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ทหารไทยได้ทำการยิงเตือนขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันการรุกล้ำและควบคุมสถานการณ์ตามกฎการใช้กำลัง นอกจากนี้ ยังได้มีการประเมินว่ากำลังทหารที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นกำลังพลใหม่ที่ยังขาดประสบการณ์และวินัยในการปฏิบัติ ในส่วนของกรณีพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีรายงานว่าทหารกัมพูชามีการขุดคูเลตหรือจัดสร้างฐานที่กำบังนั้น โฆษกฯ อธิบายว่าเป็นการจัดตั้งที่มั่นทางทหารตามหลักยุทธวิธีทั่วไปของหน่วยทหารรบ และยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวล โดยกองทัพบกได้เน้นย้ำถึงการยึดหลักการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการหารือระหว่างสองประเทศ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมของกำลังทหารในการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ\โฆษกฯ ยังได้กล่าวถึงประเด็นที่บางคนมองว่ากัมพูชาน่าจะมีการเอาพื้นที่คืน โดยระบุว่า หากเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นไปในลักษณะใช้มิติทางการทูตหรือกลไกทวิภาคีเป็นหลัก ในมิติทางทหารยังไม่พบสัญญาณหรือสิ่งบอกเหตุที่ชัดเจน และไทยยังคงยึดหลักการตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC คือ ฝ่ายใดที่วางกำลังอยู่ในพื้นที่ใดก็ให้คงกำลังในพื้นที่นั้นไว้ก่อน จนกว่าจะมีการหารือผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องในอนาคต ในเรื่องของการปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดนนั้น เป็นการปรับการวางกำลังตามสถานการณ์และวงรอบการปฏิบัติราชการของหน่วย เพื่อให้กำลังพลบางส่วนได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติของหน่วย จากข้อมูลด้านการข่าว ยังไม่พบสัญญาณสิ่งบอกเหตุที่อาจจะนำไปสู่การปะทะขนาดใหญ่ และในมุมมองทางทหารเชื่อว่า กัมพูชายังไม่มีความได้เปรียบเพียงพอที่จะใช้กำลังทางทหารต่อฝ่ายไทย ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่น่ากังวล แต่ผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่อยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมา
ชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพบก สถานการณ์ ความมั่นคง ช่องซำแต
