กสิกร มองสหรัฐแก้ปัญหา 2 แบงก์ปิดตัว นำไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ ยันธนาคารไทยแข็งแกร่ง กดอ่าน
ธนาคารพาณิชย์ 2 แห่งในสหรัฐฯ ถูกสั่งการให้ปิดตัวลง หลังจากที่ต้องรับมือกับสถานการณ์การแห่ถอนเงินท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ฝากเงินเพียงช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ทางการสหรัฐฯ เร่งออกหลายมาตรการเพื่อพลิกฟื้นความเชื่อมั่น สกัดความเสี่ยงเชิงระบบของภาคธนาคารพาณิชย์สหรัฐฯ และเข้าดูแลกลุ่มผู้ฝากเงินและบรรเทาแรงกดดันต่อสถาบันการเงินอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในผลกระทบต่อไทย…อาจต้องระวังความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุน ขณะที่ผลกระทบโดยตรงต่อแบงก์ไทยน่าจะจำกัด สำหรับผลกระทบต่อไทยนั้น แม้จะมีในบางมิติ แต่เหตุการณ์คงไม่เดินตามกรณีแบงก์สหรัฐฯ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองผลกระทบต่อไทยจากเหตุการณ์ความปั่นป่วนของแบงก์ในสหรัฐฯ ดังนี้ • ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุน ซึ่งคงปรากฏขึ้นในช่วงระหว่างทางที่ตลาดรอติดตามความชัดเจนและพัฒนาการของสถานการณ์ในระบบแบงก์ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในส่วนของการเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงิน เพื่อประเมินท่าทีเชิงนโยบายของเฟดในระยะถัดไป ว่าจะสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องจนไปใกล้ระดับ 6.
00% ดังที่ตลาดการเงินทยอยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ นั่นหมายความว่า ค่าเงินบาทอาจยังแกว่งตัวในกรอบผันผวน เช่นเดียวกับแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยที่ยังอาจเผชิญความเสี่ยงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ สวนทางกับแรงหนุนต่อสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง เช่น ทองคำ ในกรณีที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง นอกจากนี้ หากประเด็นความไม่แน่นอนในภาคการเงินการธนาคารและการชะลอตัวของตลาดบ้านของสหรัฐฯ ทำให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบระมัดระวังและลดท่าทีที่แข็งกร้าวลงมา ก็อาจทำให้เงินบาทผันผวนในกรอบที่แข็งค่าขึ้นได้ผลกระทบทางตรงจำกัด เนื่องจากคาดว่า แบงก์ไทยน่าจะมีความเชื่อมโยง และ Exposure โดยตรงกับแบงก์สหรัฐฯ ทั้ง 2 แห่งที่ประสบปัญหาน้อยมาก หรือไม่มีเลย อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่นิ่ง ทำให้ยังคงต้องติดตามความชัดเจนของประเด็นต่างๆ ในช่วงหลังจากนี้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับยังมีผลกระทบในส่วนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้บ้างท่ามกลางสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น อาทิ ผลกระทบจากการบันทึกผลขาดทุนจากการถือครองตราสารหนี้ตามราคาตลาด ในจังหวะที่อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทยอยปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นกับนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก ยกตัวอย่างในปี 2565 ที่ผ่านมา แม้จะมีรายการบันทึกผลขาดทุนจากการถือครองตราสารหนี้เมื่อคำนวณตามราคาตลาด กระนั้นก็ดี เพื่อรับมือกับทิศทางดังกล่าว แบงก์ในไทยก็มีการปรับกลยุทธ์การถือครองตราสารหนี้ให้มีอายุเฉลี่ยของตราสารลดลง และ/หรือปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและทิศทางตลาดเงินตลาดทุนมากขึ้น สถานะของแบงก์ไทยมีความมั่นคงกว่าในหลายมิติ ทั้งเรื่องสภาพคล่อง และความเข้มแข็งของเงินกองทุน ดังจะเห็นได้จากอัตราส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง ของไทยที่อยู่ในระดับสูงเกินเกณฑ์ และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ของไทยที่สูงกว่าสหรัฐฯ โดยสัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง ของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ณ เดือนม.ค. 2566 อยู่ที่ 189.49% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ทางการกำหนด ขณะที่เงินกองทุนของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศก็อยู่ในระดับที่เข้มแข็งเช่นกัน โดยสัดส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นอยู่ที่ 18.98% สัดส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.93% และสัดส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 15.39% ซึ่งสูงกว่าสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นอยู่ที่ 15.16% สัดส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 13.69% และสัดส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 12.37% โครงสร้างสินทรัพย์และเงินฝากของระบบแบงก์ไทยมีการกระจุกตัวน้อยกว่าแบงก์สหรัฐฯ ที่ประสบปัญหา โดยในกรณีของ Silicon Valley Bank ในสหรัฐฯ นั้น มีโครงสร้างฝั่งสินทรัพย์ในลักษณะที่มีสัดส่วนสินเชื่อน้อยกว่าพอร์ตเงินลงทุน ขณะที่เงินฝากค่อนข้างกระจุกตัว เพราะมีที่มาจากลุ่มลูกค้าบริษัทเทคฯ VC และ Startups เป็นหลัก ซึ่งสำหรับกรณีของระบบแบงก์ไทยจะตรงข้ามกัน โดยที่พอร์ตสินเชื่อสุทธิมีสัดส่วน 64% ของสินทรัพย์รวม และเป็นพอร์ตที่มีการกระจายตัวระหว่างสินเชื่อรายใหญ่ เอสเอ็มอี และรายย่อย ในอัตราส่วน 35.8%, 23.5% และ 40.7% ของสินเชื่อทั้งระบบ ตามลำดับ อันถือว่าเป็นการกระจายตัวที่ดีกว่ากรณีแบงก์สหรัฐฯ ขณะที่ พอร์ตเงินลงทุนสุทธิรวมทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนมีสัดส่วนประมาณ 11.7% ของสินทรัพย์รวม จากโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์ของแบงก์ไทยที่กระจายตัวและสมดุลกว่าทำให้สามารถสร้างกระแสรายรับที่มีความต่อเนื่องจากการปล่อยสินเชื่อ และบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนได้ในระดับหนึ่ง ส่วนฝั่งหนี้สิน โดยเฉพาะเงินฝากนั้น มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยเงินฝากรายย่อย ธุรกิจ ภาครัฐ สถาบันที่ไม่แสวงหากำไร และอื่นๆ ในอัตราส่วน 55.3%, 26.7%, 7.4% 2.7% และ 6.3%ของยอดรวมเงินฝาก ตามลำดับ ซึ่งมีความสมดุลมากกว่ากรณีของ Silicon Valley Bank มาก และตามธรรมชาติของผู้ฝากเงินจะเน้นความมั่นคง มากกว่าการหาผลตอบแทน ดังนั้น เมื่อประกอบกับความมั่นคงในระดับสูงของแบงก์ไทย การบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม และการกำกับดูแลที่ใกล้ชิดของทางการไทยร่วมด้วย จึงทำให้ความเสี่ยงจากการถูกถอนออก น่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าแบงก์สหรัฐฯ ที่ประสบปัญหามาก การลงทุนใน Startups ของแบงก์ไทย จะดำเนินการผ่าน Venture Capital ที่จัดตั้งขึ้น อีกทั้งมีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีหรือธุรกิจใหม่ๆ ที่เกื้อกูลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแบงก์ในอนาคต มากกว่าจะเน้นมิติของการลงทุนเพื่อทำกำไร อีกทั้งอยู่ภายใต้เกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจการเงินโดย ธปท. ดังนั้น จึงทำให้น่าจะตีกรอบผลกระทบจากเหตุไม่คาดคิดได้ในอนาคต โดยสรุป แม้กรณีปัญหาความอ่อนแอของแบงก์ในสหรัฐฯ น่าจะไม่ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบในเวลานี้ ท่ามกลางความพยายามของทางการสหรัฐฯ ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงิน รวมถึงปัญหาของทั้ง 2 แบงก์มีต้นตอมาจากความไม่สมดุลในโครงสร้างในพอร์ตสินทรัพย์และหนี้สิน แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องถือว่าปัญหานี้ยังไม่สิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ และมีประเด็นให้ติดตาม โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังเป็นขาขึ้น นอกจากนี้ เชื่อว่า ทางการสหรัฐฯ และตลาดคงจะทยอยติดตามสถานการณ์ของสถาบันการเงินอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุเปราะบางที่คล้ายคลึงกันขึ้นอีกในอนาคต สำหรับไทย ผลกระทบจะปรากฏทางอ้อมผ่านความผันผวนของตลาดการเงินมากกว่า ขณะที่ผลกระทบทางตรงจากแบงก์สหรัฐฯ ที่เผชิญปัญหาทั้ง 2 แห่งยังจำกัด นอกจากนี้ด้วยความที่แบงก์ไทยมีสถานะสภาพคล่องและความมั่นคงของเงินกองทุนที่มั่นคง รวมถึงมีการกระจายตัวของโครงสร้างสินทรัพย์และโครงสร้างเงินฝากที่ดีกว่า อีกทั้งพฤติกรรมลูกค้าแตกต่างจากสหรัฐฯ และที่สำคัญ ยังมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดและใกล้ชิดโดย ธปท. ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าแบงก์ไทยจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังในกรณีสหรัฐ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
สหรัฐฯ จับกุมผู้ลักลอบส่งเทคโนโลยีการบินของประเทศให้รัสเซียทางการสหรัฐฯ จับกุมผู้ลักลอบส่งเทคโนโลยีการบินของอเมริกาให้รัสเซีย หากผิดจริง จะต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 20 ปีต่อการลักลอบส่งออกแต่ละครั้ง อ่านข่าว: PPTVHD36 PPTVNews เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ สหรัฐอเมริกา เทคโนโลยีการบินสหรัฐ Avionics รัสเซีย
Read more »
สหรัฐเล็งคลายมาตรการรับนักท่องเที่ยวจีน ชี้โควิด-19 จีนดีขึ้นทางการสหรัฐฯ เตรียมที่จะยกเลิกมาตรการควบคุมนักท่องเที่ยวจากจีน หลังพิจารณาสถานการณ์โควิด-19 ในจีนดีขึ้น อ่านข่าว: PPTVHD36 PPTVNews เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ ไวรัสโคโรนา โควิด19 COVID19 นักท่องเที่ยวจีน สหรัฐอเมริกา
Read more »
“สี จิ้นผิง” ซัด “สหรัฐฯ” สกัด “จีน” เติบโตสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ออกมากล่าวตำหนิต่อทางการสหรัฐฯ ว่า ดำเนินนโยบายเพื่อโดดเดี่ยวและสกัดกั้นต่อการเติบโตและการพัฒนาของจีน รวมถึงการคุกคามต่ออิทธิพลของจีนในเวทีโลก โดยประธานาธิบดีสี ระบุด้วยว่า นโยบายของสหรัฐฯ ข้างต้น สะท้อนให้เห็นจากมาตรการต่างๆ ของสหรัฐฯ เช่น มาตรการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีต่อจีน การดำเนินนโยบายสนับสนุนไต้หวัน ซึ่งการดำเนินนโยบายดังกล่าว ทางการจีนถือว่าไม่เป็นมิตร พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีของจีน ยังกล่าวเรียกร้องด้วยว่า จีนต้องกล้าที่จะตอบโต้กับนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายอย่างรุนแรง ขณะที่ ทางการสหรัฐฯ โดยโฆษกกระทรวงการต่าง
Read more »
(Update) ทางการสหรัฐฯ-เฟด สกัดการล่มสลาย SVB คุ้มครองเงินฝาก 100% พร้อมอุ้มธนาคารสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มี.ค. 66 10:41 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (12 มี.ค.) ว่า ลูกค้าธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ จะสามารถเข้าถึงเงินฝากได้ในวันจ...
Read more »
ธ.กสิกร ชวนอัปเดต K PLUS เวอร์ชันล่าสุด ปกป้องข้อมูลสำคัญด้วย 2 ฟีเจอร์ใหม่ธนาคารกสิกร ชวนผู้ใช้งาน อัปเดต K PLUS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด (5.16.10) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน รวมถึงปกป้องข้อมูลสำคัญ รูปภาพ หรือรหัสธุรกรรมในมือถือของทุกคนให้ปลอดภัยไปอีกขั้น ด้วย 2 ฟีเจอร์ใหม่
Read more »
