กสม.เสนอ พม.แก้ กม.คุณภาพชีวิตคนพิการให้สอดคล้องหลักสิทธิมนุษยชน

United States News News

กสม.เสนอ พม.แก้ กม.คุณภาพชีวิตคนพิการให้สอดคล้องหลักสิทธิมนุษยชน
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 isranews_agency
  • ⏱ Reading Time:
  • 427 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 174%
  • Publisher: 53%

กสม.เสนอ พม.แก้ กม.คุณภาพชีวิตคนพิการให้สอดคล้องหลักสิทธิมนุษยชน isranews สำนักข่าวอิศรา กสม

สำนักข่าวอิศรา รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 เวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายภาณุวัฒน์ ทองสุข ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ครั้งที่ 11/2566 โดยมีวาระสำคัญดังนี้ 1.

กสม. ยินดี ครม. เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาคุ้มครองสิทธิประชาชนในการรับบริการสาธารณสุขเกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรค หลังประธาน กสม. มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเสนอให้เร่งแก้ปัญหา นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ติดตามสถานการณ์สิทธิด้านสุขภาพและรับทราบข้อห่วงกังวลจากภาคีเครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติเกี่ยวกับปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค อันเนื่องมาจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้มีมติเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ให้ชะลอการจัดสรรงบประมาณด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี การดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น ซึ่งต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นผลให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินจากกองทุนของ สปสช. เป็นค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพฯ สำหรับประชาชนที่อยู่นอกสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อันได้แก่ ข้าราชการ พนักงานของรัฐ และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ของกฎหมายประกันสังคม ประมาณ 18 ล้านคน เช่นที่เคยเป็นมาได้ จากสถานการณ์ดังกล่าว กสม. และภาคีเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนจึงได้จัดประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลและข้อคิดเห็นต่อกรณีข้างต้นจากผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม 2566 พบว่า ปัจจุบันหน่วยบริการไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายสร้างเสริมสุขภาพฯ จาก สปสช. สำหรับผู้ที่อยู่นอกสิทธิบัตรทองได้ ทำให้หน่วยบริการบางแห่งยุติการให้บริการดังกล่าวแก่ผู้อยู่นอกสิทธิบัตรทอง ส่วนหน่วยบริการที่ยังคงให้บริการต่อเนื่องต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอง จึงอาจไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้การเข้าไม่ถึงบริการป้องกันโรค เช่น บริการคุมกำเนิด การฝากครรภ์ การยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย การให้วัคซีนป้องกันโรคแก่เด็ก และการป้องกันการติดเชื้อ/การดูแลสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี อาจทำให้ปัญหาสุขภาพสำคัญที่รัฐบาลพยายามแก้ไขและมีความก้าวหน้ามาเป็นลำดับกลับมาเป็นปัญหาอีก เช่น การตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น การติดเชื้อและเสียชีวิตจากเอชไอวี/เอดส์ในอัตราที่สูงขึ้น รวมถึงมีผลกระทบต่อบริการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการสำหรับผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า การสร้างเสริมสุขภาพช่วยลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และลดภาระงบประมาณของประเทศในการดูแลรักษาพยาบาลให้แก่ประชาชน ซึ่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 และรัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐอย่างทั่วถึง การที่หน่วยบริการไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายของผู้ที่อยู่นอกสิทธิบัตรทองจากงบประมาณสร้างเสริมสุขภาพฯ ของ สปสช. ซึ่งเป็นปัญหาเกิดขึ้นมานานกว่า 5 เดือน และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนบางกลุ่มที่ต้องได้รับบริการต่อเนื่องนั้น ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 47 และมาตรา 55 รวมทั้งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและรัฐมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตตามมาตรฐานสูงสุดเท่าที่เป็นได้ ด้วยเหตุนี้ กสม. โดย นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงมีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 10 มีนาคม 2566 เรื่อง ข้อเสนอแนะมาตรการคุ้มครองสิทธิรับบริการสาธารณสุขเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขด้านสร้างเสริมสุขภาพฯ สำหรับผู้ที่อยู่นอกสิทธิบัตรทองให้มีผลในทางปฏิบัติโดยเร่งด่วน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา เห็นชอบในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา 4 ฉบับ ที่กำหนดให้ผู้ที่ไม่ได้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุขเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และบริการสาธารณสุขอื่นที่จำเป็นตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ อันสอดคล้องกับข้อเสนอของ กสม. ขอให้ ครม. เร่งรัดให้ สปสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้การจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 9 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 อันมีสาระให้สิทธิบริการด้านสร้างเสริมสุขภาพฯ ครอบคลุมถึงผู้ที่อยู่นอกสิทธิบัตรทอง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่าง การเปิดรับฟังความคิดเห็นมีผลใช้บังคับโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนที่อยู่นอกสิทธิบัตรทองทุกกลุ่มมีสิทธิเข้าถึงบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และบริการสาธารณสุขอื่นที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ในระหว่างการจัดทำกฎหมายตามข้อ ให้ ครม. สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ที่อยู่นอกสิทธิบัตรทองสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อคุ้มครองและแก้ไขปัญหาแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงชดเชยเงินให้แก่หน่วยบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้สำรองค่าใช้จ่ายในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปก่อนแล้ว “เป็นที่น่ายินดีที่ ครม. ตอบรับข้อเสนอ และลงมาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งจะช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขด้านการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรค อย่างไรก็ตาม อยากฝากเรื่องการเยียวยาและชดเชยเงินให้กับหน่วยบริการสุขภาพที่ได้สำรองเงินไปก่อนด้วย” นายวสันต์ กล่าว 2. กสม. เตรียมเสนอกระทรวง พม. แก้ไขปรับปรุงกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน นายภาณุวัฒน์ ทองสุข ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือน เมษายน 2565 เรื่อง สิทธิคนพิการ ระบุว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีรายละเอียดไม่ครอบคลุมสตรีพิการและเด็กพิการ ส่งผลให้ถูกกีดกันจำกัดสิทธิการเข้าถึงทรัพยากรและแหล่งทุน ขาดโอกาสการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจระดับนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อสตรีและเด็กพิการ ถูกแสวงหาประโยชน์ กระทำความรุนแรงและ การล่วงละเมิดในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากนี้บทบัญญัติบางมาตราในกฎหมายดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริง บทบัญญัติของกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน งานวิจัย และความคิดเห็นจากผู้ร้อง หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่ากรณีบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ อาจกระทบต่อหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และอาจไม่เป็นไปตามหลักความเสมอภาคหรือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 4 และมาตรา 27 ที่กำหนดคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล และกำหนดว่าการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพของบุคคลจะกระทำไม่ได้ ด้วยเหตุดังกล่าว กสม. ในคราวประชุม กสม. ด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไปยังกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สรุปได้ดังนี้ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 4 โดยกำหนดให้คำว่า “องค์การคนพิการแต่ละประเภท” หมายความว่า องค์กรสมาชิกระดับชาติตามประเภทความพิการ หรือองค์กรคนพิการที่สมาชิกมีความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ และสถานะของบุคคลที่ได้แจ้งชื่อไว้กับกรมตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ให้แก้ไขปรับปรุง มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการพ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้เชี่ยวชาญในด้านสิทธิ คนพิการซึ่งมีประสบการณ์ทำงานหรือมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และกำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นสตรีพิการไม่น้อยกว่าสองคน เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้แทนของสตรีพิการจะสามารถเสนอนโยบายและความเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการต่อคณะรัฐมนตรีได้ รวมถึงคำนึงถึงสัดส่วนผู้พิการชายและหญิงด้วย ให้แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยยกเลิกมาตรา 15 วรรคสาม ที่ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติที่มีเหตุผลทางวิชาการจารีตประเพณี หรือประโยชน์สาธารณะ ต่อคนพิการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการใช้ดุลพินิจของผู้ใช้กฎหมายในการตีความกฎหมายที่อาจมีผลเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ ให้เพิ่มเติมคุณสมบัติขององค์กรที่ขอแจ้งเป็นองค์การคนพิการใน ข้อ 4 ของระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติว่าด้วยการรับแจ้งชื่อองค์การคนพิการแต่ละประเภท พ.ศ. 2554 โดยให้ “มีผู้แทนของกลุ่มคนพิการที่สะท้อนถึงภูมิหลังหรืออัตลักษณ์ที่หลากหลายของแต่ละบุคคล” ด้วย เพื่อให้องค์กรที่จะได้รับแจ้งชื่อเป็นองค์การคนพิการมีคุณสมบัติสอดคล้องกับนิยามองค์การคนพิการแต่ละประเภทตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

isranews_agency /  🏆 38. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ยังควบคุมตัวตำรวจคลั่งไม่ได้ กว่า 3 ชม. ยังปิดล้อมเจรจา อรินทราช-หนุมาน ตรึงพื้นที่ยังควบคุมตัวตำรวจคลั่งไม่ได้ กว่า 3 ชม. ยังปิดล้อมเจรจา อรินทราช-หนุมาน ตรึงพื้นที่ยังควบคุมตัวตำรวจคลั่งไม่ได้ กว่า 3 ชม. ยังปิดล้อมเจรจา อรินทราช-หนุมาน ตรึงพื้นที่ กราดยิง กราดยิงสายไหม AmarinTV34 อมรินทร์ทีวีเอชดีช่อง34 AmarinNews
Read more »

ปชป.สะเทือนอีก!! ล่าสุดถึงคิว'จุติ'ลาออก ย้ายซบ'รทสช.'เสริมทัพ'บิ๊กตู่'ปชป.สะเทือนอีก!! ล่าสุดถึงคิว'จุติ'ลาออก ย้ายซบ'รทสช.'เสริมทัพ'บิ๊กตู่'14 มี.ค.66 มีรายงานว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เนื่องจากนายจุติ มีความสนิทสนมกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)เพื่อเสริมทัพพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมืองของพรรค รทสช.
Read more »

'เสี่ยหนู' รับคุยการเมืองกับ 'บิ๊กป้อม' ไม่แปลกทุบโต๊ะ! ร่วมรัฐบาล กม.กัญชาต้องผ่าน'เสี่ยหนู' รับคุยการเมืองกับ 'บิ๊กป้อม' ไม่แปลกทุบโต๊ะ! ร่วมรัฐบาล กม.กัญชาต้องผ่าน'อนุทิน' เผยร่วมวงมื้อเที่ยง 'บิ๊กป้อม' คุยสถานการณ์การเมือง กางตัวเลข ส.ส.ภูมิใจไทยไม่ต่ำ 70 เสียง ปัดปล่อยภาพหวังขู่คู่แข่ง ประกาศพร้อมรับนัดทุกพรรค ระบุเงื่อนไขร่วมรัฐบาลครั้งหน้า กม.กัญชาต้องผ่าน
Read more »

ส.บอลไทย เสนอขอจัดงานใหญ่ฟีฟ่า พา 'อินฟานติโน'ดูสถานที่แล้ว | เดลินิวส์ส.บอลไทย เสนอขอจัดงานใหญ่ฟีฟ่า พา 'อินฟานติโน'ดูสถานที่แล้ว | เดลินิวส์สมาคมบอลไทย เสนอ 'ฟีฟ่า' ขอจัดงานใหญ่ ประชุม 'ฟีฟ่า คองเกรส' เผย พา 'อินฟานติโน' ดูสถานที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แล้ว เดลินิวส์ ฟีฟ่า อินฟานติโน
Read more »

'อนุทิน'แจงกินมื้อเที่ยง'บิ๊กป้อม'เมิน'ชูวิทย์'ยื่นยุบพรรค'อนุทิน'แจงกินมื้อเที่ยง'บิ๊กป้อม'เมิน'ชูวิทย์'ยื่นยุบพรรค'อนุทิน'แจงร่วมวงมื้อเที่ยง 'บิ๊กป้อม' คุยการเมือง มั่นใจภูมิใจไทยไม่ต่ำ 70 เสียง ปัดปล่อยภาพขู่คู่แข่ง พร้อมรับนัดทุกพรรค เงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาลครั้งหน้า กม.กัญชาต้องผ่าน เมิน “ชูวิทย์” ยื่น กกต.ยุบพรรค
Read more »



Render Time: 2026-04-02 03:05:02