“นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet จะทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนที่จะกระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เราจะใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและกระจายไปยังทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้ถึงฐานราก เกิดการจับจ่ายใช้สอยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน และภาคธุรกิจที่จะขยายการลงทุน...
“นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet จะทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนที่จะกระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เราจะใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและกระจายไปยังทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้ถึงฐานราก เกิดการจับจ่ายใช้สอยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน และภาคธุรกิจที่จะขยายการลงทุน ขยายกิจการ เกิดการผลิตสินค้าที่มากขึ้น นำไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพและเกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกหลายรอบ รัฐบาลเองก็จะได้รับผลตอบแทนคืนมาในรูปแบบของภาษี และที่สำคัญ การดำเนินนโยบายนี้จะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศให้เข้าสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน เปิดประตูให้ภาคธุรกิจได้เข้าถึงแหล่งทุนใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใสให้กับกลไกการชำระเงินของระบบเศรษฐกิจและรัฐบาล” คือถ้อยแถลงของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 แต่หากย้อนกลับไปในการหาเสียงเลือกตั้ง นับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2566 ที่พรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวนโยบายดังกล่าว ว่าจะมอบเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ไว้ใช้จ่ายใกล้บ้าน ระยะทาง 4 กิโลเมตร ตามที่อยู่ในบัตรประชาชนของแต่ละคน ภายในเวลา 6 เดือน น่าสนใจว่า ห้วงเวลาที่หล่นหายไป ท่ามกลางกระแสการคัดค้านและท้วงติงต่างๆนั้น รัฐบาลเศรษฐา มีความชัดเจนอย่างไรต่อนโยบายดังกล่าว จะไปต่อหรือพอแค่นี้ และหากจะเดินหน้าต่อจะเดินไปในทิศทางใด ความชัดเจนในเรื่องของแหล่งที่มาของเงิน และระบบต่างๆ รวมทั้งการตอบข้อห่วงใย 7 ข้อของนักเศรษฐศาสตร์“เรื่องดังกล่าวตนจะพูดอีกครั้ง จะพูดทั้งหมด ทั้งแพ็กเกจ ส่วนการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่จะเริ่มเมื่อใดนั้นจะชี้แจงอีกครั้งตามที่ตนบอกไป เมื่อทุกอย่างสะเด็ดน้ำแล้ว ตนจะเป็นคนนั่งหัวโต๊ะแถลงเองพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายกรัฐมนตรี กล่าว กระนั้น เราเห็นว่า การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญก็จริง แต่เนื้อหาสาระที่แท้จริง ที่ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญ ที่ทำให้เกิดอาการ กลัวๆ กล้าๆ.
“นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet จะทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนที่จะกระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เราจะใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและกระจายไปยังทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้ถึงฐานราก เกิดการจับจ่ายใช้สอยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน และภาคธุรกิจที่จะขยายการลงทุน ขยายกิจการ เกิดการผลิตสินค้าที่มากขึ้น นำไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพและเกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกหลายรอบ รัฐบาลเองก็จะได้รับผลตอบแทนคืนมาในรูปแบบของภาษี และที่สำคัญ การดำเนินนโยบายนี้จะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศให้เข้าสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน เปิดประตูให้ภาคธุรกิจได้เข้าถึงแหล่งทุนใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใสให้กับกลไกการชำระเงินของระบบเศรษฐกิจและรัฐบาล” คือถ้อยแถลงของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 แต่หากย้อนกลับไปในการหาเสียงเลือกตั้ง นับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2566 ที่พรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวนโยบายดังกล่าว ว่าจะมอบเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ไว้ใช้จ่ายใกล้บ้าน ระยะทาง 4 กิโลเมตร ตามที่อยู่ในบัตรประชาชนของแต่ละคน ภายในเวลา 6 เดือน น่าสนใจว่า ห้วงเวลาที่หล่นหายไป ท่ามกลางกระแสการคัดค้านและท้วงติงต่างๆนั้น รัฐบาลเศรษฐา มีความชัดเจนอย่างไรต่อนโยบายดังกล่าว จะไปต่อหรือพอแค่นี้ และหากจะเดินหน้าต่อจะเดินไปในทิศทางใด ความชัดเจนในเรื่องของแหล่งที่มาของเงิน และระบบต่างๆ รวมทั้งการตอบข้อห่วงใย 7 ข้อของนักเศรษฐศาสตร์“เรื่องดังกล่าวตนจะพูดอีกครั้ง จะพูดทั้งหมด ทั้งแพ็กเกจ ส่วนการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่จะเริ่มเมื่อใดนั้นจะชี้แจงอีกครั้งตามที่ตนบอกไป เมื่อทุกอย่างสะเด็ดน้ำแล้ว ตนจะเป็นคนนั่งหัวโต๊ะแถลงเองพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายกรัฐมนตรี กล่าว กระนั้น เราเห็นว่า การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญก็จริง แต่เนื้อหาสาระที่แท้จริง ที่ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญ ที่ทำให้เกิดอาการ กลัวๆ กล้าๆ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รบ.ยันเปิดรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ผู้เห็นต่างอย่างรอบด้านกรณีเงินดิจิทัลนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า จากกรณีที่มีกระแสโจมตี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อันเนื่องมาจากนายจุลพันธ์ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน D
Read more »
แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น รวน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขยับเข้าโหมด ‘สแตนด์บาย’แนวรบฝ่ายต้านทำอภิมหาโปรเจกต์ นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท สะดุด ยิ่งเดินยิ่งสะดุด เจอแต่ขวากหนามเต็มไปหมด จากเดิม เสี่ยนิด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งใจจะประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet...
Read more »
สรุป 4 ทางเลือก แจกเงินดิจิทัล10000 ชง “เศรษฐา” เคาะต้นพ.ย.นี้สรุป 4 ทางเลือก แจกเงินดิจิทัล10000 บาท “จุลพันธ์” เตรียมชงคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ที่มีนายกฯ เศรษฐา เป็นประธาน เคาะต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้
Read more »
นายกฯ แจ้งบอร์ดเงินดิจิทัล 10000 บาท ชุดใหญ่ เตรียมประชุมสัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรี ยอมรับเตรียมนัดประชุมคณะกรรมการเงินดิจิทัล 10000 บาท ผ่าน Digital Wallet สัปดาห์หน้า เคาะทางเลือก ข้อสรุปการเดินหน้าโครงการ
Read more »
เพื่อไทย มั่นใจเงินดิจิทัล 10,000 บาท ฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภคพรรคเพื่อไทย มั่นใจนโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital wallet ฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ดันเป็นนโยบายที่มุ่งหวังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ลุ้นวันที่ 10 พ.ย.นี้ เคาะรายละเอียดทั้งหมด
Read more »
