นาซาเปิดภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ เป็น 5 ภาพแรกแห่งประวัติศาสตร์ ที่ไม่เคยมีใครหรืออุปกรณ์ใดทำได้มาก่อน TNN TNNONLINE TNNThailand TNNช่อง16
ภาพ “ห้วงอวกาศลึก” ภาพแรกของ JWST เป็นภาพที่เปิดเผยไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ภาพนี้เต็มไปด้วยกาแล็กซีเป็นจำนวนมาก นอกจากดาวสว่างในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ที่สังเกตเห็นได้เป็นหกแฉกแล้ว แทบจะทุกจุดในภาพนี้เป็นกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลออกไปจากกาแล็กซีของเรา ภาพของกระจุกกาแล็กซีที่แสดงกาแล็กซีพื้นหลังจำนวนนับไม่ถ้วนสุดลูกหูลูกตาเท่าที่จะสามารถสังเกตได้นี้ เป็นภาพที่แสดงถึงศักยภาพของ JWST ได้เป็นอย่างดี เราจะเห็นได้ว่าด้วยความสามารถของเว็บบ์ นั้น เบื้องหลังของภาพทุกภาพ วัตถุทุกวัตถุ และแทบทุกทิศทางที่เว็บบ์หันไป เราอาจจะพบกับกาแล็กซีอีกกาแล็กซีหนึ่งที่ยังรอคอยการค้นพบอยู่ด้านหลังดวงดาวอันมากมายในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ภาพ Deep Field นี้ มีจุดกึ่งกลางอยู่ที่กระจุกกาแล็กซี SMACS 0723 ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4,600 ล้านปีแสง แต่เบื้องหลังกระจุกกาแล็กซีนี้นั้นยังมีกาแล็กซีอื่นอีกมาก และด้วยปรากฏการณ์ “เลนส์ความโน้มถ่วง” ที่สามารถเบี่ยงทิศทางของแสงของกาแล็กซีเบื้องหลังเหล่านี้ออกไป ตามทฤษฎีที่ไอสไตน์ทำนายไว้ จึงทำให้ภาพนี้คล้ายกับภาพของการมองผ่าน “แว่นขยาย” ที่เปิดเผยรายละเอียดของกาแล็กซีที่ห่างไกลออกไปที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนได้ รวมถึงบริเวณก่อกำเนิดดาวฤกษ์ดวงแรกๆ ในเอกภพ ที่สามารถสังเกตเห็นได้ในภาพของกาแล็กซีอันห่างไกลเหล่านี้ และเนื่องจากหลายกาแล็กซีเบื้องหลังในภาพนี้ เป็นกาแล็กซีที่ห่างไกลออกไปหลายหมื่นล้านปีแสง จึงเปรียบได้กับการย้อนเวลากลับไปสังเกตในยุคที่กาแล็กซีแรกๆ เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาในเอกภพ และด้วยความสามารถในการแยกแสงสเปกตรัมด้วยอุปกรณ์ NIRSpec ของ JWST ทำให้เราสามารถศึกษาธาตุองค์ประกอบจากดาวฤกษ์ดวงแรกๆ ได้ และสิ่งที่เราพบก็คือ “ธาตุไฮโดรเจน และออกซิเจนอะตอมแรกๆ” ที่ถูกสร้างขึ้นในเอกภพของเรา ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกันกับกำเนิดออกซิเจนแบบเดียวกันกับที่เรากำลังหายใจเข้าไปอยู่ ณ เวลานี้“ภาพ” นี้คือ “สเปกตรัม” ของดาวเคราะห์นอกระบบ WASP-96 b ที่อยู่ห่างออกไป 1,150 ปีแสง ดาวเคราะห์ดวงนี้จัดเป็นดาวเคราะห์แก๊สที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี แต่มีมวลเพียงครึ่งหนึ่ง และโคจรรอบดาวฤกษ์ด้วยระยะห่างที่ใกล้กว่าวงโคจรของดาวพุธ จึงทำให้พื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนี้ร้อนมาก ร้อนเกินกว่าที่จะพบน้ำในรูปของเหลวใดๆ บนพื้นผิว ในขณะที่ดาวเคราะห์นอกระบบ WASP-96b โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์นั้น แสงจากดาวบางส่วนจะถูกบดบังโดยดาวเคราะห์ และบางส่วนจะถูกดูดกลืนโดยโมเลกุลของแก๊สในชั้นบรรยากาศ อุปกรณ์ NIRISS ของ JWST สามารถแยกสเปกตรัมของแสงเหล่านี้ออกมา เพื่อศึกษาย่านความถี่ที่มีการดูดกลืนเพิ่มไป เมื่อเทียบกับขณะที่ไม่ได้มีการบดบังเอาไว้ได้ จากรูปแบบการดูดกลืนโดยเฉพาะของสารประกอบ จึงทำให้นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาองค์ประกอบของโลกที่อยู่ห่างไกลออกไปได้ ครั้งนี้จึงนับเป็นสเปกตรัมแรกของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ถูกบันทึกเอาไว้โดย JWST และนับเป็นครั้งแรกของโลกที่เราสามารถศึกษาสเปกตรัมของดาวเคราะห์นอกระบบในช่วงคลื่นนี้ได้ ผลที่ได้คือ “การพบหลักฐานของโมเลกุลของน้ำในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นี้อย่างชัดเจน และพบหลักฐานของเมฆ และหมอกในชั้นบรรยากาศของดาวดวงนี้” ข้อมูลสเปกตรัมเช่นนี้ จะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถวัดปริมาณของไอน้ำในชั้นบรรยากาศ ประมาณอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ และประเมินปริมาณของธาตุอื่นๆ เช่น คาร์บอนและออกซิเจนได้ แม้ว่าดาวเคราะห์ WASP-96 b นี้น่าจะอยู่ใกล้ดาวฤกษ์ และร้อนเกินกว่าที่จะเป็นไปได้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้ได้ แต่ความละเอียดของสเปกตรัม และความรวดเร็วที่ JWST สามารถศึกษาองค์ประกอบของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้นั้น บ่งบอกได้ถึงศักยภาพของ JWST ที่จะสามารถค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้อีกในอนาคต เพราะ WASP-96 b นั้นก็ยังคงเป็นเพียงดาวดวงแรกที่ JWST ได้ใช้เวลาอันน้อยนิดในการสังเกต ท่ามกลางดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอีกกว่า 5,000 ดวงที่ได้รับการยืนยันแล้ว และยังอีกมากที่ยังไม่เคยพบ เราคงต้องรอดูกันว่า JWST จะค้นพบน้ำ หรือโมเลกุลอื่นในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์แบบใดอีกในอนาคตอันใกล้Southern Ring Nebula หรือ NGC 3132 เป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างออกไป 2,500 ปีแสง เนบิวลาดาวเคราะห์เกิดขึ้นเมื่อดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์สิ้นอายุขัย และปลดปล่อยมวลในช่วงบั้นปลายบางส่วนออก เหลือทิ้งไว้เพียงแกนกลางของดาวที่ร้อนจัด ที่แผ่รังสีออกไปรอบๆ ดาวฤกษ์ ณ กึ่งกลางของ Southern Ring Nebula ได้ทำการปลดปล่อยฝุ่นและแก๊สออกไปทุกทิศทางมาตลอดระยะเวลาหลายพันปี แก๊สที่ถูกปลดปล่อยออกมาเป็นชั้นๆ ถูกรบกวนโดยดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่งที่โคจรรอบๆ ดาวที่สิ้นอายุขัย ก่อให้เกิดโครงสร้างจำนวนมากมายท่ามกลางแก๊สที่ถูกปลดปล่อยออกมาเหล่านี้ ภาพในย่านอินฟราเรดใกล้ ที่บันทึกโดยอุปกรณ์ NIRCam เปิดเผยให้เห็นถึงโครงสร้างอันสลับซับซ้อนของชั้นแก๊สที่ถูกปลดปล่อยออกมาในช่วงสีส้มของภาพ ซึ่งมาจากการเปล่งรังสีของไฮโดรเจน นอกจากนี้ภายนอกเรายังสามารถสังเกตเห็นแนวลำแสงที่ดูราวกับเป็นเส้นตรงออกมาจากกึ่งกลางของเนบิวลา ซึ่งเกิดจากแสงที่ลอดผ่านช่องโปร่งในแถบฝุ่นออกมา คล้ายกับช่วงเย็นที่ลำแสงของดวงอาทิตย์ลอดผ่านช่องระหว่างเมฆบนโลก ในขณะที่บริเวณกึ่งกลางนั้นยังคงเต็มไปด้วยแสงที่แทนด้วยสีฟ้า ซึ่งส่องสว่างเนื่องจากได้รับพลังงานจากดาวที่อยู่กึ่งกลาง เราจะพบบริเวณของเมฆโมเลกุลที่กำลังก่อตัวที่แทนด้วยโครงสร้างแสงสีฟ้า และนอกจากนี้ เรายังสามารถพบเห็นดาวบริวารทั้งสองของระบบดาวคู่ ณ กึ่งกลางเนบิวลา ถึงแม้ว่าเราจะมีหลักฐานมานานแล้วว่าระบบดาวนี้เป็นระบบดาวคู่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถสังเกตในช่วงอินฟราเรดได้ละเอียดมากพอจนสามารถทำการสังเกตการณ์ดาวฤกษ์ดวงนี้ได้ นอกจากนี้ เรายังพบว่าแม้กระทั่งเบื้องหลังของแก๊สอันส่องสว่างเหล่านี้ ก็ยังสามารถสังเกตเห็นกาแล็กซีที่อยู่เบื้องหลังที่ห่างออกไปอีกหลายล้านปีแสงได้อีกด้วย.
ภาพ “ห้วงอวกาศลึก” ภาพแรกของ JWST เป็นภาพที่เปิดเผยไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ภาพนี้เต็มไปด้วยกาแล็กซีเป็นจำนวนมาก นอกจากดาวสว่างในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ที่สังเกตเห็นได้เป็นหกแฉกแล้ว แทบจะทุกจุดในภาพนี้เป็นกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลออกไปจากกาแล็กซีของเรา ภาพของกระจุกกาแล็กซีที่แสดงกาแล็กซีพื้นหลังจำนวนนับไม่ถ้วนสุดลูกหูลูกตาเท่าที่จะสามารถสังเกตได้นี้ เป็นภาพที่แสดงถึงศักยภาพของ JWST ได้เป็นอย่างดี เราจะเห็นได้ว่าด้วยความสามารถของเว็บบ์ นั้น เบื้องหลังของภาพทุกภาพ วัตถุทุกวัตถุ และแทบทุกทิศทางที่เว็บบ์หันไป เราอาจจะพบกับกาแล็กซีอีกกาแล็กซีหนึ่งที่ยังรอคอยการค้นพบอยู่ด้านหลังดวงดาวอันมากมายในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ภาพ Deep Field นี้ มีจุดกึ่งกลางอยู่ที่กระจุกกาแล็กซี SMACS 0723 ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4,600 ล้านปีแสง แต่เบื้องหลังกระจุกกาแล็กซีนี้นั้นยังมีกาแล็กซีอื่นอีกมาก และด้วยปรากฏการณ์ “เลนส์ความโน้มถ่วง” ที่สามารถเบี่ยงทิศทางของแสงของกาแล็กซีเบื้องหลังเหล่านี้ออกไป ตามทฤษฎีที่ไอสไตน์ทำนายไว้ จึงทำให้ภาพนี้คล้ายกับภาพของการมองผ่าน “แว่นขยาย” ที่เปิดเผยรายละเอียดของกาแล็กซีที่ห่างไกลออกไปที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนได้ รวมถึงบริเวณก่อกำเนิดดาวฤกษ์ดวงแรกๆ ในเอกภพ ที่สามารถสังเกตเห็นได้ในภาพของกาแล็กซีอันห่างไกลเหล่านี้ และเนื่องจากหลายกาแล็กซีเบื้องหลังในภาพนี้ เป็นกาแล็กซีที่ห่างไกลออกไปหลายหมื่นล้านปีแสง จึงเปรียบได้กับการย้อนเวลากลับไปสังเกตในยุคที่กาแล็กซีแรกๆ เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาในเอกภพ และด้วยความสามารถในการแยกแสงสเปกตรัมด้วยอุปกรณ์ NIRSpec ของ JWST ทำให้เราสามารถศึกษาธาตุองค์ประกอบจากดาวฤกษ์ดวงแรกๆ ได้ และสิ่งที่เราพบก็คือ “ธาตุไฮโดรเจน และออกซิเจนอะตอมแรกๆ” ที่ถูกสร้างขึ้นในเอกภพของเรา ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกันกับกำเนิดออกซิเจนแบบเดียวกันกับที่เรากำลังหายใจเข้าไปอยู่ ณ เวลานี้“ภาพ” นี้คือ “สเปกตรัม” ของดาวเคราะห์นอกระบบ WASP-96 b ที่อยู่ห่างออกไป 1,150 ปีแสง ดาวเคราะห์ดวงนี้จัดเป็นดาวเคราะห์แก๊สที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี แต่มีมวลเพียงครึ่งหนึ่ง และโคจรรอบดาวฤกษ์ด้วยระยะห่างที่ใกล้กว่าวงโคจรของดาวพุธ จึงทำให้พื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนี้ร้อนมาก ร้อนเกินกว่าที่จะพบน้ำในรูปของเหลวใดๆ บนพื้นผิว ในขณะที่ดาวเคราะห์นอกระบบ WASP-96b โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์นั้น แสงจากดาวบางส่วนจะถูกบดบังโดยดาวเคราะห์ และบางส่วนจะถูกดูดกลืนโดยโมเลกุลของแก๊สในชั้นบรรยากาศ อุปกรณ์ NIRISS ของ JWST สามารถแยกสเปกตรัมของแสงเหล่านี้ออกมา เพื่อศึกษาย่านความถี่ที่มีการดูดกลืนเพิ่มไป เมื่อเทียบกับขณะที่ไม่ได้มีการบดบังเอาไว้ได้ จากรูปแบบการดูดกลืนโดยเฉพาะของสารประกอบ จึงทำให้นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาองค์ประกอบของโลกที่อยู่ห่างไกลออกไปได้ ครั้งนี้จึงนับเป็นสเปกตรัมแรกของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ถูกบันทึกเอาไว้โดย JWST และนับเป็นครั้งแรกของโลกที่เราสามารถศึกษาสเปกตรัมของดาวเคราะห์นอกระบบในช่วงคลื่นนี้ได้ ผลที่ได้คือ “การพบหลักฐานของโมเลกุลของน้ำในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นี้อย่างชัดเจน และพบหลักฐานของเมฆ และหมอกในชั้นบรรยากาศของดาวดวงนี้” ข้อมูลสเปกตรัมเช่นนี้ จะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถวัดปริมาณของไอน้ำในชั้นบรรยากาศ ประมาณอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ และประเมินปริมาณของธาตุอื่นๆ เช่น คาร์บอนและออกซิเจนได้ แม้ว่าดาวเคราะห์ WASP-96 b นี้น่าจะอยู่ใกล้ดาวฤกษ์ และร้อนเกินกว่าที่จะเป็นไปได้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้ได้ แต่ความละเอียดของสเปกตรัม และความรวดเร็วที่ JWST สามารถศึกษาองค์ประกอบของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้นั้น บ่งบอกได้ถึงศักยภาพของ JWST ที่จะสามารถค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้อีกในอนาคต เพราะ WASP-96 b นั้นก็ยังคงเป็นเพียงดาวดวงแรกที่ JWST ได้ใช้เวลาอันน้อยนิดในการสังเกต ท่ามกลางดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอีกกว่า 5,000 ดวงที่ได้รับการยืนยันแล้ว และยังอีกมากที่ยังไม่เคยพบ เราคงต้องรอดูกันว่า JWST จะค้นพบน้ำ หรือโมเลกุลอื่นในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์แบบใดอีกในอนาคตอันใกล้Southern Ring Nebula หรือ NGC 3132 เป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างออกไป 2,500 ปีแสง เนบิวลาดาวเคราะห์เกิดขึ้นเมื่อดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์สิ้นอายุขัย และปลดปล่อยมวลในช่วงบั้นปลายบางส่วนออก เหลือทิ้งไว้เพียงแกนกลางของดาวที่ร้อนจัด ที่แผ่รังสีออกไปรอบๆ ดาวฤกษ์ ณ กึ่งกลางของ Southern Ring Nebula ได้ทำการปลดปล่อยฝุ่นและแก๊สออกไปทุกทิศทางมาตลอดระยะเวลาหลายพันปี แก๊สที่ถูกปลดปล่อยออกมาเป็นชั้นๆ ถูกรบกวนโดยดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่งที่โคจรรอบๆ ดาวที่สิ้นอายุขัย ก่อให้เกิดโครงสร้างจำนวนมากมายท่ามกลางแก๊สที่ถูกปลดปล่อยออกมาเหล่านี้ ภาพในย่านอินฟราเรดใกล้ ที่บันทึกโดยอุปกรณ์ NIRCam เปิดเผยให้เห็นถึงโครงสร้างอันสลับซับซ้อนของชั้นแก๊สที่ถูกปลดปล่อยออกมาในช่วงสีส้มของภาพ ซึ่งมาจากการเปล่งรังสีของไฮโดรเจน นอกจากนี้ภายนอกเรายังสามารถสังเกตเห็นแนวลำแสงที่ดูราวกับเป็นเส้นตรงออกมาจากกึ่งกลางของเนบิวลา ซึ่งเกิดจากแสงที่ลอดผ่านช่องโปร่งในแถบฝุ่นออกมา คล้ายกับช่วงเย็นที่ลำแสงของดวงอาทิตย์ลอดผ่านช่องระหว่างเมฆบนโลก ในขณะที่บริเวณกึ่งกลางนั้นยังคงเต็มไปด้วยแสงที่แทนด้วยสีฟ้า ซึ่งส่องสว่างเนื่องจากได้รับพลังงานจากดาวที่อยู่กึ่งกลาง เราจะพบบริเวณของเมฆโมเลกุลที่กำลังก่อตัวที่แทนด้วยโครงสร้างแสงสีฟ้า และนอกจากนี้ เรายังสามารถพบเห็นดาวบริวารทั้งสองของระบบดาวคู่ ณ กึ่งกลางเนบิวลา ถึงแม้ว่าเราจะมีหลักฐานมานานแล้วว่าระบบดาวนี้เป็นระบบดาวคู่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถสังเกตในช่วงอินฟราเรดได้ละเอียดมากพอจนสามารถทำการสังเกตการณ์ดาวฤกษ์ดวงนี้ได้ นอกจากนี้ เรายังพบว่าแม้กระทั่งเบื้องหลังของแก๊สอันส่องสว่างเหล่านี้ ก็ยังสามารถสังเกตเห็นกาแล็กซีที่อยู่เบื้องหลังที่ห่างออกไปอีกหลายล้านปีแสงได้อีกด้วย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รอชม! ภาพถ่ายอวกาศชัดที่สุดในประวัติศาสตร์จาก “เจมส์ เว็บบ์”12 ก.ค. นี้ นาซาจะเปิดเผยภาพถ่ายแรกจาก “กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์” กล้องโทรทรรศน์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยมี PPTVHD36 ช่อง36 เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ นาซา NASA กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์เว็บบ์ JamesWebb อวกาศ จักรวาล ดาราศาสตร์
Read more »
ภาพแรกมาแล้ว! ภาพจักรวาลคมชัดที่สุดจากกล้อง “เจมส์ เว็บบ์”ปธน.สหรัฐฯ และนาซาเปิดเผยภาพถ่ายจักรวาลภาพแรกที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ “เจมส์ เว็บบ์” ก่อนเผยชุดภาพทั้งหมดคืนนี้ PPTVHD36 ช่อง36 เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ นาซา NASA กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์เว็บบ์ JamesWebb อวกาศ จักรวาล ดาราศาสตร์
Read more »
'โจ ไบเดน' เปิดภาพแรกจากกล้องอวกาศ 'เจมส์ เว็บบ์' กระจุกกาแล็กซี SMACS 0723'โจ ไบเดน' เปิดภาพแรกจากกล้องอวกาศ 'เจมส์ เว็บบ์' กระจุกกาแล็กซี SMACS 0723 โจไบเดน กล้องอวกาศ กระจุกกาแล็กซี กาแล็กซี สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ดาราศาสตร์ ข่าววันนี้ NationOnline
Read more »
กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ เผยภาพถ่ายแรกจากห้วงอวกาศที่ลึกที่สุดเท่าที่เคยบันทึกได้ – THE STANDARDเผยภาพถ่ายจากคลื่นอินฟราเรดภาพแรกจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ของ NASA ในระหว่างการแถลงข่าว ณ ทำเนียบขาว โดยเป็นภาพจากห้วงอวกาศที่ลึกที่สุดและคมชัดมากที่สุดเท่าที่กล้องโทรทรรศน์เคยบันทึกมาได้ TheStandardNews
Read more »
NASA เผย 5 ภาพแรกแห่งประวัติศาสตร์ จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์NASA เผย 5 ภาพแรกแห่งประวัติศาสตร์ จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (JWST) ที่ ไม่ใช่เพียงเพื่อแสดงศักยภาพของกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวใหม่ล่าสุดของมนุษย์โลก อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »
'นักดาราศาสตร์' เผยโฉม 5 ภาพสีชุดแรก ในห้วงอวกาศไกลโพ้นนับพันล้านปีแสงจากกล้องอวกาศ 'เจมส์ เว็บบ์''ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์' เผยโฉม ภาพสี 5 ภาพแรก ในห้วงอวกาศ อยู่ห่างออกไปนับพันล้านปีแสง ที่ถูกบันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ 'เจมส์ เว็บบ์' นักดาราศาสตร์หวังจะช่วยไขปริศนาอีกหลายอย่างที่ยังไม่มีคำตอบให้มนุษยชาติได้
Read more »
