กรมเชื้อเพลิงฯ ดันลงทุนแสนล้าน 'ต่ออายุสัมปทาน-เปิดแหล่งอันดามัน-เร่ง CCS'

เศรษฐกิจ News

กรมเชื้อเพลิงฯ ดันลงทุนแสนล้าน 'ต่ออายุสัมปทาน-เปิดแหล่งอันดามัน-เร่ง CCS'
กรุงเทพธุรกิจสัมปทานกรมเชื้อเพลิงฯ
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 247 sec. here
  • 10 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 116%
  • Publisher: 63%

กรมเชื้อเพลิงฯ เปิดเกมพลังงาน 69 ดันลงทุนแสนล้าน 'ต่ออายุแหล่งเดิม-เปิดสัมปทานอันดามัน-เร่ง CCS สู่ Net Zero'

อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แถลงผลการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2568 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยทิศทางการดำเนินโครงการด้านการบริหารจัดการปิโตรเลียมของประเทศในปี 2569 นี้ จะเน้นยุทธศาสตร์ในการสร้างความต่อเนื่องด้านพลังงานเพื่อเกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด พร้อมกระตุ้นให้เกิดการลงทุน มุ่งสู่การสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางพลังงานที่สอดคล้องไปกับแนวโน้มการพัฒนา เศรษฐกิจ สู่ยุคคาร์บอนต่ำ โดยการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2568 ซึ่งจะต่อเนื่องไปถึงปี 2569 ประกอบด้วย 1.

การต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียม ของแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข B8/38 และแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข B12/27 ซึ่งเกิดผลประโยชน์ต่อประเทศทั้งในด้านการสร้างรายได้ให้แก่รัฐ เกิดความต่อเนื่องของการผลิตปิโตรเลียม และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในภาพรวม 2. การเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการสนับสนุน และเร่งรัดการจัดหาพลังงาน โดยการส่งเสริมและเร่งรัดการสำรวจและพัฒนาแหล่งเชื้อเพลิงธรรมชาติในประเทศ ได้ส่งเสริมการดำเนินการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งบนบกและในทะเลอย่างต่อเนื่อง โดยสำหรับการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจบนบก ซึ่งภายหลังจากการออกประกาศเชิญชวนการเปิดให้ยื่นขอสิทธิฯ ไปแล้วนั้น ได้มีผู้มายื่นขอสิทธิฯ จำนวน 5 ราย 8 คำขอ คาดว่าสามารถเกิดการลงทุนราว 2,500 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ในอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อเนื่อง ซึ่งหากพัฒนาได้เชิงพาณิชย์จะมีปริมาณน้ำมันดิบประมาณ 5.76 ล้านบาร์เรล ก๊าซธรรมชาติประมาณ 20.7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาผู้ได้รับคัดเลือกเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี และคาดว่าจะสามารถให้สัมปทานปิโตรเลียมได้ภายในปี 2569 นอกจากนี้ ในปี 2569 จะมีแผนในการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอันดามัน ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนดึงดูดการลงทุนของผู้ประกอบการรายใหญ่ เนื่องจากพื้นที่บริเวณทะเลอันดามันเป็นบริเวณที่ติดกับพื้นที่ที่มีการพบปิโตรเลียมมาก่อน จึงนับว่ามีโอกาสที่จะพบทรัพยากรทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลอันดามันได้เช่นกัน คาดว่าจะเกิดการลงทุนเริ่มต้นสำหรับการสำรวจประมาณ 300 – 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นโอกาสดึงดูดทุนขนาดใหญ่เข้ามาร่วมพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม ช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ดำเนินการศึกษาประเมินศักยภาพปริมาณทรัพยากรปิโตรเลียม รวมทั้งกำหนดขอบเขตแปลงสำรวจแล้ว อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการปิโตรเลียม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรีต่อไป3. การดำเนินงานของพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โดยมีการจัดทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 ของสัญญาซื้อขายก๊าซรรมชาติแปลง B-17-01 ทำให้สามารถขยายระยะเวลาการผลิตเพิ่มเติมของแปลงดังกล่าว ในช่วงปี 2571 – 2581 สร้างความมั่นคงทางพลังงานของทั้งสองประเทศ คาดว่าสามารถสร้างรายได้ให้รัฐบาลทั้งสองประเทศจากค่าภาคหลวงประมาณ 546 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่วนแบ่งกำไรของรัฐที่ประมาณ 1,322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย และผู้ซื้อร่วมได้ร่วมลงนามในสัญญาดังกล่าวแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา นอกจากนั้น ได้มีการจัดทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตของแปลง A-18-01 และสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความท้าทายทั้งด้านเทคนิค ต้นทุนที่สูงขึ้นโดยจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด คาดว่าจะมีการลงทุนรวม 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะก่อให้เกิดรายได้โดยตรงแก่องค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย ประมาณ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 4. การดำเนินการเกี่ยวกับโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสนับสนุนนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2050 โดยประกอบด้วย 1) โครงการศึกษาและพิสูจน์ทราบศักยภาพในการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในชั้นหินทางธรณีวิทยาในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็น Eastern CCS Hub ในการกักเก็บ CO2 โดยกรมเชื้อเพลิงฯ ร่วมกับ หน่วยงานของประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาและประเมินศักยภาพการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งภายหลังจากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในการเข้าสำรวจและมอบหมายภารกิจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 แล้วนั้น ปัจจุบันได้อยู่ระหว่างขออนุญาตนำเรือเข้าสำรวจ และคาดว่าจะสามารถสำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือนบริเวณอ่าวไทยตอนบนได้ภายในปี 2569 2) โครงการนำร่องดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ ผู้ดำเนินการคือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด หรือ ปตท.สผ. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษามาตรการสนับสนุนทางด้านภาษีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะได้แนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ภายในปี 2569 และ ปตท.สผ. อยู่ระหว่างการออกแบบทางวิศวกรรม เพื่อก่อสร้างและติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำเนินงานโดยคาดว่าจะสามารถเริ่มการอัดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ในปี 2571 5. การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. …. เพื่อให้เกิดความความต่อเนื่อง กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการลงทุน สร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศโดยรวม เนื่องจากกฎหมายปิโตรเลียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2514 ซึ่งนานกว่า 50 ปีมาแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป "กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และในปี 2569 กรมฯ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนพลังงานภายใต้แนวคิด 'ความต่อเนื่อง มั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม' โดยมีภารกิจหลักใน 3 มิติสำคัญ คือการรักษาฐานเดิม ด้วยการต่ออายุสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมเดิม เพื่อให้การผลิตไม่หยุดชะงักและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด การเติมโอกาสใหม่ด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแหล่งใหม่ ๆ เร่งกระตุ้นการลงทุนผ่านการเปิดสัมปทานรอบที่ 26 ในพื้นที่ศักยภาพสูงอย่างทะเลอันดามัน พร้อมปรับปรุงกฎหมายปิโตรเลียมให้ทันสมัย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุนใหญ่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมิติก้าวสู่พลังงานสะอาด ยกระดับการบริหารจัดการสู่ยุคคาร์บอนต่ำด้วยโครงการนำร่องเทคโนโลยี CCS เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

กรุงเทพธุรกิจ สัมปทาน กรมเชื้อเพลิงฯ Economicwealth

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'ปตท.สผ.' ลุย เทคโนโลยี CCS อาวุธลับ 'ดักจับ-กักเก็บคาร์บอน' สู่ Net Zero'ปตท.สผ.' ลุย เทคโนโลยี CCS อาวุธลับ 'ดักจับ-กักเก็บคาร์บอน' สู่ Net Zero“ปตท.สผ.” ชูเทคโนโลยี CCS โครงการนำร่องแหล่งอาทิตย์ในอ่าวไทย ทางเลือกสำคัญหนุนประเทศมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero แนะภาครัฐเร่งออกกฎระเบียบให้ชัดเจน กระตุ้นการลงทุนที่มหาศาล
Read more »

ผ่าแผน“กู้โลกเดือด” ปตท.สผ. ดัน “EP Net Zero 2050” รุก CCS จิ๊กซอว์สำคัญผ่าแผน“กู้โลกเดือด” ปตท.สผ. ดัน “EP Net Zero 2050” รุก CCS จิ๊กซอว์สำคัญผ่าแผน“กู้โลกเดือด” ปตท.สผ. ดันกลยุทธ์ “EP Net Zero 2050” รุกเทคโนโลยี CCS “ดักจับ-กักเก็บคาร์บอน” จิ๊กซอว์สำคัญสู่ Net Zero
Read more »

เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ทางออกโลกเดือดเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ทางออกโลกเดือดกลุ่ม ปตท. ผลักดันเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ผ่าน โครงการ Eastern Thailand CCS Hub ในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อเป้าหมาย Net Zero
Read more »

เทคโนโลยี CCS ความหวังประเทศไทย พิชิตเป้าหมาย Net Zero Emissions 2065เทคโนโลยี CCS ความหวังประเทศไทย พิชิตเป้าหมาย Net Zero Emissions 2065'เทคโนโลยี CCS' คือการดักจับและนำคาร์บอนลงไปเก็บไว้ที่ชั้นหินใต้ดิน ซึ่งเป็นทางเลือกสำคัญหนุนประเทศมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions 2065
Read more »

ปตท.เดินหน้า Net Zero เล็งลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กปตท.เดินหน้า Net Zero เล็งลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กปตท.ยํ้าเดินหน้า Net Zero ชูกลยุทธ์ C3 ปรับพอร์ตธุรกิจควบคู่ลดปล่อยคาร์บอน นำเทคโนโลยี CCS กักเก็บคาร์บอน และเร่งพัฒนาไฮโดรเจน เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า มองลู่ทางลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
Read more »

ครม. ปี 69 นัดแรก: พิจารณามาตรการข้าว, โครงการทางหลวง, สินเชื่อ SME และ CCSครม. ปี 69 นัดแรก: พิจารณามาตรการข้าว, โครงการทางหลวง, สินเชื่อ SME และ CCSการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกของปี 69 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน พิจารณาโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก, โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ, ปรับปรุงหลักเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity, มาตรการ CCS และรายงานอื่นๆ
Read more »



Render Time: 2026-04-01 20:23:48