กรมประมง ห่วงปลาเรืองแสง GMOs ถูกกีดกันการค้า สร้างความเสียหายอุตฯ ทั้งระบบ : อินโฟเควสท์

United States News News

กรมประมง ห่วงปลาเรืองแสง GMOs ถูกกีดกันการค้า สร้างความเสียหายอุตฯ ทั้งระบบ : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 53 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 24%
  • Publisher: 68%

กรมประมง ห่วงปลาเรืองแสง GMOs ถูกกีดกันการค้า สร้างความเสียหายอุตฯ ทั้งระบบ GMOs กรมประมง ดัดแปลงพันธุกรรม ตัดต่อพันธุกรรม ปลากัด ปลาสวยงาม ปลาเรืองแสง สัตว์น้ำ อินโฟเควสท์

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ขณะนี้พบมีผู้ที่ทำการเพาะเลี้ยง “ปลาเรืองแสง” หรือปลาที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม ด้วยเทคนิคการนำยีนส์ที่ได้จากแมงกะพรุนหรือดอกไม้ทะเลบางชนิดไปใส่ไว้ใน DNA ที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของปลา และจะสร้างโปรตีนที่มีลักษณะเด่นขึ้นมา เมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงไฟ Black light จะทำให้ตัวปลาเรืองแสงสะท้อนขึ้นมาเกิดความแปลกตา สวยงาม ซึ่งชนิดของสีเรืองแสงที่มีการค้าในปัจจุบัน มี 6 สี ได้แก่ สีเขียว สีฟ้า สีแดง สีส้ม สีชมพู และสีม่วง ปัจจุบันนานาชาติส่วนใหญ่ไม่ให้การยอมรับเรื่องของ GMOs ในสิ่งมีชีวิต เพราะอาจส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนทางพันธุกรรมกับชนิดพันธุ์ที่มีในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปลาสวยงาม หากเข้าไปแทรกอยู่ในยีนส์แล้ว ยากที่จะเอาออกทำให้สูญเสียความเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมไป ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่น่ากังวล ประกอบกับประเทศไทยได้มีการลงนามในพิธีสารคาร์ตาเฮน่า ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ มีเงื่อนไขที่ต้องดำเนินการป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการที่ GMOs จะก่อให้เกิดอันตรายต่อความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของมนุษย์ ดังนั้น หากประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงปลา GMOs อาจส่งผลกระทบทำให้ถูกกีดกันทางการค้าจากนานาชาติ ทั้งในเรื่องของความเข้มงวดของการนำเข้าปลาสวยงาม หรืออาจร้ายแรงไปจนถึงการห้ามค้าขายปลาสวยงามที่เป็น หรือเสี่ยงที่จะเป็นปลา GMOs “ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆ จากนานาชาติ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมปลาสวยงามของไทย ที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท/ปี”ทั้งนี้ การตรวจสอบสัตว์น้ำตัดต่อพันธุกรรมเรืองแสงในปลาที่เรืองแสงชัดเจน มีขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบโดยละเอียด ด้วยวิธีตรวจสอบจากสารพันธุกรรม โดยเทคนิค PCR หรือ Real time PCR ก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายที่สูง ส่วนการตรวจสอบเบื้องต้น สามารถใช้ไฟฉาย UV Black light ส่องดูได้ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ปัจจุบันมีปลาสวยงามหลากหลายชนิด ที่นำมาพัฒนาพันธุ์ด้วยวิธีการตัดต่อพันธุกรรมเป็นปลาเรืองแสง เช่น ปลาเสือเยอรมัน ปลาม้าลาย ปลากลุ่มเตตร้า ปลาเทวดา และปลากาแดง ที่น่ากังวล คือ ปลากัด เป็นสัตว์น้ำชนิดใหม่ล่าสุดที่นำมาดัดแปลงพันธุกรรมเรืองแสง กลายเป็น “ปลากัดเรืองแสง” และเริ่มออกขายในตลาดปลาสวยงามกว่า 1 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายต่อวงการปลากัดไทยอย่างมาก “ปลากัดของไทยโด่งดังไกลทั่วโลก เนื่องจากมีลักษณะ ลวดลาย สีสันที่สวยงาม จนมีลูกค้าจากทั่วโลกที่ต้องการปลากัดของไทย มีตลาดค้าขายปลากัดไทยทั้งออนไลน์และออฟไลน์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 200 ล้านบาท/ปี ถือเป็นปลาสวยงามที่สร้างมูลค่าการส่งออกหลักให้การค้าสัตว์น้ำสวยงามของประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และก่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ซึ่งทราบกันว่า ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติอีกด้วย”ดังนั้น หากไม่ยับยั้ง คาดว่าในอนาคตอาจเกิดการปนเปื้อนทางพันธุกรรมกับชนิดพันธุ์ที่มีในท้องถิ่น และก่อให้เกิดการกีดกันทางการค้า ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ต่ออุตสาหกรรมปลาสวยงามของไทยอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ผู้เพาะเลี้ยงยังมีความผิดทางกฎหมาย ตามมาตรา 65 และ มาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.

ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดพันธุ์สัตว์น้ำที่ห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ.2564 และบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดพันธุ์สัตว์น้ำที่ห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ.2564 เพื่อป้องกันอันตรายมิให้เกิดแก่สัตว์น้ำและระบบนิเวศ มีโทษทั้งจำคุก ไม่เกิน 1-2 ปี ปรับไม่เกิน 1-2 ล้านบาท กรมประมง จึงขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ผู้ประกอบการปลาสวยงาม และกลุ่มลูกค้าปลาสวยงาม ว่าปลาสวยงามมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ที่สำคัญเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากัดมีความสามารถเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว เช่น ที่ผ่านมามีการพัฒนาปลากัดเป็นลายธงชาติไทย หากพัฒนาให้เป็นลายธงชาติประเทศต่างๆ หรือจะผลิตลวดลายสีสันใหม่ๆ ที่สวยงาม แปลกตา สามารถสร้างมูลค่าในตัวเองได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการตัดต่อพันธุกรรมซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายในอนาคต ดังนั้น หากเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ผู้ประกอบการปลาสวยงาม และกลุ่มลูกค้าที่เพาะเลี้ยงและมีครอบครองอยู่ขอให้ส่งให้กรมประมงได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ก.ย.-30 พ.ย. 65 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมง ทั่วประเทศ หรือสำนักงานประมงจังหวัด 77 จังหวัด

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

กบง.เคาะมาตรการช่วยค่าไฟงวดใหม่ผู้ใช้ไฟบ้าน-ขยายเวลาส่วนลด LPG ผู้มีรายได้น้อย : อินโฟเควสท์กบง.เคาะมาตรการช่วยค่าไฟงวดใหม่ผู้ใช้ไฟบ้าน-ขยายเวลาส่วนลด LPG ผู้มีรายได้น้อย : อินโฟเควสท์นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ยงานข่างจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เป็นประธานวันนี้ พิจารณาว่าจากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยได้รับผลกระทบ กระทรวงพลังงานเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการจูงใจให้ภาคประชาชนมีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ที่ประชุม กบง. จึงได้มีการพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และมีมติเห็นชอบแนวทางช่วยเหลือ ดังนี้ (1) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาไฟฟ้าซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยการให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค.65 (ประกอบด้วยส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือน พ.ค.-ส.ค.65 จำนวน 23.38 สตางค์ต่อหน่วย และส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือน ก.ย.-ธ.ค.65 จำนวน 68.66 สตางค์ต่อหน่วย) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากนโยบายของรัฐตามมติคณะรัฐมนตรี (2) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301-500 …
Read more »

ฟิลิปปินส์ยืนยันไม่ขาดแคลนน้ำตาล ชี้ปัญหาเกิดจากพ่อค้ากักตุนน้ำตาลไทย : อินโฟเควสท์ฟิลิปปินส์ยืนยันไม่ขาดแคลนน้ำตาล ชี้ปัญหาเกิดจากพ่อค้ากักตุนน้ำตาลไทย : อินโฟเควสท์หน่วยงานของรัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า รายงานข่าวที่ว่าฟิลิปปินส์เผชิญกับการขาดแคลนน้ำตาลนั้น ไม่เป็นเรื่องจริง พร้อมกับชี้แจงว่าวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เป็นเพราะพ่อค้าบางรายได้ทำการกักตุนน้ำตาลเอาไว้เพื่อทำกำไร โดยจากการตรวจสอบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า มีการกักตุนน้ำตาลนำเข้าจากประเทศไทยประมาณ 60,000 กระสอบในคลังสินค้าต่าง ๆ ของฟิลิปปินส์ “เจ้าหน้าที่ตรวจพบน้ำตาลจำนวนมากในคลังสินค้าต่าง ๆ บนเกาะลูซอน ทำให้รัฐบาลสรุปได้ว่าภาวะขาดแคลนน้ำตาลนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” รัฐบาลฟิลิปปินส์ระบุในแถลงการณ์ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ศุลกากรอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าคลังสินค้าเหล่านี้มีใบอนุญาตการนำเข้าถูกต้องหรือไม่ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ชุดใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ กำลังต่อสู้กับปัญหาน้ำตาลขาดตลาด ซึ่งส่งให้ราคาพุ่งสูงขึ้น โดยปธน.มาร์กอสตัดสินใจสั่งซื้อน้ำตาลจากต่างประเทศ หลังเบื้องต้นปฏิเสธที่จะนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดดังกล่าว พร้อมสั่งการให้บรรดาผู้ค้าปลีกปรับลดราคาลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และจัดระเบียบสำนักคณะกรรมการน้ำตาลทราย หลังเจ้าหน้าที่สำคัญหลายคนลาออกจากตำแหน่ง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ส.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »

'กรมประมง'ออกโรงเตือน! 'ปลาเรืองแสง'สวยอันตราย ตัดต่อพันธุกรรม GMOs'กรมประมง'ออกโรงเตือน! 'ปลาเรืองแสง'สวยอันตราย ตัดต่อพันธุกรรม GMOsคลิกอ่านข่าว : กรมประมงออกโรงเตือน! ปลาเรืองแสงสวยอันตราย ตัดต่อพันธุกรรม GMOs ห่วงถูกกีดกันทางการค้า หวั่นกระทบอุตสาหกรรมปลาสวยงามไทยทั้งระบบ หากมีในครอบครองให้ส่งคืนกรมประมง ตัดต่อพันธุกรรม อันตราย ปลาเรืองแสง กรมประมง GMO ปลาสวยงาม
Read more »

DEMCO ตั้ง ประสิทธิ์ชัย วีระยุทธวิไล นั่งบอร์ดบริหาร-รองผจก.สายตลาดและนวัตกรรม : อินโฟเควสท์DEMCO ตั้ง ประสิทธิ์ชัย วีระยุทธวิไล นั่งบอร์ดบริหาร-รองผจก.สายตลาดและนวัตกรรม : อินโฟเควสท์บมจ.เด็มโก้ (DEMCO) เปิดเผยว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (วาระพิเศษ) ครั้งที่ 5/2565 วันที่ 22 สิงหาคม 2565 เรื่องการปรับโครงสร้างการบริหารงาน โดยเพิ่มสายการตลาดและนวัตกรรมวิศวกรรม และอนุมัติแต่งตั้งนายประสิทธิ์ชัย วีระยุทธวิไล ซึ่งมีประสบการณ์หลากหลายในธุรกิจด้านวิศวกรรมไฟฟ้า สื่อสาร และการตลาด เป็นกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูง ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการสายการตลาดและนวัตกรรมวิศวกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ แผนดำเนินงาน การกำหนดโครงสร้างการบริหาร การศึกษาความเป็นไปได้โครงการลงทุน การพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนการให้คำแนะนำกลุ่มงานด้านบริหารโครงการเพื่อพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามเป้าหมายกลยุทธ์ของบริษัท ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ส.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »

​กรมประมง เตือน “ปลาเรืองแสง” สวยอันตราย ตัดต่อพันธุกรรม GMOs​กรมประมง เตือน “ปลาเรืองแสง” สวยอันตราย ตัดต่อพันธุกรรม GMOs
Read more »



Render Time: 2026-04-02 08:10:28