คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เรียกร้องให้ กสทช. ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับค่ายมือถือที่ลักลอบติดตั้งเสาสัญญาณโทรคมนาคมโดยผิดกฎหมาย บริเวณพื้นที่ชายแดน ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มมิจฉาชีพอื่นๆ โดยเฉพาะการตั้งเสาในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกและฟอกเงิน
คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำโดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ในฐานะประธาน ได้จัดการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่โทรคมนาคมบริเวณพื้นที่ ชายแดน ไทย-กัมพูชา และเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดการติดตั้งเสาอากาศและใช้สัญญาณในการกระทำผิดกฎหมายของอาชญากรรมข้ามชาติและ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมป่าไม้ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมชี้แจงข้อมูล\นายสุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาและชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งฝั่งปอยเปต ฝั่งท่าขี้เหล็ก ชเวโก๊กโก่ และเคเค ปาร์ค มีเสาที่ได้รับอนุญาตตั้งสถานีวิทยุคมนาคมประมาณ 2,705 ใบอนุญาต ซึ่ง กสทช. ได้ทำการเพิกถอนเสาสัญญาณไปบ้างแล้ว และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเสาในพื้นที่อุทยานฯ อย่างเข้มงวด แม้ว่าผู้ให้บริการจะยืนยันว่าดำเนินการตามเงื่อนไขใบอนุญาตก็ตาม ในขณะเดียวกัน นายวรพงษ์ นิภากรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักการอนุญาตวิทยุคมนาคม 2 ได้กล่าวว่า การปรับลดระดับความแรงของสัญญาณในพื้นที่ชายแดนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานโทรศัพท์ของประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ทำให้เกิดปัญหาใหม่ๆ ตามมา อย่างไรก็ตาม กสทช. กำลังดำเนินมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรับมือกับการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้เสาสัญญาณของสแกมเมอร์ โดยมีแนวทางที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้ให้บริการที่ลักลอบตั้งเสาสัญญาณ ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง\นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ ป่าสงวน และป่าสมบูรณ์ โดยพบว่ามี 2 ค่ายโทรศัพท์มือถือที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเสาอากาศมากกว่า 1,500 จุดในเขตป่าสงวนและเขตป่าสมบูรณ์ ทั้งที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องและไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนตั้งแต่เมียนมา-กัมพูชา-มาเลเซีย และฝั่งลาว ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกป่าและอาจรวมถึงฐานฟอกเงิน เนื่องจากทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ได้เน้นย้ำว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการสกัดกั้นเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตั้งเสาสัญญาณในเขตป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน หรือพื้นที่รับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นความผิดที่ชัดเจน จำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มข้น รวมถึงการดำเนินการตามความผิดฐานฟอกเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการเกรงกลัวและปฏิบัติตามกฎหมายมากขึ้น ทั้งนี้ นายมังกร ศรีเจริญกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ได้เสนอแนะให้ กสทช. ใช้อำนาจที่มีอยู่ในการตรวจสอบเอกสารการก่อสร้างเสาอากาศกับหน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อสกัดกั้นการตั้งเสาเถื่อนซึ่งเป็นเครื่องมือของอาชญากรรมทางเทคโนโลย
กสทช. เสาสัญญาณ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โจรสแกมเมอร์ ฟอกเงิน ป่าไม้ ชายแดน
