กนง.มีมติลด ดบ.ที่ 2.00% ศก.ขยายตัวต่ำกว่าคาด-ภาวะการเงินตึงตัว-ความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันการค้ากดดัน

United States News News

กนง.มีมติลด ดบ.ที่ 2.00% ศก.ขยายตัวต่ำกว่าคาด-ภาวะการเงินตึงตัว-ความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันการค้ากดดัน
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 190 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 79%
  • Publisher: 63%

กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 2.

กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 2.00% ต่อปี จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด และภาวะการเงินที่ยังคงตึงตัว โดย GDP ด้านอุปสงค์ขยายตัวจากทั้งการบริโภคภาคเอกชน การส่งออกสินค้าและท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีกว่าคาด แต่ด้านอุปทานขยายตัวต่ำกว่าคาดจากภาคการผลิต ส่งผลให้มี stock run down สูงกว่าปกติ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและ China flooding ที่รุนแรง ประกอบกับการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เพื่อผ่อนคลาย financial condition หลังการขยายตัวของสินเชื่อหดตัวติดต่อกันสองไตรมาส ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปทรงตัวใกล้เคียงขอบล่างกรอบเป้าหมาย ประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่ กนง.

จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมตามที่ Krungthai COMPASS คาดว่าจะอยู่ในช่วง 1.75%-2.00% ในปี 2025 ในระยะข้างหน้าความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าจะเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อ momentum ทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายของ กนง. โดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์ Krungthai COMPASS เผยว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ย มีสาเหตุหลักจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด จากปัจจัยเชิงโครงสร้าง และภาวะการเงินที่ยังตึงตัว กนง. มีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 2.00% ต่อปี ในการประชุมครั้งที่ 1/2025 โดยมีสาระสำคัญดังนี้ -เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยในปี 2024 GDP ด้านอุปสงค์ขยายตัวจากทั้งการบริโภคภาคเอกชน การส่งออกสินค้าและท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีกว่าที่คาด แต่ด้านอุปทานขยายตัวต่ำกว่าคาดจากภาคการผลิตเป็นสำคัญ ส่งผลให้มีระดับ stock run down ที่สูงกว่าปกติ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและ China flooding ที่รุนแรง โดยอุตสาหกรรมเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของ GDP อาทิ รถยนต์ เคมีภัณฑ์ ยางและพลาสติก -อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 เศรษฐกิจไทยยังจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ภาคบริการที่ยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง 2) การบริโภคภาคเอกชน และ 3) การส่งออกสินค้าคาดว่าจะขยายตัวได้ดีในกลุ่มเทคโนโลยีและเกษตรแปรรูปเป็นหลัก -ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงสำคัญจากผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลักโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่มีแนวโน้มจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม อีกทั้ง ภาคการผลิตที่อาจถูกกดดันต่อเนื่อง โดยเฉพาะ SMEs ที่เผชิญปัญหาความสามารถในการแข่งขัน -ภาวะการเงินของไทยยังคงมีความตึงตัว แม้จะเริ่มมีสัญญาณ stabilize ของการขยายตัวและคุณภาพสินเชื่อในภาพรวมบ้าง แต่ยังมีความไม่สมดุลในระบบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยแม้ว่าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะมีการขยายตัวที่ 2.4% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 แต่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัวต่อเนื่องที่ -3.0% โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหาเชิงโครงสร้าง สะท้อนเศรษฐกิจที่ขยายตัวแบบ K-shape ซึ่งยังคงมีความเปราะบางในบางภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ แม้ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง อาทิ นโยบายปรับโครงสร้างหนี้ คลินิกแก้หนี้ และมาตรการคุณสู้เราช่วย แต่ยังคงต้องติดตามประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด -อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงขอบล่างของกรอบเป้าหมาย สาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านอุปทานโดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลง รวมถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างอื่น ๆ เช่น การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นจากสินค้านำเข้าราคาถูก โดย กนง.ได้เน้นย้ำว่าภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำนี้ไม่ได้มีสัญญาณที่จะนำไปสู่ภาวะเงินฝืด ในทางตรงกันข้าม อัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับต่ำมีส่วนช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยในระยะข้างหน้าต้องติดตามความเสี่ยงด้านต่ำต่ออัตราเงินเฟ้อจากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อาจลดลงต่อเนื่องและมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศ Krungthai COMPASS คาด กนง. อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 โดยมองว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เพื่อผ่อนคลาย financial condition ลดภาระทางการเงินของธุรกิจและครัวเรือน หลังการขยายตัวของสินเชื่อภาคธุรกิจหดตัวติดต่อกันสองไตรมาสโดยเฉพาะสินเชื่อกลุ่ม SMEs ที่ยังหดตัวต่อเนื่อง ประกอบกับ Imbalance ของเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้นสะท้อนจาก GDP ด้านอุปสงค์ที่ขยายตัวดี แต่ด้านอุปทานที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะภาคการผลิต ส่งผลให้มี stock run down สูงกว่าปกติ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและ China flooding ที่กระทบชัดเจนมากขึ้น ทำให้การส่งออกที่ขยายตัว ไม่ส่งผ่านผลดีไปสู่ภาคการผลิต โดยในระยะข้างหน้าความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าจะเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อ momentum ทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายของ กนง. โดยการค้าโลกและการส่งออกของไทยยังเผชิญกับสงครามการค้า และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของประเทศหลัก อีกทั้งวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นแรงส่งการส่งออกที่ผ่านมาเริ่มมีแนวโน้มขยายตัวได้ชะลอลง ประกอบกับการปรากฎชัดที่อาจขยายวงของปัญหาเชิงโครงสร้างและ China flooding นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลกระทบต่อค่าเงินบาทหลังแนวโน้มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐ มีการเปลี่ยนแปลง

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ด่วน ! แบงก์ชาติประกาศลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 2.00%ด่วน ! แบงก์ชาติประกาศลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 2.00%กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 2.25% เป็น 2.00% ต่อปี หลังเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าคาด หลังจากมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายล่าสุด 16 ต.ค.57 ที่ผ่านมา
Read more »

กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% หนุนตลาดหุ้นไทยทะยานบวก 22.15 จุด ขยับขึ้น 1228.54 จุดกนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% หนุนตลาดหุ้นไทยทะยานบวก 22.15 จุด ขยับขึ้น 1228.54 จุดSET Index เด้ง 22.15 จุด หลัง กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.25% เป็น 2.00% ต่อปี สร้างแรงเซอร์ไพรส์ให้ตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายบรรยากาศลงทุนคึกคัก โบรกแนะจับตาด่านต่อไป สุดสัปดาห์ Rebalance ดัชนี MSCI อาจกดดันตลาดหุ้น
Read more »

ด่วน! เซอร์ไพรส์ตลาด กนง. มีมติลดดอกเบี้ย 0.25 % จาก 2.25% เป็น 2.00% ต่อปี ให้มีผลทันทีด่วน! เซอร์ไพรส์ตลาด กนง. มีมติลดดอกเบี้ย 0.25 % จาก 2.25% เป็น 2.00% ต่อปี ให้มีผลทันทีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 2.25% เป็น 2.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที
Read more »

กนง.ลดดอกเบี้ยเหลือ 2% กังวลภาคผลิตทรุด ฉุด GDP ห่วงเศรษฐกิจโตต่ำเป้า เลี่ยงตอบการเมืองกดดันกนง.ลดดอกเบี้ยเหลือ 2% กังวลภาคผลิตทรุด ฉุด GDP ห่วงเศรษฐกิจโตต่ำเป้า เลี่ยงตอบการเมืองกดดันกนง.มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 2.00% กังวลภาคการผลิตหดตัว ฉุด GDP ปี 68 โตต่ำกว่าคาด ย้ำไม่ใช่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง (easing cycle) ให้น้ำหนักแนวโน้มเศรษฐกิจ
Read more »

ธนาคารไทยพาณิชย์คาดเงินบาททรงตัวในกรอบ 33.50-34.00 บาท/ดอลลาร์ แม้ กนง. ลดดอกเบี้ยเหลือ 2%นาคารไทยพาณิชย์ประเมินหลังกนง. ลดดอกเบี้ยมาที่ 2.00% แต่ยังไม่ส่งสัญญาณลดเพิ่มเติม โดยเงินบาทอ่อนค่าหลัง กนง. ลดดอกเบี้ย แต่มี correction กลับมาที่ระดับใกล้เคียงเดิม ในระยะต่อไปคาดเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.
Read more »

ส่องอนาคต “หุ้นธนาคาร” กนง.หั่นดอกเบี้ยเหลือ 2.00% แบงก์ไหน ได้-เสีย ประโยชน์?ส่องอนาคต “หุ้นธนาคาร” กนง.หั่นดอกเบี้ยเหลือ 2.00% แบงก์ไหน ได้-เสีย ประโยชน์?จับตาผลกระทบหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติหั่นดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.00%
Read more »



Render Time: 2026-04-02 13:13:41