กนง.เกาะติดนโยบายรัฐบาลใหม่ ย้ำต้องดูแลความเสี่ยงเงินเฟ้อ

United States News News

กนง.เกาะติดนโยบายรัฐบาลใหม่ ย้ำต้องดูแลความเสี่ยงเงินเฟ้อ
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 moneynbanking
  • ⏱ Reading Time:
  • 137 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 58%
  • Publisher: 51%

ดร. ปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองใช้นโยบายหาเสียงแบบประชานิยมซึ่งจะทำให้มีข้อกังวลว่าจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ว่าในเรื่องนี้จะต้องพิจารณาแต่ละนโยบาย แต่โดยหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ

ด้านแนวโน้มเงินเฟ้อโดยปัจจุบันเงินเฟ้อของโลกอยู่ในระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์โดยคาดว่าเงินเฟ้อโลกจะยังไม่ลดลงเท่าระดับก่อนโควิดในเร็วๆ นี้ สำหรับเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเช่นเดียวกันเนื่องจากในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมาพลวัตของเงินเฟ้อไทยขึ้นอยู่กับเงินเฟ้อโลกพอสมควร “กนง.

ไม่สามารถระบุได้ว่าในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นจุดสูงสุดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยควรอยู่ที่เท่าไร เนื่องจากยังต้องพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ รวมถึงต้องลดความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอีกระยะ” นายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เงินเฟ้อของไทยแม้จะลดลงตามที่ประเมินไว้และเริ่มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2566 แต่ยังมีความเสี่ยงด้านสูงจากแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการส่งผ่านต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเผชิญภาวะต้นทุนสูงต่อเนื่องและอาจมีต้นทุนบางส่วนที่ยังไม่ได้ส่งผ่านในช่วงก่อนหน้า รวมถึงต้นทุนบางประเภทยังอยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะราคาพลังงานในประเทศ โดยข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดเดือน มี.ค. 2566 พบว่าราคาอาหารสำเร็จรูปยังปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อยตามต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง และยังมีสินค้าและบริการบางส่วนที่ยังไม่ได้ส่งผ่านต้นทุนในช่วงก่อนหน้า ดังนั้น ต้องติดตามแรงกดดันด้านอุปสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่อาจเอื้อต่อการส่งผ่านของต้นทุนในระยะต่อไป “สิ่งที่จับตาคือเงินเฟ้อพื้นฐานโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปและบริการ เนื่องจากหากนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มในอนาคตและใช้บริการอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้นจะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มสูงขึ้นได้” นายสุรัช เปิดเผยต่อว่า จากการที่กนง. ปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมาภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายตึงตัวขึ้นบ้างสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขณะที่ธนาคารพาณิชย์ส่งผ่านดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยภายหลังจากกนง. ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 4 ครั้ง พบว่าธนาคารพาณิชย์มีการส่งผ่านอันตราดอกเบี้ยมาที่ MLR หรือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีที่ 68% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 53-54 ที่อยู่ที่ 56% ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในขาขึ้นเช่นเดียวกัน สำหรับการส่งผ่านไปยัง MRR หรืออัตราดอกเบี้ย ที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดีอยู่ที่ 63% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปี 53-54 ซึ่งอยู่ที่ 63% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารพาณิชย์พยายามที่จะช่วยเหลือและประคับประคองลูกหนี้รายย่อย สำหรับต้นทุนการกู้ยืมของธุรกิจปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนของภาคเอกชนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสะท้อนจากปริมาณสินเชื่อและการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ยังขยายตัว โดยธุรกิจได้เร่งระดมทุนผ่านตราสารหนี้ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อล็อกต้นทุน ขณะที่ธุรกิจในภาคบริการและ SMEs ยังได้รับสินเชื่อใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมามีส่วนช่วยให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่สะดุด และลดความเสี่ยงที่เงินเฟ้อที่จะอยู่ในระดับสูงนานต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจไทยกลับสู่ระดับ pre -COVID แล้วและมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องและมีการฟื้นตัวที่กระจายตัวขึ้น เงินเฟ้อทั่วไปโน้มลดกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงไตรมาส 2 ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีความมั่นคง ขณะที่แม้ธุรกิจ SMEs และครัวเรือนบางส่วนยังเปราะบาง แต่รายได้เริ่มปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

moneynbanking /  🏆 44. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ครัวเรือนกังวลภาระหนี้ หลังดอกเบี้ยขาขึ้น ฉุดดัชนี KR-ECI มี.ค.ลดลง : อินโฟเควสท์ครัวเรือนกังวลภาระหนี้ หลังดอกเบี้ยขาขึ้น ฉุดดัชนี KR-ECI มี.ค.ลดลง : อินโฟเควสท์ในเดือนมี.ค. 66 ท่ามกลางทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้เริ่มเห็นความกังวลที่มากขึ้นของครัวเรือน เกี่ยวกับภาระหนี้สิน โดยสะท้อนผ่านองค์ประกอบดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) ด้านภาระในการชำระหนี้ของครัวเรือนในเดือนนี้ลดลง (กังวลเพิ่มขึ้น) อย่างมีนัยสำคัญที่ 42.3 จาก 46.8 ในเดือนก.พ.66 ทั้งนี้ ได้เริ่มเห็นความกังวลของครัวเรือนที่มีต่อประเด็นดังกล่าว ตั้งแต่ในเดือนม.ค.66 ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตั้งแต่เดือนส.ค. 65 โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ที่ 1.75% ต่อปี (มติ กนง. เมื่อวันที่ 29 มี.ค.66) และพบว่าในเดือนธ.ค.66 เริ่มมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มลูกค้ารายย่อย (MRR) โดยขณะนี้มีการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวแล้วทั้งสิ้นประมาณ 0.90% ซึ่งต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ครัวเรือนมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้มากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะกดดันการบริโภคของครัวเรือนในอนาคต ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้ามีความเป็นไปได้ที่ กนง. อาจยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ออีก 1 ครั้ง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะอยู่ที่ 2.00% ต่อปี ณ สิ้นปี 2566 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวดีต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย อัตราเงินเฟ้อที่แม้ปรับลดลงเร็ว (เดือนมี.ค. 66 อยู่ที่ 2.83%YoY) แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจกลับมาผันผวนได้ […]
Read more »

กนง.ขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.75% ฉุดความเชื่อมั่นอสังหาฯ ลดลงกนง.ขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.75% ฉุดความเชื่อมั่นอสังหาฯ ลดลงศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผย กนง.ขึ้นดอกเบี้ย สู่ 1.75% ฉุดความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอสังหาฯ ไตรมาสแรก ลดลงสู่ 46.7 อีกทั้ง ต้นทุนสูง ยังกดดันฝั่งการพัฒนาโครงการ คาด 6 เดือนข้างหน้าสถานการณ์ดีขึ้น หลังภาคการท่องเที่ยวฟื้น บวกนักช้อปอสังหาฯชาวจีน เข้ามาลงทุนมากขึ้น
Read more »

รายงาน กนง.ระบุพร้อมปรับเงื่อนเวลาขึ้นดอกเบี้ย หากศก.-เงินเฟ้อเปลี่ยนไปจากคาด : อินโฟเควสท์รายงาน กนง.ระบุพร้อมปรับเงื่อนเวลาขึ้นดอกเบี้ย หากศก.-เงินเฟ้อเปลี่ยนไปจากคาด : อินโฟเควสท์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2566 วันที่ 29 มี.ค. 2566 ซึ่งในการประชุมดังกล่าว กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปีจาก 1.50% เป็น 1.75% ต่อปี ซึ่งคณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อจากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่อาจเพิ่มขึ้น “จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เข้าสู่ระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาวอย่างค่อยเป็นค่อยไป” รายงาน กนง.ระบุ คณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้แรงงาน และการบริโภคภาคเอกชน โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ขยายตัวที่ 3.6% และในปี 2567 จะขยายตัวที่ 3.8% จากปัจจัยสำคัญ คือ 1. ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวชัดเจน สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบทุกสัญชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 จะอยู่ที่ 28 ล้านคน และปี 2567 จะอยู่ที่ 35 […]
Read more »

เปิดรายงานประชุม “กนง.” พร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อลดความเสี่ยงเงินเฟ้อเปิดรายงานประชุม “กนง.” พร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อลดความเสี่ยงเงินเฟ้อตลาดการเงินโลกมีความผันผวนสูง ตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรปที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ขณะที่เสถียรภาพระบบการเงินมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัญหาสถาบันการเงิน
Read more »

ธปท.จับตานโยบายประชานิยม ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อสูง หลังศก.ติดเครื่อง : อินโฟเควสท์ธปท.จับตานโยบายประชานิยม ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อสูง หลังศก.ติดเครื่อง : อินโฟเควสท์นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวแสดงความเห็นในงาน Monetary Policy Forum ต่อกรณีที่หลายพรรคการเมืองใช้นโยบายหาเสียงประชานิยม ซึ่งอาจทำให้มีข้อกังวลว่าจะยิ่งเพิ่มให้เงินเฟ้อสูงขึ้นหรือไม่ว่า จะต้องไปพิจารณารายละเอียดในแต่ละนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะหากมีหลักการเพื่อมุ่งรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจแล้ว ทั้งนโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง ก็จำเป็นต้องประสานกันต่อไป ทั้งนี้ มองว่านโยบายการคลัง และนโยบายการเงิน ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 นั้น เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาคการคลัง และภาคการเงิน แต่ในระยะข้างหน้า ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวและยังมีแรงส่ง จึงเป็นเหตุผลให้ต้องถอนคันเร่งภาคการเงิน เช่นเดียวกับภาคการคลัง ที่ทยอยยกเลิกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาไปในช่วงที่ผ่านมาแล้ว นายปิติ กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมรอบวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เนื่องจากมองว่าแม้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ก็ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ จากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่อาจเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวกลับมาเติบโตได้ดี ซึ่งจะทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ประกอบกับเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ผู้ประกอบการภาคการผลิตจะเริ่มทยอยส่งผ่านต้นทุนที่ยังค้างอยู่จากปีที่แล้ว ไปยังราคาสินค้าและบริการในปีนี้ ดังนั้น ถ้าสถานการณ์เอื้อให้ปรับขึ้นราคาสินค้า ก็จะทำให้เงินเฟ้อยังมีโอกาสอยู่ในระดับที่สูงต่อไปได้ พร้อมระบุว่า การที่ กนง.มองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายยังมีความจำเป็น เนื่องจากมองเห็นพัฒนาการของเงินเฟ้อ และขณะนี้เงินเฟ้อยังไม่อยู่ในระดับที่ กนง.จะสบายใจได้ […]
Read more »

ธปท.มองการส่งออกผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน Q4/65 เชื่อเห็นการฟื้นตัวครึ่งหลังปี 66 : อินโฟเควสท์ธปท.มองการส่งออกผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน Q4/65 เชื่อเห็นการฟื้นตัวครึ่งหลังปี 66 : อินโฟเควสท์นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Monetary Policy Forum ถึงการส่งออกของไทยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่าในปีนี้ การส่งออกของไทยหดตัว 0.7% และปี 67 จะสามารถกลับมาขยายตัวได้ที่ 4.3% ซึ่งการส่งออกของไทยถือว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 4/65 ซึ่งในช่วงนั้นการส่งออกชะลอตัวค่อนข้างแรงตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ แต่ปัจจุบันมองว่าการส่งออกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว และเชื่อว่าจะเริ่มเห็นทิศทางการปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีนี้ โดยจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 67 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สินค้าส่งออกใน 3 กลุ่มหลักที่จะกลับมาฟื้นตัว ได้แก่ กลุ่มแรก ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์เครื่องจักร กลุ่มที่สอง สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร และกลุ่มสาม ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 เม.ย. 66) Facebook […]
Read more »



Render Time: 2026-04-02 22:37:28