กทม. เตรียมเปิด PPP สัมปทาน 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' หลังสัญญาเดิมหมดปี 2572

ขนส่งสาธารณะ News

กทม. เตรียมเปิด PPP สัมปทาน 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' หลังสัญญาเดิมหมดปี 2572
รถไฟฟ้าสายสีเขียวPPPสัมปทาน
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 460 sec. here
  • 14 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 204%
  • Publisher: 63%

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมศึกษาและเปิดประมูล PPP สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังสัญญาเดิมกับ BTS สิ้นสุดในปี 2572 โดยวางแผนจะสรุปรูปแบบการลงทุนในปี 2569 และเสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ก่อนเปิดประมูลในปี 2571 เพื่อให้ทันต่อการหมดสัญญาเดิม

กทม. ลุยศึกษาเปิด PPP สัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีเขียว ” หลังเตรียมหมดสัญญาเดิมในปี 2572 เบื้องต้นวางโมเดลเหมาะสมที่สุด PPP Gross cost กทม. กลับมาบริหารเอง และจ้างเอกชนเดินรถ คาดศึกษาโครงการแล้วเสร็จปีหน้าชง “มหาดไทย” พิจารณา ตั้งเป้าเปิดประมูลปี 2571 ด้าน “บีทีเอส” ขอศึกษาเงื่อนไขทีโออาร์ ก่อนตัดสินใจร่วมประมูลสัญญา สัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนหลักของ BTS จะสิ้นสุดลงในปี 2572 ทำให้กรุงเทพมหานคร ต้องเตรียมการเพื่อบริหารโครงการต่อ กทม.

กำลังศึกษาและเตรียมเปิดประมูลหารายใหม่ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปรูปแบบที่ชัดเจนในปี 2569 ผลการศึกษาจะต้องถูกเสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อเริ่มกระบวนการคัดเลือกเอกชนให้ทันก่อนสัญญาปัจจุบันจะหมดอายุเป็นขนส่งมวลชนระบบรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย โดยกลุ่มบริษัท ธนายง จำกัด ชนะประมูลและตั้งบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หรือ BTSC ซึ่งได้รับสัญญาสัมปทานจากกรุงเทพมหานคร ในการสร้างและบริหารระบบรถไฟฟ้า ซึ่งกรุงเทพมหานครเป็นผู้จัดหาที่ดินและเอกชนเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด 100% โดยใช้เงินลงทุน 51,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ส่วนสัมปทานประกอบด้วย ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน เปิดให้บริการเมื่อปี 2542 มีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี ตั้งแต่ปี 2542-2572 ซึ่งเมื่อครบกำหนดผู้รับสัมปทานจะต้องส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กรุงเทพมหานคร รวมทั้งปัจจุบันโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งหมดมี 60 สถานี รวมระยะทาง 68.25 กิโลเมตร มีสถานีสยามเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายหลัก นอกจากนี้ BTSC ยังได้รับสัญญาจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ที่ กทม.มีหนี้ค้างค่าจ้างประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัญญาจ้างจะสิ้นสุดสัญญาในปี 2585 ดังนี้2.ปี 2556 ได้รับสัญญาจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 วงเวียนใหญ่-ตลาดพลู-บางหว้านายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร กล่าวในงานประชุมสัมมนาเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการงานศึกษาและวิเคราะห์โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร หลังหมดสัญญาสัมปทาน 30 ปี ให้สอดคล้องตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 เพื่อนำข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณาจัดทำเอกสารประกวดราคา สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นอีกหนึ่งในภารกิจสำคัญของ กทม.ในการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนทางรางให้เป็นระบบขนส่งมวลชนหลัก ซึ่งเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายแรกของไทยพร้อมกัน 2 สาย ได้แก่ สายสุขุมวิท และสายสีลม เมื่อปี 2542 รวมทั้งต่อมาได้ลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายที่ 2 ขณะที่ปี 2561 คณะรัฐมนตรี มีมติให้ กทม.เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถในส่วนต่อขยายที่ 2 รวมถึงมีมติเห็นชอบให้โอนทรัพย์สินของโครงการในส่วนต่อขยายที่ 2 ให้ กทม.เพื่อประสิทธิภาพและชาวกรุงเทพฯ ได้รับความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบบริหารจัดการเดียวกันสำหรับการจัดสัมมนาครั้งนี้ จะศึกษาถึงส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายหลัก ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ระยะทางรวม 23.5 กิโลเมตร จำนวน 24 สถานี ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานโครงการภายใต้สัมปทานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี และเมื่อครบอายุสัมปทานในปี 2572 เอกชนจะต้องส่งมอบทรัพย์สินให้กับ กทม. ด้วยเหตุนี้สำนักการจราจรและขนส่ง จึงต้องจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและวิเคราะห์โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายหลัก หลังหมดสัมปทาน 30 ปี เพื่อให้ต่อเนื่องในการให้บริการเป็นระบบเดียวกันกับส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 และให้สอดคล้อง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ทั้งนี้ สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน นำมาพิจารณาประกอบการศึกษาของโครงการ พร้อมทั้งมีแผนดำเนินงานจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นการลงทุนโครงการของภาคเอกชนอีกครั้ง เดือน พ.ย.-ธ.ค.2568 เพื่อนำเสนอผลการศึกษาของโครงการให้ภาคเอกชนรับทราบตัวแทนที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า กรอบดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมของการจัดทำโครงการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนรัฐ ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลัก ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ขณะนี้ที่ปรึกษาได้เริ่มดำเนินการรวบรวมข้อมูลและศึกษาคืบหน้าประมาณ 43% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ม.ค.2569 หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมของรูปแบบพีพีพี ดังนั้นปี 2569 จะได้เห็นความชัดเจนของรูปแบบพีพีพีที่เหมาะสม สำหรับเตรียมความพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนเปิดประกวดราคาจัดหาเอกชนร่วมลงทุน โดยตามกระบวนการเมื่อศึกษาแล้วเสร็จจะต้องเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นชอบ ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะเสนอได้ภายในเดือน มิ.ย.2569 หากผ่านการเห็นชอบก็จะเสนอไปยัง ครม.พิจารณาในเดือน เม.ย.2570 และคาดจะเริ่มกระบวนการจัดทำเอกสารประกวดราคา ทันที เพื่อเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในเดือน มี.ค.2571 “ตามกฎหมายได้กำหนดไว้ว่าเมื่อโครงการที่เอกชนร่วมลงทุนรัฐใกล้จะหมดสัญญาสัมปทาน ภายใน 5 ปีก่อนหมดสัญญาจะต้องเริ่มกระบวนการศึกษาความเหมาะสมของรูปแบบที่จะดำเนินการต่อ โดยในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลัก ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการศึกษาเปรียบเทียบโมเดลที่จะบริหารโครงการหลังหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572 รูปแบบใดเหมาะสมมากที่สุด” ทั้งนี้ จากการพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับรายได้การเดินรถ สื่อโฆษณา และทรัพย์สินของรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบันที่เอกชนต้องส่งมอบให้กับ กทม.นั้น อาทิ สถานีรถไฟฟ้า สื่อโฆษณาในสถานี รวมไปถึงอาคารสำนักงานที่จตุจักร พบว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีทรัพย์สินและมูลค่าค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีรายได้จากค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตหากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าเป็นขนส่งมวลชนหลัก จะสร้างโอกาสให้กับเอกชนที่เข้ามาร่วมประมูลโครงการนี้อย่างไรก็ดี จากปัจจัยบวกดังกล่าวที่ปรึกษาจึงประเมินว่าด้วยโครงการมีมูลค่าสูง และมีความเสี่ยงน้อย ดังนั้นรูปแบบพีพีพีที่เหมาะสมในขณะนี้อาจจะเป็น PPP Gross Cost โดยภาครัฐเป็นผู้จัดเก็บรายได้จากค่าโดยสารและรายได้เชิงพาณิชย์ ภาครัฐจะรับความเสี่ยงด้านรายได้เองทั้งหมด และจะจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับเอกชนในรูปแบบของเงินค่าจ้างจากการบริหารงานเดินรถ ซึ่งรูปแบบพีพีพีลักษณะนี้ ปัจจุบันก็ใช้ดำเนินการในหลายโครงการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่ปรึกษาโครงการ ระบุด้วยว่า รูปแบบการร่วมลงทุนที่เหมาะสมคงต้องรอให้ผลการศึกษาเปรียบเทียบแล้วเสร็จ แต่ลักษณะของ PPP Gross Cost เป็นรูปแบบที่เหมาะสมจะใช้ในโครงการมีความเสี่ยงต่ำ แต่อย่างไรก็ดี ที่ปรึกษาจะเปรียบเทียบความเหมาะสมในทุกรูปแบบ รวมไปถึง PPP Net Cost ที่เอกชนเป็นผู้จัดเก็บรายได้ รับความเสี่ยง และจ่ายค่าสัมปทานหรือส่วนแบ่งให้รัฐ “โครงการนี้ท้ายที่สุดอาจจะเป็น กทม.บริหารเอง และจ้างเอกชนเดินรถ หรืออาจจะให้เอกชนทำทั้งหมด หรืออาจจะโอนย้ายให้กระทรวงคมนาคมนำไปบริหารจัดการก็มีโอกาสเป็นไปได้หมด และมองว่าไม่ว่าจะออกมาเป็นรูปแบบใดก็ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เพราะขณะนี้กำลังจะมี พรบ.ตั๋วร่วม" ดังนั้นในอนาคตเมื่อโครงการนี้เริ่ม และไม่ว่าใครเป็นผู้บริหารจัดการ ประชาชนก็สามารถเข้าออกระบบรถไฟฟ้าเชื่อมต่ออย่างสะดวก ส่วนในกรณีที่การเปิดกว้างให้เอกชนยื่นข้อเสนอร่วมประมูลครั้งนี้ ทางเอกชนผู้รับสัมปทานในปัจจุบันจะเป็นผู้มีข้อได้เปรียบหากเทียบกับเอกชนรายอื่นนั้น ก็คงต้องรอดูข้อเสนอของแต่ละหลาย หรือท้ายที่สุดแนวทางเหมาะสมอาจจะเป็นการเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรายเดิม เพื่อให้การให้บริการเกิดความต่อเนื่อง เงื่อนไขนี้ก็อยู่ในแนวทางการศึกษาความเหมาะสมทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ซึ่งสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในปี 2572 แต่ยังคงมีสัญญาจ้างเดินรถกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หรือ BTSC ระหว่างปี 2572-2585 เช่นเดียวกับส่วนต่อขยายที่ 1 และต่อขยายที่ 2 มีสัญญาสัมปทานจ้างเดินรถสิ้นสุดในปี 2585 ดังนั้นเอกชนที่ได้รับสัมปทานบริหารในโครงการนี้จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนเดินรถให้กับ BTSC ตามสัญญากำหนด ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวด้วยว่า ผู้ที่ได้สิทธิในการบริหารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลักหลังจากปี 2572 ยังจำเป็นต้องจ่ายค่าผลตอบแทนให้กับ BTSC ส่วนสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว ต่อขยายที่ 1 และต่อขยายที่ 2 ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับสัญญาในโครงการนี้ ดังนั้นจะยังคงเป็นหน้าที่ของ กทม.ในการจ่ายค่าตอบแทนจ้างเดินรถ แต่เบื้องต้นมั่นใจว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะโครงการมีความเสี่ยงต่ำ ผู้รับสัมปทานมีโอกาสสร้างรายได้สูง แม้จะต้องจ่ายค่าจ้างเดินรถให้กับเอกชนตามสัญญาเดิมก็ตาม แหล่งข่าวจาก BTSC กล่าวว่า บริษัทฯ สนใจในโครงการบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลักตามที่ กทม.จะดำเนินการเปิดให้ร่วมลงทุน แต่ต้องรอพิจารณาแนวทางและผลการศึกษาที่ชัดเจนก่อนว่าเหมาะสมต่อการเข้าร่วมประมูลหรือไม่ เพราะไม่ว่าจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรก็ยังไม่ได้เป็นผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากหลังปี 2572 บริษัทฯ ยังมีสัญญาจ้างเดินรถที่จะครอบคลุมไปถึงปี 2585รายงานข่าวระบุว่า การพิจารณาสัญญาต่อสัมปทานให้ BTSC มีความพยายามที่จะดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 โดยเมื่อมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2562 ให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการดูแลการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว 30 ปี รวมทั้งร่างสัญญาต่อสัมปทานได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ในเดือน พ.ย.2562 ทั้งนี้ เมื่อมีการนำวาระการต่อสัญญาเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้ถูกตีกลับให้หาข้อมูลเพิ่ม รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยขอถอนวาระเองตลอดปี 2563-2564 จนกระทั่งมีการเสนอ ครม.เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564 กระทรวงมหาดไทยขอถอนวาระหลังจากกระทรวงคมนาคมมีข้อท้วงติงเพิ่ม 4 ข้อ สำหรับการท้วงติงดังกล่าว นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย ขณะนั้นยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมมีข้อทักท้วงที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครตอบคำถามขณะที่สัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง BTSC ได้ฟ้องให้ กทม.และบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด แล้ว 2 คดี โดยคดีแรกเป็นค่าจ้างส่วนต่อขยาย 1 เดินรถ พ.ค.2562-พ.ค.2564 และส่วนต่อขยาย 2 เดินรถ เม.ย.2560-พ.ค.2564 จำนวนเงิน 14,476 ล้านบาท ซึ่งศาลปกครองชี้ว่าเป็นสัญญาชอบด้วยกฎหมาย สำหรับคดีดังกล่าวสิ้นสุดแล้วโดย กทม.ชำระให้สำนักงานบังคับคดี สำนักงานศาลปกครองแล้ว เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2567 ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2567 ทั้งนี้ปัจจุบัน กทม. ยังมีหนี้ค้างชำระค่าจ้างให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว รวมกว่า 3.4 หมื่นล้านบาท ที่สภากรุงเทพมหานครเห็นชอบในหลักการในการตั้งงบประมาณปี 2569 เพื่อชำระให้ BTSC หนี้ก้อนที่ 2 ค่าจ้าง O&M รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2564 ถึงวันที่ 20 พ.ย.2565 รวม 11,811 ล้านบาท ซึ่งศาลปกครองกลางตัดสินวันที่ 29 ก.ย.2568 ให้ กทม.ชำระภายใน 180 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หนี้ก้อนที่ 3 ค่าจ้าง O&M รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ตั้งแต่ พ.ย.2565-ธ.ค.2567 รวม 17,596 ล้านบาท คิดเป็นเงินต้น 15,762 ล้านบาท และดอกเบี้ย 1,833 ล้านบาท หนี้ก้อนที่ 4 ค่าจ้าง O&M รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ตั้งแต่ 1 ม.ค.2568-พ.ค.2568 รวม 3,697 ล้านบาท คิดเป็นเงินต้น 3,650 และดอกเบี้ย 46.78 ล้านบาท

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

รถไฟฟ้าสายสีเขียว PPP สัมปทาน กทม. BTS

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ราชกิจจาฯ เผยแพร่กฎกระทรวง ยกเว้นภาษีคริปโตเป็นเวลา 5 ปีราชกิจจาฯ เผยแพร่กฎกระทรวง ยกเว้นภาษีคริปโตเป็นเวลา 5 ปีราชกิจจานุเบกษาประกาศกฎกระทรวง ยกเว้นภาษีกำไรคริปโท 5 ปี ตั้งแต่ปี 2568–2572 หนุนไทยสู่ศูนย์กลางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลโลก
Read more »

กลุ่ม ปตท. เปิดตัวโครงการ AXIS ประกาศแผน 5 ปี เดินหน้าองค์กรด้วยนวัตกรรม AIกลุ่ม ปตท. เปิดตัวโครงการ AXIS ประกาศแผน 5 ปี เดินหน้าองค์กรด้วยนวัตกรรม AIกลุ่ม ปตท. เปิดตัวโครงการ AXIS ประกาศแผน 5 ปี เดินหน้าองค์กรด้วยนวัตกรรม AI มุ่งลดต้นทุนทางการผลิตสู้แข่งขันในตลาด พร้อมพัฒนาทักษะพนักงานกว่า 4,000 คน ปรับตัวเท่าทันเทคโนโลยี วางเป้าหมายสร้าง digital value creation หนึ่งหมื่นสองพันล้านบาทภายในปี 2572
Read more »

กสทช.ไฟเขียว แนวทางโรดแมปอนาคตทีวี จ่อคลอดก่อนสิ้นปี 2568กสทช.ไฟเขียว แนวทางโรดแมปอนาคตทีวี จ่อคลอดก่อนสิ้นปี 2568กสทช.ไฟเขียวอนุมัติแนวทางสู่การวางโรดแมปทีวีในอนาคต นำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ คลอดแน่ก่อนสิ้นปี รับมือหลังทีวีดิจิทัลหมดอายุปี 2572
Read more »

กสทช.ไฟเขียวอนุมัติแนวทางโรดแมปทีวีดิจิทัล คลอดก่อนสิ้นปี 68กสทช.ไฟเขียวอนุมัติแนวทางโรดแมปทีวีดิจิทัล คลอดก่อนสิ้นปี 68บอร์ด กสทช. มีมติเปิดรับฟังความคิดเห็นจากอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสรุปผลภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นพื้นฐานจัดทำร่างแผนที่นำทางกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย เตรียมให้ทันการณ์ก่อนใบอนุญาตประกอบกิจการดิจิทัลหมดอายุปี 2572 วันนี้ (11 ก.ย.2568) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.
Read more »

“กสทช.” ไฟเขียวให้รับฟังความคิดเห็นแผนจัดทำข้อมูลฉากทัศน์ทีวีดิจิตอล“กสทช.” ไฟเขียวให้รับฟังความคิดเห็นแผนจัดทำข้อมูลฉากทัศน์ทีวีดิจิตอลกสทช. มีมติให้รับฟังความคิดเห็นแผนการจัดทำข้อมูลฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย รองรับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลหมดอายุปี 2572
Read more »

มาแล้ว ”ทางเลี่ยงเมืองด่านขุนทด” ทางเลี่ยงเมืองแนวใหม่แห่งที่ 66มาแล้ว ”ทางเลี่ยงเมืองด่านขุนทด” ทางเลี่ยงเมืองแนวใหม่แห่งที่ 66งบมาแล้วได้เวลาก่อสร้าง ทางเลี่ยงเมืองด่านขุนทด จ. นครราชสีมา ทางเลี่ยงเมืองแห่งที่ 66 ของกรมทางหลวง พร้อมเปิดบริการปี 2572 วิ่งฉิวเชื่อมโครงข่ายการเดินทางภาคอีสานสะดวกยิ่งขึ้น | เดลินิวส์
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:36:10