กกพ.งดเก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าชั่วคราว เริ่ม ม.ค.66 ลดภาระให้ปชช. กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ค่าไฟ ค่าไฟฟ้า ไฟฟ้า อินโฟเควสท์
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจพลังงาน ในฐานะโฆษกกกพ. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย.65 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบทบทวนการกำหนดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา 97 จากเดิม “โดยเรียกเก็บจากผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าในอัตรา 0.
5 สตางค์ต่อหน่วย” เป็น “โดยเรียกเก็บจากผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าในอัตราไม่เกิน 0.5 สตางค์ต่อหน่วย” ตามที่ กกพ. เสนอ โดยมอบหมายให้ กกพ. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้การบริหารจัดการ และการกำกับดูแลการนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า เป็นไปตามกรอบนโยบายตามที่ กพช. ให้ความเห็นชอบ และเป็นไปตามมติ กกพ. ในการประชุมเมื่อวันที่ 2 ก.ย.65 และ 12 ต.ค.65 ที่ให้ทบทวนอัตราการนำเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามาตรา 97 และมาตรา 97 โดยเรียกเก็บจากผู้ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า ในอัตรา 0 เป็นการชั่วคราว สำนักงาน กกพ. จะเร่งดำเนินการออกประกาศ เรื่อง การนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำหรับผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่ใช้ในการประกอบกิจการไฟฟ้า ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ) และประกาศ เรื่อง การนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำหรับผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า ) ในอัตรา 0 และจัดให้มีให้มีการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางเว็บไซด์สำนักงาน กกพ. ต่อไป “คาดว่าจากมาตรการงดเว้นการจัดเก็บเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว จะสามารถลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนโดยเฉพาะในปี 66 ที่แนวโน้มค่าไฟยังคงมีแนวโน้มสูงและแพงต่อเนื่องได้รวม 1,534.92 ล้านบาท โดยจะลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนลงเป็นจำนวน 0.0063 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มมีผลตั้งแต่ม.ค.66 เป็นต้นไป”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
คลอดแนวปฏิบัติ-ปฏิทินรับ น.ร.ปี'66 อนุบาล-ม.4 'เงื่อนไขพิเศษ-เขตพื้นที่บริการ' เริ่มสมัคร 12 ก.พ.คลอดแนวปฏิบัติ-ปฏิทินรับ น.ร.ปี’66 อนุบาล-ม.4 ‘เงื่อนไขพิเศษ-เขตพื้นที่บริการ’ เริ่มสมัคร 12 ก.พ. via MatichonOnline
Read more »
กอบศักดิ์ คาดดัชนีปลายปีนี้อยู่ที่ 1,685 จุด ได้แรงหนุน Flow ไหลเข้า, คาดปี 66 ผันผวนจากวิกฤตตลาดเกิดใหม่ : อินโฟเควสท์นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า FETCO ประเมินดัชนีฯ ปลายปี 65 จะอยู่ที่ระดับ 1,685 จุด สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวในปัจจุบันที่ 1,585-1,709 จุด จากเงินทุนต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง หลังกองทุนต่างๆ อยู่ในช่วงของการปรับพอร์ตการลงทุน และมีการ Relocate มาในตลาดหุ้นที่มีเสถียรภาพ โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่นักลงทุนมองว่าเป็น Safe Haven อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี หลังจากในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้วกว่า 6 ล้านคน และคาดว่าจะแตะระดับ 10 คน ภายในช่วงสิ้นปีนี้ รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่เริ่มเป็นบวก ทำให้ค่าเงินบาทเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามมองปัจจัยบวกดังกล่าวถือเป็นภาพระยะสั้น เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะยังออกมาส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับ 2% ขณะเดียวกันก็มีเรื่องของ Recession หรือภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รออยู่ข้างหน้าด้วย เนื่องจากมองว่าปี 66 เศรษฐกิจโลกน่าจะผันผวนมากขึ้น รวมถึงตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ก็น่าจะมีความผันผวนด้วยจากประเทศที่มีดอกเบี้ยพันธบัตรสูง และไม่สามารถชำระหนี้ได้ …
Read more »
ตลท. ตั้งเป้าปี 66'มาร์เก็ตแคปหุ้น IPO'พุ่งแตะ 2.5 แสนล้านบาทตลท. วางเป้าหมายปี 66 'มาร์เก็ตแคปหุ้น IPO' แตะราว 2.5 แสนล้านบาท เผย 10 เดือนแรก ( ม.ค.- ต.ค.65 ) มูลค่าการระดมทุนรวม IPO ยังแชมป์สูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่โฟลว์ยังไหลกว่า 1.54 แสนล้านบาท ซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6
Read more »
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต.ค.ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สูงสุดรอบ 10 เดือน : อินโฟเควสท์ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.อยู่ที่ระดับ 46.1 จากเดือนก.ย.65 อยู่ที่ระดับ 44.6 โดยดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และสูงสุดในรอบ 10 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม อยู่ที่ 40.0 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำ อยู่ที่ 43.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 54.8 สำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อดัชนีฯ ในเดือนก.ย. ได้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19, ครม.เห็นชอบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยจะมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.65, การส่งออกเดือนก.ย.ขยายตัว 7.83% และราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้น เป็นต้น ขณะที่ปัจจัยลบ ได้แก่ ผู้บริโภคยังกังวลว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวในระดับสูง, ความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด, ความกังวลสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น, เงินบาทปรับตัวอ่อนค่า และความกังวลต่อการระบาดของโควิด-19 ที่ยังเกิดขึ้นทั่วประเทศ เป็นต้น โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
Read more »
กกพ.งดเก็บเงินนำส่งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าชั่วคราว ลดภาระค่าไฟแพง เริ่มม.ค.66สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 พ.ย. 65 14:23 น.   กกพ. มีมติงดเก็บเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าชั่วคราว ลดภาระต้นทุนค่าไฟแพงให้ประชาชน เริ่ม ม.ค.66 &...
Read more »
