แบงก์ชาติขอธนาคาร ขึ้นดอกเบี้ยอย่าง ‘ค่อยเป็นค่อยไป’ เป็นห่วงแต่ละธุรกิจฟื้นตัวไม่เท่ากัน กลุ่มเปราะบางยังอ่อนไหว หากต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น workpointTODAY
แบงก์ชาติขอธนาคารพาณิชย์ ขึ้นดอกเบี้ยอย่าง ‘ค่อยเป็นค่อยไป’ เป็นห่วงแต่ละธุรกิจฟื้นตัวไม่เท่ากัน กลุ่มเปราะบางยังอ่อนไหว หากต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น วันนี้ ธนาคารแห่งประเทศ โดย ‘ปิติ ดิษยทัต’ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน เปิดเผยหลังการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ว่า คณะกรรมการฯ ตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.
25% เพราะเห็นสัญญาณเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวชัดเจน โดยมีแรงส่งไตรมาสต่อไตรมาส สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และคาดว่าภายในปีนี้จะกลับมาฟื้นตัวเท่าก่อนเกิดโควิด-19โดยในการประชุมครั้งหน้า มีโอกาสที่ ธปท.จะปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจปี 2565 เพราะได้แรงหนุนจากการกลับมาเปิดประเทศ การกลับมาจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศที่คาดว่าจะกระเตื้องขึ้น รวมถึงการเข้ามาของนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องไปยังปีหน้า นอกจากนี้ การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยก็เพื่อดูแลความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ เพราะยอมรับว่าตอนนี้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ซึ่ง กนง.ก็จับตาตัวเลขเงินเฟ้อต่อเนื่อง แต่เป็นการมอร์นิเตอร์จากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ไม่รวมราคาน้ำมัน เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงฝังรากในระบบ ซึ่งเห็นเทรนด์ว่าราคาสินค้ายังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นพอสมควร อีกปัจจัยที่ทำให้คณะกรรมการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ก็เพื่อยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะข้างหน้า แม้ระยะสั้นในช่วง 1 ปีนี้ คาดการณ์เงินเฟ้อจะปรับขึ้นสูง แต่ระยะกลาง 5-10 ปี จากเสียงของผู้ร่วมตลาดและอัตราพันธบัตรที่ซื้อขายกันในตลาด สะท้อนว่าคาดการณ์เงินเฟ้อระยะกลางยังอยู่ในระดับที่ดีสำหรับแนวโน้มข้างหน้า แม้อัตราการขึ้นดอกเบี้ยชัดเจน แต่ กนง.จะทยอยขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทยอยลดการผ่อนคลายของนโยบายการเงิน เพราะเข้าใจว่าระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยตอนนี้ยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 แตกต่างจากประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น สหรัฐ ยุโรป และอังกฤษ ที่ฟื้นตัวไปมากไปแล้ว จึงมีความเสี่ยงชะลอตัวลงในปีหน้า ซึ่ง ธปท.มองว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กำลังมาถึงจะไม่กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แม้จะมีกรรมการ 1 ท่านโหวตขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ก็ตาม ซึ่งกรรมการท่านดังกล่าวมีมุมมองว่า กนง.ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตอนนี้มากกว่า 0.25% เพื่อรับมือกับปัจจัยไม่แน่นอนในอนาคต ในกรณีที่เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นมากในระยะข้างหน้า แต่การประเมินทิศทางเศรษฐกิจไม่ได้แตกต่างกัน ในส่วนของเงินเฟ้อที่ปีนี้เพิ่มขึ้นเพราะราคาพลังงานและอาหารสดเป็นหลัก คาดว่าจะทำจุดสูงสุดในไตรมาส 3 ปีนี้ และจะทยอยปรับตัวลงในปีหน้า โดยเชื่อว่าปัญหาด้านอุปทาน ทั้งในส่วนของพลังงานและราคาอาหารสด จะทยอยคลี่คลายลง หรืออย่างน้อยก็ไม่ซ้ำเติมเงินเฟ้อจากตอนนี้อีกหนึ่งประเด็นที่อยากกล่าวถึง คือ การส่งผ่านดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ไปยังระบบ ทั้งในส่วนของเงินกู้และเงินฝาก อยากให้ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะแต่ละธุรกิจมีการฟื้นตัวแตกต่างกัน กลุ่มเปราะบางยังมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นพอสมควร จากข้อมูลในอดีต เชื่อว่าการส่งผ่านนโยบายการเงินของธนาคารพาณิชย์จะไม่ได้เต็มที่ 100% คาดว่าจะเห็นเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เช่น ไม่ประกาศขึ้นดอกเบี้ยทันที และขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนั้น 3-4 เดือน หรือไม่ได้ปรับขึ้นในอัตรา 1 ต่อ 1 เป็นต้น ครั้งนี้จากที่หารือกับธนาคาร แบงก์เองก็ยังเป็นห่วงกลุ่มเปราะบาง เช่น ลูกค้าสินเชื่อบุคคลรายย่อย และลูกค้า SMEs รายเล็ก โดยเฉพาะในสาขาธุรกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ซึ่งหากขึ้นดอกเบี้ยแล้วกระทบกลุ่มนี้ ท้ายที่สุดก็จะกลับมาเป็นต้นทุนของธนาคารที่ต้องดูแลหนี้เสีย ในส่วนของ ธปท.ยังคงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้หนี้เดิม การแก้หนี้ใหม่ การไกล่เกลี่ยหนี้ ฯลฯ รวมถึงมีการขยายระยะเวลามาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ทั้งกลุ่มที่เป็นหนี้เสีย และกลุ่มที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย สำหรับค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวอ่อนค่าในช่วงที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษเข้ามาดูแล เพราะเป็นการอ่อนค่าตามทิศทางเดียวกับภูมิภาค รวมถึงไม่มีสัญญาณความเสี่ยงของเงินทุนเคลื่อนย้าย นโยบายการเงินที่ดำเนินต่อเนื่องมาถึง 2 ปี ตอนนี้ถึงเวลาผ่อนคันเร่งแล้ว กนง.จึงมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยยืนยันว่าในระยะถัดไป จะทยอยปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อดูแลระบบเศรษฐกิจเมื่อสอบถามถึงกระแสข่าวปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเร็วกว่าคาดการณ์ ธปท.ชี้ว่า ตอนนี้ตลาดแรงงานก็มีแนวโน้มดูดีขึ้นต่อเนื่องทั้งกลุ่มรายได้ต่ำ รายได้ปานกลาง และรายได้สูง อย่างไรก็ตาม สำหรับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ คาดว่าจะไม่กระทบต่อการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้า หรือภาวะเงินเฟ้อ เพราะในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 เห็นการเคลื่อนย้ายของแรงงานไปยังอาชีพอิสระ ค้าขายบน e-Commerce และอาชีพอื่นๆ มากขึ้น
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
workpointTODAY | What Works TODAYexplainer แฮชแท็กอันดับ 1 ของวันนี้ ค้ามนุษย์ นี่เป็นเรื่องราวของ 3 เหตุการณ์ ที่ขนานกันไป ได้แก่ โรฮิงญา, การค้ามนุษย์ และการโยกย้ายนายตำรวจน้ำดีจนต้องลี้ภัยหนีตาย workpointTODAY
Read more »
workpointTODAY | What Works TODAYรถปอ. ชน มอเตอร์ไซค์ ที่จอดให้คนเดินข้าม ‘ทางม้าลาย’ ได้รับบาดเจ็บ workpointTODAY
Read more »
workpointTODAY | What Works TODAYรถไฟเที่ยวเขื่อนป่าสัก ชนกับ รถบรรทุกพ่วง บาดเจ็บ 3 คน workpointTODAY
Read more »
workpointTODAY | What Works TODAYโควิดไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ยอดติดเชื้อสูงสุดอาจแตะ 3-5 หมื่นรายต่อวัน นพ.ยง ระบุ ส่วนใหญ่เป็นการติดในครอบครัวและติดทั้งครอบครัว workpointTODAY
Read more »
workpointTODAY | What Works TODAYนายกฯ ยันผู้ป่วยโควิด-19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ห้าม รพ.เอกชน ปฏิเสธการรักษา หรือเรียกเก็บค่ารักษา workpointTODAY
Read more »
workpointTODAY | What Works TODAYกทม. เปิดศูนย์พักคอยเด็ก 3-14 ปี ดูแลผู้ป่วยเด็กติดโควิดที่ถูกแยกออกจากครอบครัวและผู้ปกครองไม่สามารถดูแลได้ workpointTODAY
Read more »
